ข่าว

'หมวดเจี๊ยบ'ปูด10แผนลับ'กปปส.'

'หมวดเจี๊ยบ'ปูด10แผนลับ'กปปส.'

06 ม.ค. 2557

'หมวดเจี๊ยบ' ปูด 10 แผนลับ 'กปปส.' เชื่อหวังให้ทหารปฏิวัติ ด้าน 'อำนวย' เสนอวุฒิสภาโหวตวาระ 3 แก้รธน.มาตรา 291

 

                       6 ม.ค.57 ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้หวังดีแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับแผนการลับ 10 ประการของ กปปส.มายังพรรคเพื่อไทยว่า 1.มีการจูงใจให้ทหารปฏิวัติ หลอกทหารว่าจะเป็นพระเอก 2.การปฏิวัติจะไม่ถูกต่อต้านจากต่างชาติ เพราะมีการจัดฉากให้มวลมหาประชาชนไปมอบดอกไม้ให้ทหารเพื่อสร้างภาพว่าเป็นการปฏิวัติที่ประชาชนเป็นผู้เรียกร้อง 3.มีหมอดูให้ฤกษ์ปฏิวัติเป็นวันอังคารที่ 14 ม.ค.2557 เพราะเป็นวันโลกาวินาศ 4.วางแผนสร้างเงื่อนไขปฏิวัติโดยจะมีมือที่สามยิงผู้ชุมนุม 5.เสนอโควตาให้มวลชนกลุ่มต่างๆ ที่มาร่วมเคลื่อนไหวโค่นล้มรัฐบาล ให้เข้ามาเป็นสภาประชาชนหลังจากปฏิวัติและมีรัฐบาลคนกลางแล้ว

                       6.โควต้านายกฯ จะเป็นของทหาร 7.ภายหลังการปฏิวัติให้ใช้อำนาจรัฐทำลายความชอบธรรมและน่าจะยัดข้อหาต่างๆ ให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์และกปปส. 8.ภายหลังปฏิวัติให้ทำลายชื่อเสียงและความชอบธรรมของกลุ่มประชาชนที่คิดต่างจากพรรคประชาธิปัตย์และกปปส. ด้วยการยัดเยียดข้อหาล้มเจ้า หรือกล่าวหาว่ารับเงินจากพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ 9.มีใบสั่งให้รัฐบาลคนกลางอยู่ในอำนาจ 1 ปี หากทำลายความชอบธรรมฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองสำเร็จและพรรคประชาธิปัตย์มีโอกาสชนะการเลือกตั้ง แต่ถ้าทำไม่สำเร็จตามแผนก็จะอยู่ในอำนาจต่อไปเรื่อยๆ และ 10.หากมีประชาชนเคลื่อนไหวต่อต้านในช่วงที่มีการยึดอำนาจและประเทศอยู่ใต้การปกครองของรัฐบาลคนกลาง จะมีการสลายการชุมนุมโดยใช้ความรุนแรงเพื่อปิดปากผู้ที่คิดต่าง

                       ทั้งนี้ ขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแกนนำกปปส.ชี้แจงกับสังคมด้วยว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่ และแสดงจุดยืนว่าเห็นด้วยหรือไม่กับแผนการเหล่านี้

                       ด้านนายอำนวย คลังผา อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การออกมาเรียกร้องให้มีการตั้งสภาประชาชนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. โดยเฉพาะแนวทางของ กปปส.ที่จะคัดเลือกมาเอง 100 คน และจากภาควิชาชีพอีก 300 คนนั้นจะไม่ได้รับการยอมรับหรือเป็นไปไม่ได้ ส่วนแนวทางของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่คัดเลือกมา 499 คนนั้นตนเห็นด้วย แต่คิดว่ากระบวนการช้าเกินไป ดังนั้นขอเสนอว่าให้นำการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ที่ค้างอยู่ในสภาฯ มาโหวตวาระ 3 โดยให้วุฒิสภาที่มีอยู่ในขณะนี้ทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎร แนวทางนี้จะตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมาแก้ไขเพียง 6 เดือนแล้วเลือกตั้งใหม่

                       นายอำนวย กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาติดขัดที่ผู้สมัครส.ส.พรรคเพื่อไทย 29 คนยังไม่ได้รับการรับรองเป็นผู้สมัครนั้น ตนคิดว่าเรื่องนี้กกต.มีอำนาจตัดสินใจชี้ขาดได้เลย เพราะเป็นใหญ่ที่สุดในการจัดการเลือกตั้ง ไม่จำเป็นต้องไปพึ่งศาลแต่อย่างใด ขณะเดียวกันขอเสนอให้การเลือกตั้งไปทำกันในเขตพื้นที่ทหารเพื่อป้องกันความวุ่นวาย

                       อย่างไรก็ตาม จากปัญหาข้อติดขัดที่เกิดขึ้นหลายอย่าง ตนอยากเสนอให้กลับไปใช้แบบเดิมคือ ให้ข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง จะทำให้ทุกอย่างสะดวกขึ้น ที่สำคัญจะเป็นการประหยัดงบประมาณมหาศาล ไม่ต้องเสียครั้งละ 2 พันล้านบาท ต่อไปการจัดการเลือกตั้งอาจเสียครั้งละไม่กี่ร้อยล้านบาทเท่านั้น

 

'พท.' ยื่น 'ปปช.' เลื่อนลงมติแจ้งข้อกล่าวหา 381 ส.ส.-ส.ว.

 

                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายพีรพันธุ์ พาลุสุข อดีตส.ส.ยโสธร พร้อมด้วยพล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ นายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีตส.ส.นนทบุรี และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป.ป.ช. เพื่อขอให้เลื่อนการลงมติแจ้งข้อกล่าวหา 381 ส.ส.และส.ว.ที่ร่วมกันเสนอพิจารณาและลงมติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาส.ว.ในวันที่ 7 ม.ค. ออกไปก่อน นอกจากนี้ นายเรืองไกรยังได้ยื่นคำร้องเพิ่มเติ่มขอให้ป.ป.ช.ไต่สวนคณะกรรมาธิการจำนวน 45 คนและผู้แปรญัตติในวาระที่ 2 อีก 202 คน ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ มีนายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. เป็นผู้รับหนังสือ

                       นายพีรพันธุ์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ควรให้ผู้ถูกร้องได้ชี้แจงรายละเอียดเป็นรายบุคคลเพื่อความเป็นธรรม เพราะแต่ละคนถูกแจ้งข้อกล่าวหาไม่เหมือนกัน ขณะเดียวกัน การที่ป.ป.ช.บางท่านออกมาให้ข้อมูลและสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่าจะเร่งรัดการพิจารณาอย่างรวดเร็วทำให้พวกตนรู้สึกว่าถูกข่มขู่และไม่ได้รับความเป็นธรรม นอกจากนี้ หากป.ป.ช.มีมติแจ้งข้อกล่าวหาในวันที่ 7 ม.ค.จะทำให้กลุ่มกปปส.ได้ประโยชน์ และหยิบยกเรื่องนี้ไปขยายผลเป็นประเด็นเคลื่อนไหวในการชุมนุม จึงขอให้คณะกรรมการป.ป.ช.ระงับและเลื่อนการประชุมในวันที่ 7 ม.ค.ออกไปก่อนจนกว่าจะพิจารณาคำร้องคัดค้านของพวกตน

                       ด้านนายวิทยา กล่าวว่า จะมีการนำคำร้องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ในวันที่ 7 ม.ค. เพื่อประกอบการพิจารณาแต่จะระงับหรือไม่ขึ้นอยู่กับที่ประชุม ส่วนกระแสข่าวในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่าจะมีการชี้มูล 381 ส.ส.และส.ว.ในวันที่ 7 และ 10 ม.ค.นั้น ขอชี้แจงว่าจะยังไม่มีการชี้มูลในวันดังกล่าวอย่างแน่นอน เนื่องจากจะเป็นการประชุมเพื่อพิจารณาว่าจะแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ถูกร้องหรือไม่ ซึ่งหากมีมูลจะทำหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาไปยังผู้ถูกกล่าวหาเพื่อให้มารับทราบและชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน แต่หากครบกำหนดแล้วยังไม่มาจะถือว่าได้รับทราบข้อกล่าวหาแล้ว จากนั้นจะนำเรื่องสรุปเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการป.ป.ช.ต่อไป

                       “สำหรับระยะเวลาในการพิจารณาคดีต่างๆ ที่ผ่านมา คดีที่ใช้ระยะเวลาน้อยที่สุดคือ 87 วัน เพราะข้อกล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหามีจำนวนน้อย แต่คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากอาจจะต้องใช้ระยะเวลามากกว่า แต่ยืนยันว่าป.ป.ช.จะเร่งพิจารณาให้เร็วและรอบคอบที่สุด โดยจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” นายวิทยา กล่าว