ข่าว

'เวนเกอร์'ชมเด็กปืนทุบไก่ลิ่วเอฟเอ

'เวนเกอร์'ชมเด็กปืนทุบไก่ลิ่วเอฟเอ

05 ม.ค. 2557

'อาร์แซน เวนเกอร์' ออกมาชม เซิร์ช กนาบรี ดาวรุ่งวัย 18 ปีที่มีส่วนสำคัญทำให้ทีมเอาชนะ สเปอร์ส 2-0 ในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อวันที่ 4 ม.ค.

 

                          ศึกเอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อวันที่ 4 มกราคม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล เปิดสนามเอมิเรตส์ ทำศึกดาร์บีแมทช์ กรุงลอนดอนกับ "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส โดยทั้งสองทีมยังใช้ผู้เล่นหลักลงสนามเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังให้โอกาสดาวรุ่งด้วยกันทั้งสองทีม เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 31 เป็น อาร์เซนอล ที่ได้ประตูออกนำก่อนเมื่อ เซิร์ช กนาบรี ดาวรุ่งวัย 18 ปี จ่ายทะลุให้ ซานติ กาซอร์ลา ยิงเข้าไปเป็น 1-0 และรักษาสกอร์ไว้ได้จนจบครึ่งแรก

                          เข้าครึ่งหลัง สเปอร์ส พยายามเดินเกมรุกเต็มที่ แต่สุดท้ายต้องมาพลาดในนาทีที่ 62 เมื่อ แดนนี โรส โดน โทมัส โรซิคกี ฉกบอลได้จากกลางสนามก่อนลากไปยิงข้ามตัว ฮูโก ยอริส เข้าไปเป็น 2-0 ช่วง 10 นาทีสุดท้าย อาร์เซนอล ต้องเล่นแค่ 10 คนเมื่อ ธีโอ วัลคอตต์ มีอาการบาดเจ็บและเปลี่ยนตัวครบแล้ว แต่ทีมเยือนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ จบเกม อาร์เซนอล เข้ารอบ 4 ด้วยสกอร์ 2-0

                          หลังจบการแข่งขัน อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซืออาร์เซนอล ออกมาชม เซิร์ช กนาบรี นักเตะเยอรมันวัย 18 ปีว่า เป็นนักเตะชั้นดีอยู่แล้ว แต่จากนี้ไปหากมีความสม่ำเสมอก็จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นซูเปอร์สตาร์ของทีมได้เช่นกัน

                          "ผมเชื่อมั่นในตัว เซิร์ช กนาบรี อย่างมาก เพราะว่าผมเอาตัวเขามาเองเมื่อปีที่แล้ว แต่เขาคงเป็นซูเปอร์สตาร์ด้วยเกมเพียงเกมเดียวไม่ได้ นักเตะระดับชั้นยอดต้องมีความสม่ำเสมอ เขาต้องแสดงให้เห็นว่าสามารถเล่นได้ด้วยฟอร์มแบบนี้ในทุกๆ เกม" เวนเกอร์กล่าว

 

                          ขณะที่ ทิม เชอร์วูด ผู้จัดการทีมสเปอร์ส ไม่โทษ แดนนี โรส ที่มีส่วนสำคัญทำให้ต้องเสียประตูที่ 2 และมองว่าความพ่ายแพ้นัดนี้เกิดจากอาการล้าของผู้เล่นทำให้ความเฉียบคมหายไป

                          "แดนนี เป็นเด็กที่ดี และผมคงไม่ให้เขารับผิดชอบอะไร ผมไม่เคยตำหนิความผิดพลาดของใครคนใดคนหนึ่ง เราต้องทำใจ และไปเล่นในลีกกันต่อในสัปดาห์หน้า เราต้องเล่นถึง 6 นัดใน 17 วัน ด้วยทีมที่บางทีอาจจะเล็กที่สุดเพราะมีปัญหาบาดเจ็บมากมาย เราล้า และความเฉียบคมบางอย่างหายไป" เชอร์วูดกล่าว

 

                          ขณะที่ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ต้องไปเล่นนัดรีเพลย์หลังจากไปเยือน แบล็คเบิร์น ที่อีวูด ปาร์ค และทำได้แค่เสมอ 1-1 แม้ว่า อัลบาโร เนเกรโด จะยิงให้ทีมนำก่อนนาทีที่ 45 แต่ สกอตต์ แดนน์ ตีเสมอให้เจ้าถิ่นได้ในนาทีที่ 55 ทำให้ต้องไปเล่นกันอีกนัดที่สนามอิติฮัด

 

                          "สิงห์ผยอง" แอสตัน วิลลา เป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกที่โดนทีมต่ำชั้นเขี่ยตกรอบแม้แพ้ให้ "ดาบคู่" เชฟฯ ยูไนเต็ด คาวิลลา ปาร์ค 1-2 เจมี เมอร์ฟี ยิงให้ทีมเยือนออกนำนาทีที่ 2-0 ก่อนที่ นิคลาส เฮเลนิอุส ตีเสมอให้ วิลลา นาทีที่ 75 แต่สุดท้ายก่อนหมดเวลา 6 นาที ไรอัน ฟลินน์ มาทำประตูชัยให้เชฟฯ ยูไนเต็ดได้

 

                          โอเล กุนนาร์ โซลชา ประเดิมงานกุนซือ "มังกรแดง" คาร์ดิฟฟ์ อย่างงดงามเมื่อพาทีมไปแซงชนะ "สาลิกาดง" นิวคาสเซิล 2-1 แม้ว่าเจ้าถิ่นจะนำไปก่อนจาก ปาปิส เดมบา ซิสเซ นาทีที่ 62 แต่ เครก นูน ตีเสมอให้ทีมเยือนนาทีที่ 73 ก่อนที่ เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ยิงประตูชัยนาทีที่ 80 ซึ่งทั้งคู่ต่างก็ลงสนามมาเป็นตัวสำรอง

 

                          ผลคู่อื่นๆ บาร์นสลีย์ แพ้ โคเวนทรี 1-2, โบลตัน ชนะ แบล็คพูล 2-1, ไบรตัน ชนะ เรดดิง 1-0, บริสตอล ซิตี เสมอ วัตฟอร์ด 1-1, ดอนคาสเตอร์ แพ้ สตีเวเนจ 2-3, เอฟเวอร์ตัน ชนะ ควีนส์ปาร์ค 4-0, กริมสบี แพ้ ฮัดเดอร์ฟิลด์ 2-3, อิปสวิช เสมอ เปรสตัน 1-1, คิดเดอร์มินสเตอร์ เสมอ ปีเตอร์โบโร 0-0, แม็คเคลสฟิลด์ เสมอ เชฟฯ ยูไนเต็ด 1-1, มิดเดิลสโบรช์ แพ้ ฮัลล์ 0-2, นอริช เสมอ ฟูแลม 1-1, รอชเดล ชนะ ลีดส์ 2-0, เซาแธมป์ตัน ชนะ เบิร์นลีย์ 4-3, เซาธ์เอนด์ ชนะ มิลล์วอลล์ 4-1, สโตค ชนะ เลสเตอร์ 2-1, เวสต์บรอมวิช แพ้ คริสตัล พาเลซ 0-2, วีแกน เสมอ เอ็มเค ดอนส์ 3-3, เยโอวิล ชนะ เลย์ตัน โอเรียนท์ 4-0

 

 

---------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)