
'พท.'ปัด'แม้ว'ตั้งวอร์รูมรับมือม็อบ
'พท.' ซัด 'ปชป.' ปล่อยข่าว 'ทักษิณ' ตั้งวอร์รูมรับมือม็อบ ชี้ 'กปปส.' ปิดกรุงหวังวุ่นวายให้ทหารออก จี้ 'อภิสิทธิ์' ตอบ เห็นด้วย 'ชัตดาวน์' หรือไม่
7 ม.ค. 57 นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ตั้งวอร์รูมที่ฮ่องกง เพื่อรับมือม็อบ กปปส. ว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับคนใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ พบว่าเป็นการบิดเบือนและกุข่าวเพื่อหวังผลทางการเมืองของ น.ส.มัลลิกา เป็นเรื่องไร้สาระ เลอะเทอะ เหมือนกรณีที่เคยกุข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ นั่งเครื่องบินมาลงที่ จ.เชียงใหม่ สุดท้ายก็ไม่มีอะไร ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบ นี่คือคุณภาพของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่เอาแต่พูดโจมตีโยนบาปหวังผลทางการเมือง ต้องการปลุกระดมคนมาช่วยเหลือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ปิดกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีการตั้งวอร์รูมใดๆ ท่านไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นเรื่องที่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงภายในประเทศจะจัดการ ตนอยากเรียกร้องให้นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาปรามลูกพรรค รวมถึงคนที่อยู่เบื้องหลัง น.ส.มัลลิกา ให้หยุดพูดเรื่องไร้สาระรายวัน เพราะไม่ช่วยทำให้บรรยากาศลดความขัดแย้ง มีแต่สาดน้ำมันเข้าไปในกองเพลิงแห่งความขัดแย้ง ซึ่งไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนหรือประเทศชาติแต่อย่างใด
จี้ 'อภิสิทธิ์' ตอบ เห็นด้วย 'ชัตดาวน์' หรือไม่
นายพร้อมพงศ์ แถลงถึงกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. เดินเชิญชวนให้ประชาชนออกมาร่วมชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค. ว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน และกระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศ และสิ่งที่นายสุเทพ ต้องการคือการปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ดูเหมือนเป็นแนวทางเดียวกับ พรรคการเมืองใหม่ ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และองค์การพิทักษ์สยาม ของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ที่ไม่ต้องการการเลือกตั้ง ต้องการแช่เข็งประเทศ ไม่ต้องการให้มีประชาธิปไตย ซึ่งมองว่าการกระทำของกลุ่มคนเหล่านี้เป็นแนวคิดของกลุ่มอำนาจเดิม ที่สูญเสียอำนาจต้องการให้ทหารออกมาเหมือนปี 49 ทั้งนี้การกระทำของนายสุเทพ ที่จะปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค. ทำได้เพียงการสร้างความวุ่นวายในบ้านเมืองเท่านั้น ไม่สามารถล้มรัฐบาลหรือ สถาปนาอำนาจให้ตัวเองได้ เนื่องจากมีกฎหมายรัฐธรรมนูญบังคับใช้อยู่ และประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็ไม่เอาด้วย จึงตั้งคำถามว่าการจะบรรลุเป้าหมายได้ ต้องมีความวุ่นวาย จนเกิดการปะทะ แล้วให้ทหารออกมายึดอำนาจโดยการฉีกรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง หรือ หวังให้องค์การอิสระลงดาบกับรัฐบาลใช่หรือไม่
นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาโจมตีว่า การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. จะเป็นการฟอกความผิดให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รัฐบาล และ ระบอบทักษิณ ว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงเป็นการอคติ ไม่ศรัทธา ระบอบประชาธิปไตย ไม่ฟังเสียงของคนส่วนใหญ่แล้วโยนบาปให้รัฐบาล จึงเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพูดให้ชัดว่าเห็นด้วยกับการปิดกรุงเทพฯในวันที่ 13 ม.ค. ของ กปปส. หรือไม่ หากไม่ออกมาพูดก็ท้าให้นายอภิสิทธิ์ พาลูกพรรคลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแล้วไปร่วมกับ กปปส. เพราะจากการให้สัมภาษณ์ของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ก็เหมือนเป็นแนวร่วมเดียวกับ กปปส. อยู่แล้ว ประชาชนจะได้ไม่สับสนว่าพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนอย่างไร
ขอบคุณ 'เทือก' เรียกแขก 'อีสาน-เหนือ' หนุนลต.
