
'ปู'ถกครม.รับมือชุมนุมใหญ่'กปปส.'
ปู"ยิ้มหวานก่อนเข้าประชุมครม.ที่สโมสรทบ. ไร้ม็อบมาชุมนุมแต่มีตร.ตรึงกำลังไว้ 3 กองร้อย วาระน่าสนใจจับตาถกรับมือชุมนุมใหญ่ กปปส. 13 ม.ค.
วันที่ 7ม.ค.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 09.00 น. มีการประชุมคณะรัฐมนตรีตามปกติ แต่ย้ายสถานที่ประชุมจากทำเนียบรัฐบาลมาประชุมที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต โดยมี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุม และเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้แต่ยิ้มทักทายสื่อมวลชนที่มารอทำข่าว แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด นายกฯมีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีน้ำเงิน
สำหรับวาระการประชุมในวันนี้นั้น ส่วนใหญ่เป็นวาระเพื่อทราบ และคาดว่าจะมีการหารือเตรียมความพร้อมและติดตามสถานการณ์การชุมนุมปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค.ของกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (กปปส.)
ส่วนการรักษาความปลอดภัยภายในสโมสรกองทัพบกเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝุงชนจำนวน 3 กองร้อย หรือประมาณ 450 นาย ยืนรักษาความปลอดภัยประจำโดยรอบสโมสรทหารบก ซึ่งภายในพบรถเครื่องขยายเสียงที่เตรียมใช้เพื่อเจจราจาหากมีกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาชุมนุม แต่ทั้งนี้ไม่พบว่ามีมวลชนกลุ่มใดเดินทางมายังสโมสรทหารบกแต่อย่างใด
"เลขาฯสมช." ระบุ "นายกฯ" เซ็น พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯได้ทันที หากสถานการณ์คับขัน
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการประกาศปิดกทม.ของกลุ่ม กปปส.ในวันที่ 13 ม.ค.ว่า มีการเตรียมแผนรับมือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว โดยได้เสนอแผนที่มีการหารือร่วมกันระหว่างตำรวจกับทหารให้ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) รับทราบเมื่อสองวันที่แล้ว รวมทั้งนำเสนอแผนดังกล่าวรายงานให้นายกฯรับทราบแล้ว ทั้งนี้ แผนดังกล่าวจะเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างทหารกับตำรวจให้มีความเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งทหารจะรับผิดชอบดูแลความปลอดภัยในสถานที่ราชการสำคัญต่างๆ ส่วนตำรวจจะมีหน้าที่ในการออกไประงับยับยั้งและเผชิญเหตุ นอกจากนี้ ในส่วนของการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯถือว่า มีความพร้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากมีความจำเป็นต้องประกาศใช้นายกฯสามารถเซ็นเพื่อประกาศใช้ได้เลย
“การจะประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯหรือไม่ต้องดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นตัวกำหนด หากสถานการณ์ถูกยกระดับถึงขั้นภาวะคับขัน เริ่มมีการก่อการร้าย ประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงสถานที่ราชการรุนแรงบานปลายออกไป นายกฯก็สามารถประกาศใช้ได้เลย ตอนนี้ถือว่าทุกอย่างได้เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว”พล.ท.ภราดร กล่าว
เลขาธิการสมช. กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในการประเมินของฝ่ายความมั่นคงเชื่อว่าการชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค. จะมีคนออกมาร่วมชุมนุมจำนวนมาก โดยมวลชนจะมาจากสองส่วนสำคัญคือ 1.กทม.และปริมณฑล ซึ่งกปปส.มีการเดินเชิญชวนมวลชนให้มาร่วมชุมนุมในวันที่ 5 ,7 และ 9 ม.ค. ขณะที่อีกส่วนจะเป็นมวลชนจากในพื้นที่ภาคใต้ โดยจะทยอยเดินทางมาตั้งแต่วันที่ 9 ,10 ,11 และ12 ม.ค.เพื่อร่วมชุมนุมในวันที่ 13 ม.ค. ตามสถานที่สำคัญต่างๆ ที่กปปส.มีการนัดหมายเอาไว้
“สำหรับการชุมนุมเรามีความเป็นห่วงและเกรงว่าจะเกิดความรุนแรงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เพราะมีมวลชนกลุ่มหนึ่งมีความประสงค์ที่จะทำให้เกิดความรุนแรง ซึ่งเราก็หาวิธีในการระงับยับยั้งการก่อเหตุ รวมถึงการสร้างสถานการณ์ของมือที่สามที่พยายามสร้างสถานการณ์” เลขาธิการสมช.กล่าว



