
'อนุดิษฐ์'ย้ำ'ชัตดาวน์'ผิดกม.หวั่นรุนแรง
'อนุดิษฐ์' หวั่น 'ชัตดาวน์กรุงเทพฯ' ถูกมือที่ 3 ก่อความรุนแรง ยกระดับสถานการณ์ทำร้ายปชช.-จนท. เตือนร่วมชุมนุมเสี่ยงร่วมกระทำผิดก.ม.
5 ม.ค. 57 เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที แถลงข่าวผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ว่า ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯ กปปส. ได้ประกาศว่าจะนำกลุ่มผู้ชุมนุมปฏิบัติการปิด กทม. ตามแผน “ชัตดาวน์กรุงเทพฯ” โดยตั้งเวทีปิดการจราจรตามแยกต่างๆ ทั่วกทม.ประมาณ 20 จุดนั้น จากข้อมูลของหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานด้านข่าวกรอง ยืนยันตรงกันว่า จะมีการนำมวลชนมาจากหลายภาค โดยเฉพาะมวลชนที่เคยเรียกร้องด้านการเกษตร จะเป็นกลุ่มมวลชนหลักในการเคลื่อนไหว และจากพฤติกรรมของกลุ่มผู้ชุมนุมพบว่า อาจมีการใช้สิ่งเสพติดเพื่อปลุกเร้าความกล้าในการปฏิบัติการ จึงเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง และจากปฏิบัติการครั้งก่อน ที่มีการยั่วยุสร้างความรุนแรง จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมาแล้ว เจ้าหน้าที่ประเมินแล้วว่า หากกลุ่มผู้ชุมนุมเลือกใช้พื้นที่ปฏิบัติการอาจเกิดความรุนแรงได้ เช่น แผนที่จะบุกไปยังที่ทำการของกลุ่มการเมืองฝ่ายตรงข้าม การปิดสถานที่ราชการ การตัดน้ำตัดไฟสถานที่เป้าหมาย เป็นต้น
นอ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า จากเหตุการณ์ที่ผ่านมา รัฐบาลได้แสดงความห่วงใย และได้เตือนพี่น้องประชาชนในกรณีที่อาจถูกมือที่ 3 เข้ามาก่อความรุนแรงและยกระดับสถานการณ์ มีการทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ และแอบอ้างว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด ยั่วยุและสร้างความเกลียดชังระหว่างกัน จากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น มีการจับกุมผู้กระทำผิดจากเหตุการณ์ชุมนุมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถยึดอาวุธปืนและวัตถุระเบิดได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่า รับจ้างให้มาทำร้ายพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ รวมทั้งจากเหตุการณ์การชุมนุมที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 56 ที่ผ่านมา ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้ทุบรถยนต์ของทางราชการ และได้นำอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นพบว่า ได้มีการซื้อกระสุนปืนที่ใช้กับปืนที่หายไปจากร้านขายกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก จึงเชื่อได้ว่า ผู้ชุมนุมกลุ่มที่ได้นำอาวุธปืนของเจ้าหน้าที่ไป อาจใช้อาวุธดังกล่าวมาใช้ในการก่อความไม่สงบในครั้งนี้
นอ.อนุดิษฐ์ กล่าวด้วยว่า ตนยืนยันว่ารัฐบาลมีความห่วงใยในความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน และหากการชุมนุมกระทำด้วยความสงบอยู่ภายใต้กฎหมาย ก็เป็นสิทธิอันชอบที่กระทำได้ แต่การชุมนุมครั้งที่ผ่านมา ผู้ชุมนุมบางส่วนมีพฤติกรรมที่ละเมิดกฎหมายและละเมิดสิทธิของผู้อื่น และมีการใช้ความรุนแรง ดังนั้นรัฐบาลจึงขอวิงวอนให้ผู้ที่เตรียมก่อความรุนแรงได้หยุดกระทำดังกล่าว และขอให้พี่น้องประชาชนระมัดระวัง เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมบางกลุ่มมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรง และขอให้ประชาชนตระหนักว่า การกระทำของนายสุเทพ ที่ได้ชักชวนท่านให้ร่วมกระทำนั้น หากเป็นเรื่องผิดกฎหมาย ก็อาจทำให้ท่านจะต้องถูกดำเนินคดีได้ ทั้งนี้รัฐบาลจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้บ้านเมืองกลับมาสู่ความสงบเรียบร้อย เพื่อเตรียมเข้าสู่การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ ซึ่งเป็นแนวทางที่ชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข