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่เดินสายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย เปิดเวทีปราศรัยรณรงค์ เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 ภายใต้คำขวัญ "2 กุมภาฯเข้าคูหา รักษาประชาธิปไตย" ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. เป็นต้นมา ได้รับการตอบรับจากพี่น้องประชาชนอย่างล้นหลาม มาฟังการปราศรัยเนืองแน่นทุกเวที โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสาน ประชาชนตื่นตัวและรับรู้ถึงสถานการณ์เลือกตั้งที่ไม่ปรกติ ซึ่งต้องขอขอบคุณนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ช่วยเรียกแขกทำให้เวทีปราศรัยหาเสียงของพรรคเพื่อไทยคึกคักเป็นพิเศษ เพราะประชาชนต้องการแสดงพลัง ยึดมั่นระบอบประชาธิปไตยผ่านการเลือกตั้ง รังเกียจและกลัวระบบเทือกตั้ง สุ่มเสี่ยงต่อการนำบ้านเมืองกลับไปสู่ระบอบเผด็จการ โดยเฉพาะการประกาศปิดกรุงเทพฯ ได้สร้างความไม่พอใจอย่างมากกับพี่น้องในภาคเหนือ ภาคอรสาน มีการตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายกับนายสุเทพและพวก คนกรุงเทพฯ ที่มาช่วยนายสุเทพไม่รู้เลยหรือว่าการปิดกรุงเทพฯ จะทำลายระบบเศรษฐกิจของประเทศกว่า 2 แสนล้านบาทเป็นต้น ซึ่งจนถึงขณะนี้พรรคเพื่อไทยได้เปิดปราศรัยครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายไปแล้วกว่า 30% คาดว่าถึงวันที่ 30 ม.ค.จะสามารถเปิดปราศรัยครอบคลุมพื้นที่เป้าหมายได้ครบทั้งประเทศ
อัด 'ประมณฑ์' หนุนปิดกทม.ทำเศรษฐกิจประเทศพัง
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมว.พลังงาน คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายประมณฑ์ สุธีวงศ์ ประธานองค์การต่อต้านทุจริต พบพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ออกมาสนับสนุนการปิดกรุงเทพ แทนที่จะถามพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับงบไทยเข้มแข็ง สี่แสนล้านบาทที่มีข้อมูลการทุจริตอย่างมาก เช่น สถานีตำรวจ 396 แห่ง ครุภัณฑ์อาชีวะ 5,800 ล้าน ถนนไร้ฝุ่น ฯลฯ กลับอ้างว่าการปิดกรุงเทพจะเสียหายไม่มาก ภาคธุรกิจรับได้นั้น ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะตั้งแต่ประกาศปิดกรุงเทพมา หุ้นตกตั้งแต่วันแรกกว่า 67 จุด คิดเป็นมูลค่าตลาดที่ลดลงกว่า ห้าแสนแปดหมื่นล้านบาท และตั้งแต่มีการชุมนุม หุ้นตกกว่า 200 จุด มูลค่าตลาดลดลงกว่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งส่งผลกระทบให้กับผู้ลงทุนและกองทุนการออมต่างๆ ที่ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น กบข. , LTF , RMF ซึ่งหากปิดกรุงเทพจริง หุ้นจะตกลงมากกว่านี้ อีกทั้งยังกระทบอย่างมากต่อการท่องเที่ยว มีการยกเลิกการเดินทางของนักท่องเที่ยวที่มีฐานะเป็นจำนวนมากเพราะห่วงความไม่สงบ และเที่ยวบินกว่า 60 เที่ยวแล้วที่ได้ยกเลิกการเดินทางมาไทยในช่วงดังกล่าวแล้ว ความเชื่อมั่นของประเทศตกต่ำถึงขีดสุด มีการโยกย้ายฐานการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ซึ่งทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสอย่างมาก ปัญหาของประเทศจะเรื้อรังไม่จบเร็วเหมือนที่นายประมณฑ์บอกอย่างแน่นอน และหากปิดกรุงเทพจริงจะทำให้ประเทศเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมากเรียกว่าอาจถึงพังพินาศได้
ส่วนที่นายสุเทพ ประกาศทุบหม้อข้าวและรื้อเต๊นท์เพื่อปิดกรุงเทพนั้น นายสุเทพ ได้ทุบหม้อข้าวของคนหาเช้ากินค่ำในกรุงเทพไปแล้ว และหากปิดกรุงเทพจริง ก็เท่ากับนายสุเทพ ทุบหม้อข้าวของคนไทยทั้งประเทศ



