ข่าว

รำพึงถึงประชาธิปไตย

รำพึงถึงประชาธิปไตย

06 ม.ค. 2557

รำพึงถึงประชาธิปไตย : วันเว้นวันจันทร์ พุธ ศุกร์กับ ประภัสสร เสวิกุล

              ผมมีความเห็นส่วนบุคคลว่า รัฐธรรมนูญไทย ฉบับ พ.ศ.2540 มีความเป็นประชาธิปไตยเป็นอย่างสูง แต่ก็มีลักษณะในเชิงอุดมคติที่สูงเช่นกัน ดังนั้นในทางปฏิบัติจึงมีผู้ที่อาศัยความเป็นประชาธิปไตยและอุดมคตินี้ก้าวขึ้นมาสู่อำนาจและทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ดังนั้น จึงมีรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ.2550 ที่เขียนขึ้นเพื่ออุดช่องทางต่างๆ ที่ก่อให้เกิดเป็นปัญหาทางการเมืองการปกครองมาแล้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะสกัดกั้นหรือยับยั้งสิ่งที่เป็นปัญหาดังกล่าวได้สำเร็จ

              เราคงต้องยอมรับว่า ต้นเหตุของปัญหาทางการเมืองของประเทศไทยนั้น มาจากการที่คนไทยขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ไม่ตระหนักในสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น การขาดการมีส่วนร่วมในทางการเมือง ประกอบกับลักษณะนิสัยโดยทั่วไปของคนไทย เช่น ความผูกพันเครือญาติสนิทมิตรสหาย การสำนึกบุญคุณ การเกรงกลัวผู้มีอำนาจ การไม่อยากเอาตัวเข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องยุ่งยาก เป็นต้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ทำให้การเมืองของไทยตกอยู่ในมือของนักกินเมืองและผู้มีผลประโยชน์จากการเมือง ซึ่งเสวยสุขจากการทุจริตคอร์รัปชั่น

              มีผู้กล่าวว่า บันไดขั้นแรกของกระบวนการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทยก็คือการซื้อสิทธิ์-ขายเสียง ซึ่งแน่นอนว่าผู้สมัครที่ใช้เงินซื้อเสียงจากประชาชนให้ลงคะแนนให้ตน ย่อมจะต้องได้รับผลตอบแทนอย่างมากมายมหาศาล เมื่อเข้าไปนั่งในสภาผู้แทนราษฎรหรือมีตำแหน่งในทางการเมือง

              คนที่ลงทุนทำอะไรก็แล้วแต่ ย่อมต้องหวังผลกำไรทั้งนั้นแหละครับ และการที่คนประเภทนี้ได้รับเลือกตั้งเข้ามา ก็คือการทำให้คนดีๆ ที่มีความรู้ ความคิด ความสามารถ และอุดมการณ์ หมดโอกาสที่จะเข้ามาทำงานให้บ้านเมือง สภาพของสภาผู้แทนราษฎรและการเมืองไทยจึงเป็นเช่นที่เห็นๆ กันอยู่

              ดังนั้น การกำจัดทุจริตคอร์รัปชั่นให้ได้ผลอย่างจริงจัง ก็น่าจะต้องเริ่มต้นจากการควบคุมและป้องกันไม่ให้เกิดการซื้อสิทธิ์-ขายเสียง ซึ่งตามความจริงแล้วก็มีบทลงโทษถึงขั้นยุบพรรค และตัดสิทธิ์หรือเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองของผู้กระทำผิดและกรรมการบริหารพรรค แต่เรื่องแบบนี้ก็มักจะจับไม่มั่นหรือคั้นไม่ตาย อย่างไรก็ตาม หากสามารถจัดการในจุดนี้ได้ ก็มีโอกาสที่จะเปลี่ยนรูปโฉมของการเมืองไทย และปัญหาเรื่องคอร์รัปชั่นลงได้อย่างมาก

              กระบวนการที่สำคัญมากๆ ในการติดตามการทำงานของรัฐบาลก็คือ การตรวจสอบและประเมินผลดีผลเสียอย่างใกล้ชิดและทันต่อเหตุการณ์ ซึ่งประชาชนน่าจะมีบทบาทร่วมกับองค์กรอิสระในการทำหน้าที่นี้ เพราะการปล่อยให้รัฐบาลดำเนินนโยบายบางเรื่อง ก็เป็นเพียงแค่สร้างภาพตามนโยบายประชานิยม และเป็นโอกาสให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างขนานใหญ่

              กล่าวโดยรวมแล้ว รัฐธรรมนูญถึงจะดีเพียงไร ก็ไม่อาจทำให้การเมืองดีขึ้นมาได้ ถ้าประชาชนยังไม่มีความรู้ ความเข้าใจ และความเลื่อมใสในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอย่างเพียงพอ และสิ่งที่จะต้องทำอย่างเร่งด่วนและทั่วถึงก็คือ การให้ความรู้ในเรื่องประชาธิปไตย โดยเฉพาะในเรื่องการเคารพสิทธิ หน้าที่ และผลประโยชน์ ของตนเองและผู้อื่น กับเภทภัยร้ายแรงของการทุจริตคอร์รัปชั่น

              จะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ อีกกี่ฉบับหรือจะปฏิรูปประเทศอีกสักกี่ครั้งก็คงช่วยอะไรไม่ได้เท่าไหร่หรอกครับ หากคนไทยยังไม่มีความคิดและจิตใจที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง