ข่าว

 กรมศิลป์ตรวจความเสียหายไฟไหม้วัดสุวรรณาราม

กรมศิลป์ตรวจความเสียหายไฟไหม้วัดสุวรรณาราม

06 ม.ค. 2557

กรมศิลป์เข้าตรวจสอบความเสียหายไฟไหม้วัดสุวรรณาราม พบเหลือแต่ซากกุฏิ โครงสร้างทุกส่วนพังหมด เตรียมบูรณะหลังพิสูจน์หลักฐานเสร็จสิ้น


              จากเหตุการณ์เพลิงไหม้ภายในวัดสุวรรณารามราชวรวิหารเลขที่ 33 ซอยจรัญสนิทวงศ์ 32 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย  ทำให้กุฏิพระสงฆ์คณะ 3 จำนวน 3 หลัง ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 อายุเก่าแก่กว่า 100 ปีวอดไปกับเปลวเพลิงนั้น ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 6 ม.ค.  นายอนันต์ ชูโชติ รองอธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วย นายธราพงศ์ ศรีสุชาติ ผอ.สำนักโบราณคดี  เข้าตรวจสอบความเสียหายภายในวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร โดยนายอนันต์  กล่าวว่า ทางกรมศิลปากร ได้ตรวจสอบความเสียหายแล้ว พบว่า ทั้ง 3 กุฏิ มีความเสียหายทั้งหมด และคงจะต้องมีการื้อถอน เนื่องจากตัวโครงสร้างทุกส่วนพังหมดแล้ว

              นายอนันต์ กล่าวต่อไปว่า กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนวัดสุวรรณาราม เป็นโบราณสถานไว้ เมื่อปี 2492 ซึ่งรวมไปถึงหมู่กุฏิเก่าด้วย โดยส่วนที่ถูกไฟไหม้ทั้งหมดนั้น คงต้อรอให้ทางวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการพิสูจน์หลักฐาน ให้แล้วเสร็จก่อน จากนั้น ทางวัดจะให้ทางสำนักงานเขตบางกอกน้อยเข้าทำความสะอาด และทางกรมศิลปากร ก็เข้าไปดำเนินการก่อสร้างกุฏิใหม่ อย่างไรก็ตามนับว่าเป็นความโชคดีอย่างหนึ่ง เพราะก่อนหน้านี้ กรมศิลปากร ได้มอบให้สำนักโบราณคดี เตรียมแผนงานเพื่อบูรณะ วัดสุวรรณาราม  โดยได้มีการสำรวจ เขียนแบบ และถ่ายภาพเอาไว้ เพื่อทำการปรับปรุง รื้อฟื้น เพื่อเชิดชูวัดสุวรรณารามไว้ก่อนแล้ว ดังนั้น จึงแค่นำแบบที่ได้ออกแบบไว้มาตรวจสอบใหม่ หรืออีกรณีหนึ่ง หากเห็นว่าไม่สมบูรณ์ก็จะออกแบบใหม่ทั้งหมด   และดำเนินการเสนองบประมาณบูรณะใหม่ โดยจะนำเรื่องดังกล่าว เสนอต่อนายเอนก สีหามาตย์  อธิบดีกรมศิลปากรเพื่อพิจารณาต่อไป

              พระราชปริยัติเวที เจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม กล่าวว่า  วัดสุวรณราราม เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา  และได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ใหญ่ ในสมัยรัชกาลที่ 3   ซึ่งกุฏิที่ถูกไฟไหม้นั้น มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปากร ดังนั้นคงต้องรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามคดีความก่อน และจะประสานงานให้กรมศิลปากรเข้ามาตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง เพื่อทำการบูรณะให้สมบูรณ์ดังเดิม นอกจากนี้ทางวัดได้ทำหนังสือรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์  ซึ่งเป็นหน่วยงานที่จะเข้ามาร่วมบูรณะวัดสุวรรณาราม อย่างไรก็ตามจากการสันนิษฐานเบื้องต้น เห็นว่า กุฏิทั้ง 3 หลังมีสภาพค่อนข้างทรุดโทรม   คาดว่าสายไฟภายในน่าจะหมดสภาพลงได้ จึงอาจจะเป็นต้นเหตุให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร