
ร่วมพัฒนาเด็กไทยอีกภารกิจของภาคเอกชน
เล่าสู่กันฟัง : ร่วมพัฒนาเด็กไทย อีกภารกิจของภาคเอกชน : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์
อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลวันเด็กแห่งชาติ...วันที่พ่อแม่ผู้ปกครองจูงมือบุตรหลานไปเที่ยวเล่น เก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ ความสนุกสนานทั้งในสถานที่ราชการและเอกชน แน่นอนครับว่าเด็กหลายๆ คนกำลังตั้งตารอคอยของขวัญเล็กๆ น้อยๆ จากผู้ใหญ่ใจดี ทุกท่าน !
เรื่องที่ผมนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆ สามารถช่วยกันสร้างสรรค์ของขวัญให้แก่เด็กๆ ได้ด้วยการพุ่งเป้ายุทธศาสตร์ขององค์กรหรือหน่วยงาน ไปที่การพัฒนา “คน” ที่ไม่ใช่แค่พนักงานขององค์กรเท่านั้น แต่หมายรวมไปถึงเยาวชนให้ได้มีภูมิปัญญาความรู้และคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะจากการที่ผมได้มีโอกาสศึกษาแผนพัฒนาส่งเสริมคุณภาพชีวิต “ความมั่นคงของมนุษย์” ในรายงานการพัฒนาคนของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ พบว่า หัวใจสำคัญของความมั่นคงของมนุษย์มีอยู่ 3 ด้าน
ด้านแรกคือด้าน เศรษฐกิจ ที่ประกันถึงหลักความคุ้มครองรายได้ขั้นต่ำ การมีงานทำ การดำรงชีพ ด้านที่สองเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อม กำหนดให้ครอบคลุมคุ้มครองถึงภัยพิบัติจากธรรมชาติและเงื้อมมือมนุษย์ด้วยกันเอง และด้านที่สามคือด้านสังคม ที่แยกย่อยประเด็นมีตั้งแต่ความมั่นคงทางด้านอาหาร ที่ทุกคนจะต้องเข้าถึงได้อย่างทัดเทียม การได้รับหลักประกันขั้นต่ำด้านสุขภาพ ความมีเสถียรภาพทางการเมือง และที่สำคัญ “คน” ต้องได้รับการศึกษา รับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างกว้างขวางด้วย
อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว ว่าการพัฒนา “คน” เป็นสิ่งสำคัญที่จะส่งต่อสู่คุณภาพชีวิต และความความมั่นคงของมนุษย์ องค์กรทางวิชาการระดับนานาชาติ จึงได้กำหนดดัชนีการพัฒนาคนไว้ในรายงานดังกล่าวด้วย เรียกว่า Human Development Index : HDI ซึ่งพบว่าด้านการพัฒนาคนในภาพรวมจาก 187 ประเทศทั่วโลก สิงคโปร์ บรูไน มาเลเซีย ยังเป็น 3 ประเทศ ในภูมิภาคที่มีการพัฒนาคนที่สูงสุด ส่วนไทยอยู่อันดับ 4 มีดัชนีการพัฒนาคนอยู่ที่ 46%
จากข้อมูลที่ผมเล่าสู่กันฟังนั้น แม้ความมั่นคงของมนุษย์ (HSI) ของไทยจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่การพัฒนาคนในภาพรวมของไทยนั้น ยังมีเปอร์เซ็นต์ต่ำ ดัชนีดังกล่าวจึงเป็นอีกเครื่องมือที่สะท้อนให้เห็นว่าเรายังมีโอกาสอีกมากในการพัฒนาคุณภาพของคนในประเทศ ที่วันนี้หน่วยงานภาครัฐจะต้องเป็นแม่ทัพออกโรงกำหนดนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม เช่นเดียวกันหน่วยงานเอกชนก็ต้องไม่นิ่งนอนใจ ปล่อยให้ภาครัฐรับภาระอยู่ฝ่ายเดียว หากแต่ต้องลุกขึ้นมามีส่วนร่วมก้าวเดินไปพร้อมๆ กัน
ถึงเวลาที่เราต้องเชิญชวนระดมสรรพกำลังจากภาคเอกชน โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ หลายบริษัทเข้ามามีบทบาทพัฒนา “คน” เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ให้ประเทศชาติในระยะยาว ผมคิดว่าที่ผ่านมาบริษัทต่างๆ ล้วนตระหนักดีอยู่แล้วว่า การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด คือการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นบุคลากรของตนเอง เพื่อความเจริญก้าวหน้าของบริษัทเอง
แต่มาวันนี้อยากจะเชิญชวนเพิ่มเติมขึ้นมาอีกขั้น คือให้มาช่วยกันพัฒนาคนตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพราะการจะปลูกฝังและสร้างสรรค์เยาวชนของเราให้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ทั้งเก่งและดีได้นั้น ไม่สามารถทำได้ภายในวันสองวันแต่ต้องผ่านการบ่มเพาะที่ยาวนาน
-------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : ร่วมพัฒนาเด็กไทย อีกภารกิจของภาคเอกชน : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)



