ข่าว

ปิดถนนอีกแล้ว!5จว.เหนือทวงเงินจำนำข้าว

ปิดถนนอีกแล้ว!5จว.เหนือทวงเงินจำนำข้าว

07 ม.ค. 2557

ปิดถนนอีกแล้ว!5จว.เหนือทวงเงินจำนำข้าว ไม่ได้เงินขู่เข้ากรุงสิ้นเดือนนี้ รบ.เล็งรีดธ.ก.ส.5.5หมื่นล้านโปะ เร่งเคลียร์ให้จบเดือนม.ค.นี้

              เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 7 ม.ค.ชาวนาจาก 5 จังหวัด ประกอบด้วยพิจิตร กำแพงเพชร นครสวรรค์ พิษณุโลกและสุโขทัย กว่า 500 คน ได้รวมตัวกันปิดถนนทางหลวงหมายเลข 117 บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร  ซึ่งเป็นเส้นทางที่จะมุ่งขึ้นเหนือและเข้ากรุงเทพฯ โดยมีการใช้รถบรรทุกเทเลอร์ทำเป็นเวที พร้อมติดตั้งเครื่องเสียงขนาดใหญ่แบบถาวรปิดถนนขาล่องเข้ากรุงเทพฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเปิดให้รถวิ่งสวนทางในขาขึ้นพิจิตร - ชาวนา 5 จว.ปิดถนนขาล่องประท้วงเรียกร้องเงินจำนำข้าว   ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจเกือบ 100 นาย คอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และรักษาความปลอดภัย โดยการจราจร ประชาชนยังสามารถสะญจรผ่านไปมาได้


              เบื้องต้นนายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ประธานเครือข่าวชาวนาภาคเหนือ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหา จำนวน 3 ข้อ คือ 1.รัฐบาลต้องชำระเงินให้ชาวนาที่นำใบประทวนไปยื่นที่ธ.ก.ส.ภายในวันที่ 15 มกราคม นี้ให้ครบทุกราย 2.รัฐบาลต้องรับผิดชอบดอกเบี้ยที่ให้ชาวนาไปกู้ ธ.ก.ส.20 เปอร์เซ็นต์ของวงเงินใบประทวนและ 3.ขอเลื่อนชำระหนี้ ธ.ก.ส.พร้อมดอกเบี้ยฟรี 1 ปี  โดยขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 15 มกราคมนี้  หากไม่เช่นนั้น ชาวนาจะยกระดับเป็นการขับไล่รัฐบาลแทน

              อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังมีชาวนาจากจังหวัดต่างๆเดินทางมาสมทบอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าทุกจังหวัดจะเดินทางมาสมทบในการชุมนุมในช่วงเที่ยงวันนี้

 

ไม่ได้เงินพิษณุโลกขู่เข้ากรุงสิ้นเดือนนี้


              ที่ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก เกษตรกรชาวนาพิษณุโลกที่เดือดร้อนจากโครงการรับจำนำข้าวแล้วยังไม่ได้รับเงินประมาณ 500 คน มารวมตัวเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเร่งรัดดำเนินการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าว การชุมนุมวันนี้ นำโดยร.อ.อุบล พุทธรักษ์ นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจ.พิษณุโลกและประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก ที่มาพร้อมกับสมาชิกชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านมาร่วมชุมนุมกับเกษตรกรชาวนาจากหลายอำเภอ โดยมีนายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.พิษณุโลก นายมนต์ชัย  วิวัฒธนาฒย์ นายกอบจ.พิษณุโลก พล.ต.ต.ชฏิล พรหมไพบูลย์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก มาร่วมรับข้อเรียกร้องจากเกษตรกร

              ตัวแทนชาวนารายหนึ่ง กล่าวว่า เดือดร้อนอย่างมากกับโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลที่จ่ายเงินล่าช้า การชุมนุมและเรียกร้องของชาวนาพิษณุโลกมีมาหลายครั้งแล้ว และไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองใด ๆ เลย แต่พวกเราเดือดร้อนจริง ๆ ต้องกู้หนี้ยืมสินมากมาก

