ข่าว

'ปู'ซิ่งรถ!จากบ้านพักเปิดงานOTOP

'ปู'ซิ่งรถ!จากบ้านพักเปิดงานOTOP

06 ม.ค. 2557

'นายกฯ'ซิ่งจากบ้านพักเปิด'OTOP'ที่สุวรรณภูมิ ด้าน'ตร.สุวรรณภูมิ'ตะโกนให้กำลังใจ'ปู' พร้อมชี้'พ.ร.ก.ฉุนเฉิน'จะเป็นทางเลือกสุดท้าย

                6 ม.ค.57 เมื่อเวลา 08.40 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางด้วยรถยนต์ออกจากบ้านพักในซอยโยธินพัฒนา 3 มายังอาคารผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อเป็นประธานในการเปิดร้านจำหน่ายสินค้าโอท็อป (OTOP Store modern Thailand) โดยเป็นร้านจำหน่ายสินค้าปลอดภาษีที่เป็นความร่วมมือของกระทรวงพาณิชย์ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) และกลุ่มบริษัท คิงเพาเวอร์ฯ ที่นำสินค้าในโครงการหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ คุณภาพระดับพรีเมี่ยมจากทั่วประเทศมาวางจำหน่าย ทั้งนี้มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พล.อ.พฤณฑ์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม และผู้บริหารบริษัท ท่าอากาศยานไทย และผู้บริหารบริษัท คิงเพาเวอร์ฯ ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

                ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ยินดีที่ได้มาเปิดงานนี้ ซึ่งโครงการโอท็อปได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2544 มุ่งสร้างรายได้สร้างอาชีพให้ชุมชนทั่วประเทศ สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตนของสินค้า ให้ชุมชนเข้มแข็ง สร้างงาน สร้างอาชีพ ส่งผลให้ยอดจำหน่ายปี 56 สูงถึง 8.6 หมื่นล้านบาท ส่งออก 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ครอบคลุมประชากร 2.4 แสนครัวเรือน ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายทำให้มีการปรับปรุงภาพลักษณ์สินค้า เพื่อให้พร้อมนำโอท็อปเข้าสู่ระดับสากล

                ส่วนการตั้งร้านที่สุวรรณภูมิ นายกฯ กล่าวว่า เป็นการเพิ่มช่องทางจัดจำหน่าย เพราะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงเป็นโอกาสทำให้สินค้าโอท็อปได้ทำใหัรับทราบถึงคุณภาพของสินค้า

                ด้านนายนิวัฒน์ธำรง กล่าวว่า โครงการโอท็อปเริ่มตั้งแต่ปี 2544 ในสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ พัฒนาสินค้า ขยายช่องทางจำหน่าย ซึ่งเป็นดำริของนายกฯ ตามยุทธศาสตร์ของโอท็อปที่บริษัท การท่าฯ ไม่คิดค่าใช้จ่ายในการเช่าสถานที่เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งจะมีการขยายร้านไปยังท่าอากาศยานอื่นๆ ต่อไป

 

 

"ตำรวจสุวรรณภูมิ"ตะโกนให้กำลังใจ"นายกฯ" ยันจะนำความสงบกลับคืนมา

 

                ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เดินทางมายังฝ่ายดับเพลิงและกู้ภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดกองร้อยควบคุมฝูงชน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จำนวน 12 กองร้อย ทหารอีก 2 กองร้อย รวมทั้งสิ้น 2,250 นาย ที่เข้าปฏิบัติหน้าที่ดูแลพื้นที่ภายในท่าอากาศสุวรรณภูมิ เนื่องจากเป็นพื้นที่ตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยนายกฯได้เดินทักทายพูดคุย ถ่ายรูปหมู่ให้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร ท่ามกลางเสียงปรบมือและตะโกนจากฝั่งของตำรวจให้กำลังใจนายกฯ ว่า "นายกฯ สู้ๆ" จนทำให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า ขณะที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้แค่เพียงปรบมือตามเสียงประกาศเชิญชวนผ่านเครื่องขยายเสียงของนายตำรวจเท่านั้น

