
'ยิ่งลักษณ์'รอด!ดาบป.ป.ช.ปมที่มาส.ว.
'ป.ป.ช.' แจ้งข้อกล่าวหา 308 ส.ส.-ส.ว. แก้รธน.ที่มา ส.ว. ขณะที่อีก 73 คน รวม 'ยิ่งลักษณ์' รอด
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี วันที่ 7 ม.ค.57 เมื่อเวลา 16.30 น. นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษกป.ป.ช. และนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการและรองโฆษกป.ป.ช. ร่วมกันแถลงผลการไต่สวนข้อเท็จจริง กรณีกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ และกรณีร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง กรณีเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาส.ว. ในส่วนของส.ส.และส.ว.ที่เหลือ จำนวน 381 คน
นายวิชา กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีการพิจารณากรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยร้องคัดค้านการไต่สวนคดีดังกล่าวในหลายประเด็นเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา จึงขอชี้แจง ดังนี้ 1.การร้องเรียนว่าตนและนายภักดี โพธิศิริ กรรมการป.ป.ช. ไม่ควรเป็นผู้รับผิดชอบสำนวนในคดีนี้ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ให้ความเป็นธรรมนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ โดยที่ตนและนายภักดีไม่ได้ร่วมลงมติว่า ไม่เข้าเหตุตามมาตรา 46 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม2554 2.การอ้างว่าสมาชิกรัฐสภาไม่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา 157 ป.ป.ช.จึงไม่สามารถดำเนินการไต่สวนได้นั้น ขอชี้แจงว่า ป.ป.ช.ใช้อำนาจไต่สวนตามมาตรา 123/1 แห่งพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 2554 ในการไต่สวนสมาชิกรัฐสภากลุ่มดังกล่าวในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ 3.การอ้างว่าป.ป.ช.เร่งรีบในการไต่สวนนั้น ขอชี้แจงว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่ากระบวนการไต่สวนให้กระทำโดยเร็ว จะช้าไม่ได้ และเรื่องนี้เป็นการพิจารณาข้อกฎหมายล้วนๆ มีในส่วนที่ต้องชี้แจงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่เป็นการเรียกเอกสารจากศาลรัฐธรรมนูญ และรัฐสภา
นายวิชา กล่าวต่อว่า 4.การระบุให้ป.ป.ช.นำมาตรา 130 แห่งรัฐธรรมนูญ ที่ให้เอกสิทธิส.ส.และส.ว.อภิปรายและออกเสียงลงมติ โดยห้ามมิให้ใครนำไปเป็นเหตุฟ้องร้องกล่าวหาได้นั้น เห็นว่า มีสมาชิกรัฐสภา 73 คน ที่ได้รับเอกสิทธิในมาตราดังกล่าว และ 5.กรณีที่มีผู้ร้องขอให้เพิ่มผู้ถูกกล่าวจากการเข้าร่วมประชุมในชั้นกรรมาธิการวาระที่ 2 ด้วย ขอชี้แจงว่า ป.ป.ช.จะไต่สวนเฉพาะที่ถูกส่งมาจากประธานวุฒิสภาว่า มีการกล่าวหาใครบ้าง ฉะนั้น จะไปไต่สวนเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ประธานวุฒิสภาส่งมาไม่ได้เป็นอันขาด เนื่องจากต้องทำตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้
นายประสาท กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.เต็มองค์คณะทั้ง 9 คน ได้พิจารณาประเด็นเกี่ยวกับที่มาของ ส.ว. ในส่วนของ ส.ส.และ ส.ว.จำนวน 381 คน โดยแบ่งกลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ส.ส.และ ส.ว.ที่ร่วมเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่ได้เข้าร่วมประชุมพิจารณาและลงมติให้ความเห็นชอบในวาระที่ 1 วาระที่ 2 และวาระที่ 3 จำนวน 293 คน ดังนั้น จึงอยู่ในข่ายที่ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา กลุ่มที่ 2 ส.ส. และ ส.ว. ที่ร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวโดยพิจารณาวาระที่ 1 หรือวาระที่ 2 หรือวาระที่ 3 วาระ จำนวน 15 คน ดังนั้น จึงอยู่ในข่ายที่ ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาด้วย รวมมี ส.ส.และส.ว.ที่ถูก ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาทั้งสิ้น 308 คน ซึ่งมีมูลเพียงพอที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหา ขณะที่ ส.ส. และ ส.ว.ที่เหลือจำนวน 73 คน จึงไม่อยู่ในข่ายที่ถูก ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา โดยจำแนกเป็น ส.ส.และ ส.ว. ที่ไม่ร่วมขั้นตอนใดๆ เลย จำนวน 8 คน และอีก 65 คน ลงมติเฉพาะวาระ 3 เท่านั้น โดยในส่วนนี้ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติ 7 ต่อ 2 ให้ข้อกล่าวหาตกไป โดยชื่อของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นหนึ่งในจำนวนนี้ด้วย ส่วนรายละเอียดทั้งหมด ป.ป.ช. จะเปิดเผยผ่านเว็บไซต์ต่อไป
นายประสาท กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม ป.ป.ช. ยังมีมติให้ ส.ส. และ ส.ว. 308 คนมารับทราบและชี้แจงข้อกล่าวหาด้วยตัวเองภายในระหว่างวันที่ 15 - 17 ม.ค. นี้ ที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี ทั้งนี้ ยืนยันว่าเราให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และดำเนินการภายใต้กฎหมายโดยมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นพื้นฐาน ไม่ได้ดำเนินการเหมาเข่งทั้งหมด เชื่อว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะพอใจ และพร้อมเปิดโอกาสให้มีการชี้แจงภายใน 15 วัน นับจากวันที่รับทราบข้อกล่าวหา แต่ก็สามารถยื่นขอขยายเวลาได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทาง ป.ป.ช. กังวลหรือไม่ต่อกรณีที่พรรคเพื่อไทยร้องเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 นายวิชา กล่าวว่า “สุดแล้วแต่ เพราะใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไป” เมื่อถามว่า ผลการไต่สวนเรื่องดังกล่าวของ ป.ป.ช.จะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งหรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า กระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ยึดตามกฎหมายทุกประการ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงข้อกล่าวหาโดยละเอียดทุกคน โดยให้ความเป็นธรรม ดังนั้น ระยะเวลาในการดำเนินการทุกขั้นตอนกระบวนการนั้น จึงยังประเมินไม่ได้ว่าจะสามารถวินิจฉัยชี้มูลได้เมื่อไร ขอย้ำว่า ป.ป.ช.ให้ความเป็นธรรมอย่างยิ่ง เพราะไม่เช่นนั้นคงจะเหมาเข่งไปแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวรัชยพานิช ประธานวุฒิสภา ซึ่งถูกป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาก่อนหน้านี้ ได้แจ้งกับป.ป.ช.ว่า จะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาพร้อมทั้งชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยตัวเองในวันศุกร์ที่ 10 ม.ค.นี้ โดยนายสมศักดิ์จะเข้าชี้แจงในเวลา 10.00 น. ส่วนนายนิคม จะเข้าชี้แจงในเวลา 14.00 น.
..............
(หมายเหตุ : อ่านเพิ่มเติม รายงาน จับตาป.ป.ช.เดินตามวิถี'ตุลาการภิวัฒน์' http://www.komchadluek.net/detail/20140107/176302.html