              ร.อ.อุบล พุทธรักษ์ ประธานสภาพเกษตรกรจังหวัดพิษณุโลก เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์และมอบข้อเรียกร้องให้ผวจ.พิษณุโลกนำเสนอต่อรัฐบาลระบุว่า นโยบายจำนำข้าวเปลือกเป็นนโยบายที่ช่วยเหลือให้เกษตรกรขายข้าวเปลือกได้ในราคาที่สูงขึ้น แต่มีปัญหาได้รับเงินล่าช้า ในจังหวัดพิษณุโลกตั้งแต่เดือนตุลาคม 2556 มีเกษตรกรนำข้าวเปลือกไปจำนำกับโรงสีที่เข้าร่วมโครงการเป็นเงินกว่า 7,000 ล้านบาท แต่รัฐบาลจ่ายเงินให้เกษตรกรเพียง 700 ล้านบาทเท่านั้น ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพิษณุโลกได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่ายในครัวเรือน มีปัญหาต่อการศึกษาของบุตรและคุณภาพชีวิตแย่ลง

              ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการดังนี้ 1. เร่งรัดการจ่ายเงินจำนำข้าวเปลือกให้เกษตรภายในวันที่ 31 มกราคม 2557 นี้ หากไม่ดำเนินการ สภาเกษตรกร และกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจังหวัดพิษณุโลกจะเดินทางไปชุมนุมเรียกร้องที่ทำเนียบรัฐบาล 2.ขอให้รัฐบาลกำกับดูแล มิให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเรียกรับผลประโยชน์ หรือ ทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในทุกขั้นตอน 3.สภาเกษตรกรและเกษตรกรผู้ปลูกข้าวจังหวัดพิษณุโลก ขอสนับสนุนให้รัฐบาลดำเนินโครงการรับจำนำข้าวเปลือกในราคาตันละ 15,000 บาทต่อไป แต่ขอให้กำกับดูแลการจ่ายเงินให้เป็นไปตามกำหนดเวลา หากทำไม่ได้ ก็สมควรยกเลิกโครงการดังกล่าว และพิจารณาให้ความช่วยเหลือเกษตรด้านอื่น เช่น การประกันราชได้ หรือ สนับสนุนปัจจัยการผลิตเป็นต้น

              นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.พิษณุโลก กล่าวว่า เห็นใจชาวนาที่เดือดร้อนจริง ๆ เคยมีเกษตรกรมาเรียกร้องให้รัฐบาลแล้ว 2 ครั้ง ทั้งก่อนและหลังรัฐบาลยุบสภา แต่เมื่อปัจจุบันรัฐบาลยุบสภายุบสภา และกฎหมายกำหนดว่าต้องขอทำเรื่องผ่านกตต.ก่อน  ตนจะเร่งนำเรื่องที่เกษตรกรเรียกร้องเสนอรัฐบาลให้พิจารณาเป็นการเร่งด่วน และขอขอบคุณเกษตรกรที่ชุมนุมโดยไม่ปิดถนน


ชาวนาเมินเข้าร่วมจำนำข้าวหวั่นไม่ได้เงิน

             
              โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2556/57 ที่จังหวัดอุดรธานี มีโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ ในเขตพื้นที่อำเภอเมือง 8 แห่ง หลังรัฐบาลได้ประกาศยุบสภาฯ บรรยากาศตามโรงสีที่เข้าร่วมโครงการเป็นไปด้วยความเงียบเหงา ไม่มีเกษตรกรนำข้าวมาเข้าร่วมโครงการรับจำนำของรัฐบาล ในขณะที่บางโรงสีมีการนำข้าวโครงการเข้าสี ตามสัญญาที่ทำไว้ โดยจะมีการสีข้าวทุก ๆ 7 วัน  

              จากข้อมูลของการค้าภายใน จ.อุดรธานี รายงานว่า พบว่า ตั้งแต่เปิดโครงการฯ วันที่ 6 พฤศจิกายน 56 ถึงวันที่ 6 มกราคม 2557 ในเขตพื้นที่ จ.อุดรธานี มีเกษตรกรนำข้าวมาเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 20,555 ราย ปริมาณข้าว 52,806.681 ตัน ในจำนวนนี้ได้รับใบประทวนจากองค์การคลังสินค้า (อคส.) และ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.)รวม 5,114 ราย และเกษตรกรได้นำไปยื่นขอขึ้นเงินที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แล้ว 250,115,522 บาท 

              นายนคร บุตรีวงศ์ การค้าภายใน จ.อุดรธานีเปิดเผยว่า ขณะนี้เกษตรกรนำข้าวมาจำนำในโครงการจำนวนน้อยมาก เฉลี่ยวันละประมาณ 200 ตัน ซึ่งในส่วนที่เกษตรกรนำข้าวมาร่วมโครงการฯ ขณะนี้ยังคงค้างตามยอดใบประทวน 15,441 ราย โดยทาง ธกส.ประเมินว่า จ.อุดรธานี จะต้องใช้เงินรับจำนำตามโครงการประมาณ 1 พันล้านบาท จะมีการทยอยจ่ายให้ ส่วนปัญหาที่เกษตรกรไม่นำข้าวมาร่วมโครงการฯ เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้เงิน จึงนำข้าวไปขายตรงกับทางโรงสี ที่จะได้รับเงินสดแทน

 

รบ.เล็งรีดธ.ก.ส.5.5หมื่นล้านโปะ


              ขณะที่นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้เตรียมเงินประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการระบายข้าวและการกู้ เพื่อนำมาใช้จ่ายในโครงการรับจำนำข้าวนาปี 2556/57 ที่ล่าสุดมีข้าวเข้าร่วมโครงการประมาณ 10 ล้านตัน โดยคาดว่าภายในเดือนมกราคมนี้ จะสามารถเคลียร์ค่าข้าวให้ชาวนาได้เสร็จสิ้น ดังนั้น ชาวนาไม่ต้องห่วงว่าจะนำข้าวมาจำนำแล้วจะไม่ได้เงิน

              “การจำนำข้าวยังมีการซื้อขายได้ตามปกติ ชาวนานำข้าวมาร่วมโครงการจะได้เงินอย่างแน่นอน ส่วนผู้ที่ตกค้างก่อนหน้านี้คาดว่าภายในเดือนมกราคมนี้จะสามารถดำเนินการได้แล้วเสร็จ หลังจากที่ ธ.ก.ส.ได้จ่ายเงินออกไปเยอะและกระจายไปทั่วแล้ว” นายนิวัฒน์ธำรง กล่าว

              ขณะที่แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 มกราคม กระทรวงการคลังจะเสนอที่ประชุมพิจารณาอนุมัติให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองสภาพคล่อง 5.5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้ในโครงการจำนำข้าวในปีการผลิต 2556/57 โดย ธ.ก.ส.มีเงื่อนไขการสำรองจ่ายเงิน 2 ประการ ได้แก่ 1.กระทรวงการคลังต้องระบุแหล่งเงินกู้ที่จะชดใช้คืนให้ ธ.ก.ส.ที่ชัดเจน และ 2.กระทรวงพาณิชย์ต้องมีแผนระบายข้าวเพื่อนำเงินมาชำระคืน ธ.ก.ส. ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ได้มีการอนุมัติวงเงินดังกล่าวแล้ว เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้เกษตรกรที่นำข้าวเข้าโครงการ ยังรอรับเงินจากโครงการอยู่จำนวนมาก

              "สภาพคล่องสำรองวงเงิน 5.5 หมื่นล้านบาทนี้ ธ.ก.ส.ได้ตั้งเงื่อนไขชัดเจนว่า ต้องระบุแหล่งเงินกู้ที่จะนำมาใช้คืนแก่ธนาคารด้วย เพราะเงินจำนวนนี้เป็นเงินฝากของธ.ก.ส. ที่ต้องคำนึงถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าธนาคารด้วย หากไม่มีแผนที่ชัดเจนว่าจะจ่ายคืนให้ธ.ก.ส.เมื่อไหร่ ธนาคารก็จะไม่อนุมัติจ่ายเงินก้อนนี้ออกไป" แหล่งข่าวกล่าว

              นายนิวัฒน์ธำรงกล่าวถึงการคืนเงินจากการขายข้าวของรัฐบาล ว่า ล่าสุดยอดเงินสะสมจากปี 2554 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มใช้โครงการรับจำนำจนถึงสิ้นปี 2556 นั้นรวม 1.8 แสนล้านบาท ส่วนการระบายข้าวหลังจากนี้ หากเป็นการระบายทั่วไป หรือทำสัญญาระยะสั้นก็สามารถดำเนินการได้ เช่น การขายตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) หรือการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป แต่หากเป็นสัญญาระยะยาวยังต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากตนจะต้องเป็นผู้อนุมัติราคาขายข้าวที่นั้นๆ ซึ่งจะต้องผูกพันไปถึงรัฐบาลต่อไป คาดว่าภายในสัปดาห์นี้น่าจะได้รับคำตอบ