                ทั้งนี้ นายกฯ ได้กล่าวให้กำลังใจกับเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชนว่า ขอบคุณที่ประสานกำลังดูแลท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่เป็นสถานสำคัญที่มีประชาชนคนไทย นักท่องเที่ยวเดินทางตลอด ซึ่งการมาดูแลสุวรรณภูมิ เพื่อให้แน่ใจว่า สุวรรณภูมิยังรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นภารกิจหนักที่ต้องขอขอบคุณ ที่เสียสละเวลา เสียสละกำลังกาย กำลังใจ มาดูแลรักษาความปลอดภัยให้คนไทยและนักท่องเที่ยวที่ต้องทำให้ทุกที่มีความปลอดภัยและสัญจรไปมาได้

                นายกฯ กล่าวต่อว่า เลยวันปีใหม่มาไม่กี่วัน ก็ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยให้ทุกท่านมีความเจริญ มีสุขภาพแข็งแรงปลอดภัย อดทนในการตั้งมั่นเพื่อนำความสงบกลับสู่ประเทศไทย

                ด้านพ.ต.อ.นพดล สอนสำราญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ระยอง กล่าวผ่านเครื่องขยายเสียงหลังจากนายกฯ อวยพรปีใหม่ ว่า พวกเราก็ขอให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตยอย่างเต็มที่

                และจากนั้นเวลา 11.50 น. นายกฯ เดินทางมายังสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เพื่อเป็นประธานในการประชุมคณะทำงานกำกับการบริหารนโยบายเศรษฐกิจ และหารือภาพรวมด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์การส่งออก แนวโน้มเศรษฐกิจปี 2557 โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปฟังและทำข่าวแต่อย่างใด ทั้งนี้ เป็นการเดินทางเข้ามาใช้สถานที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมทำงานครั้งแรกของน.ส.ยิ่งลักษณ์ด้วย

 

 

ชี้"พ.ร.ก.ฉุนเฉิน"จะเป็นทางเลือกสุดท้าย

             

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มกปปส.เตรียม "ชัตดาวน์กทม." ว่า ตนมีความเป็นห่วงในสถานการณ์ดังกล่าว เนื่องจากความเชื่อมั่นทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าไม่แก้ปัญหาโดยสันติวิธี เหตุการณ์ก็อาจจะบานปลาย ตนอยากขอร้องผู้ชุมนุมว่า หากแสดงออกซึ่งการชุมนุมแล้วขอร้องว่า อย่าปิดสถานที่ราชการ ไม่ต้องการให้สถานที่ราชการถูกปิดหรือตัดน้ำ-ไฟ เพราะจะทำให้การบริหารประเทศเดินหน้าไปลำบาก

                น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า วันนี้รัฐบาลได้ยุบสภาแล้ว ก็เพราะต้องการให้หาทางออก เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้โดยไม่กระทบต่อเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน เราจะเห็นว่าหลายประเทศเริ่มมีการส่งสัญญาณเตือน ดังนั้น หากอนาคตเราไม่นำไปสู่การเลือกตั้ง ก็น่าเป็นห่วงสิ่ง ที่น่าเป็นห่วงคือ เรื่องการเดินหน้าต่อการดำเนินการลงทุน การที่ภาครัฐจะสนับสนุนภาคเอกชนให้เกิดความมั่นใจในการลงทุนคงจะทำได้ยากมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในปี 2557

                ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลมีแผนดูแลความสงบอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า การวางกำลังเจ้าหน้าที่ใช้วิธีการบูรณาการจากทางตำรวจและทหารร่วมกัน และเน้นการดูแลปกป้องกรุงเทพมหานคร ไม่ได้เน้นที่จะทำให้ประชาชนก้าวไปสู่ความรุนแรงได้กำชับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายใช้ความละมุนละม่อมและดูแลความปลอดภัยอย่างสันติ โดยเฉพาะในการปกป้องสถานที่ราชการ รวมถึงสนามบินสุวรรณภูมิที่ตนเดินทางมาตรวจเยี่ยมในวันนี้ เพราะไม่ต้องการให้การจราจรถูกปิด เพราะหากนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางในไฟล์ทต่างๆ ได้ก็น่าเป็นห่วง ขอความกรุณาให้เปิดเส้นทางการคมนาคม สถานที่ทำงานของราชการ เอกชนต่างๆ ให้สามารถเดินไป ทำงานได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยินดีอำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมแสดงออกทางการเมือง

                เมื่อถามถึงแนวโน้มประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) นายกฯ กล่าวว่า ขอเรียนว่าได้มีการหารือกันว่าหากจะออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว จะได้คำตอบอะไร ซึ่งได้คำตอบว่า เป็นการใช้กฎหมายที่แรงขึ้น นั่นคือ การนำไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลจึงพยายามแก้ปัญหาด้วยความละมุนละม่อม อดทน อดกลั้น ซึ่งเห็นใจทุกๆ ฝ่าย ทุกวันนี้เราใช้ความอดทน เพื่อไม่ให้เกิดการการกระทบหรือเผชิญหน้า

                เมื่อถามว่า แต่ถ้าสถานการณ์เพิ่มความรุนแรงขึ้นหากจำเป็นต้องประกาศใช้จะต้องใช้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า "นั่นเป็นทางเลือกสุดท้าย แต่ขอเรียนว่า "จะพยายามไม่ใช้" ก็จะเห็นมาแล้วว่า รัฐบาลนี้ไม่มีการยกระดับมาใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เราใช้การบูรณาการเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวก และที่สำคัญเราต้องปกป้องพระนครมากกว่า แต่การจะยกระดับทางรัฐเกรงว่า จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน "

                "ดังนั้น ณ เวลานี้ขอยืนยันว่า ยังใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงอยู่ค่ะ"นายกฯ กล่าว

                เมื่อถามถึงกรณีที่ผู้ชุมนุมประกาศไปปิดล้อมตัดน้ำตัดไฟบ้านนายกฯ และรัฐมนตรีคนอื่นๆ นายกฯ กล่าวว่า หากทำอย่างนั้นจริงถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ตนเองคงไม่สามารถพูดอะไรได้ คงต้องอยู่ที่ประชาชนและสังคม แต่ก็ขอให้เห็นใจ การตัดน้ำตัดไฟที่บ้านไม่ได้ทำให้การทำงานต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป เพราะเราทุกคนมีหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ ครม.ก็ต้องทำงาน แต่ถ้าทำแบบนั้นอาจมีความรุนแรงอาจจะกระทบกระทั่งกัน ซึ่งไม่มีใครต้องการเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ดังนั้น จึงขอความกรุณาและความร่วมมือ แล้วหันมาหาทางออกร่วมกัน โดยการเปิดเวทีปฏิรูปประเทศ มาเสนอแนะความเห็นร่วมกันว่าต้องการให้รัฐบาลทำอย่างไร การแก้ไขความเห็นต่างในอดีตควรมาแก้ไขในสภาปฏิรูป ซึ่งตนพยายามเดินสายอธิบายกับสื่อมวลชนในเรื่องสภาปฏิรูปประเทศ เป็นการให้ข้อมูลให้กระจ่างมากขึ้นในบางประเด็นที่ยังมีการถกเถียงกันอยู่

               "แต่รัฐบาลไม่ได้นำข้อมูลมาโน้มน้าวในการตัดสินใจ ยืนยันว่า ต้องการให้เวทีปฏิรูปฯ เป็นเวทีกลางที่รวมทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาล เอกชน ประชาชน สังคม และหน่วยงานภาครัฐ เข้ามาร่วมกันเพราะประเทศไทยไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง"นายกฯ กล่าว