ข่าว

บก.น.8ระดมกำลังไล่ล่ามือยิงนศ.ปทุมวัน

บก.น.8ระดมกำลังไล่ล่ามือยิงนศ.ปทุมวัน

28 ม.ค. 2552

ตร.เร่งไล่ล่ามือสังหาร นศ.ปทุมวัน มุ่งปมศึกช่างกลฆ่าล้างแค้น เผยสองฝ่ายอาฆาตเพื่อนถูกฆ่า ลั่นต้องตายอีกหลายศพ "จงรัก" ถกผู้บริหารอุเทนถวาย-ปทุมวัน งัด 6 มาตรการสกัดเหตุร้าย เล็งส่งกำลัง 1 กองร้อยคุมเข้มวันสถาปนาอุเทนฯ 1 ก.พ.

ศึกนักศึกษาต่างสถาบันส่อเค้าบานปลาย หลังจากช่วงดึกวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา นายพรพจน์ โสภาเจริญ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถูกยิงเสียชีวิตหน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น บริเวณแยกเกษตรศาสตร์ กทม. ต่อมาเมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 มกราคม ที่ผ่านมา นายคณิน ทองอู๋ อายุ 22 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาอิเล็กทรอนิกส์โทรคมนาคม สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ถูกคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่ ตามประกบยิงจนเสียชีวิต ขณะเดินทางกลับจากงานเผาศพนักศึกษารุ่นน้องที่วัดใหญ่พระสมุทรเจดีย์ อ.ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ เหตุเกิดบริเวณปากซอยสุขสวัสดิ์ 52 ฝั่งขาเข้าก่อนขึ้นทางด่วนดาวคะนอง ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 27 มกราคม พล.ต.ต.วรัญวัส การุณยธัช ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผบก.น.8) เรียกประชุมชุดปฏิบัติงานเพื่อหาแนวทางคลี่คลายคดีที่ กก.สืบสวน บก.น.8 โดยมี พ.ต.อ.จีรศักดิ์ ขำคง รอง ผบก.น.8 พ.ต.อ.ดุสิต สมศักดิ์ ผกก.สน.ราษฎร์บูรณะ พ.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผกก.สืบสวน บก.น.8 พ.ต.ท.เมธสิทธิ์ วชิราปัญญานนท์ รอง ผกก.สืบสวน บก.น.8 พ.ต.ต.ณัฐจักร จันลา สว.สส.สน.ราษฎร์บูรณะ และทีมพนักงานสอบสวน สน.ราษฎร์บูรณะ เดินทางเข้าร่วมประชุมพร้อมกันโดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังการประชุมเสร็จสิ้น พ.ต.อ.ดุสิต กล่าวว่า โรงพักจะดูแลรับผิดชอบด้านการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามห้างร้านต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ ตลอดจนกล้องวงจรปิดของทางด่วนสุขสวัสดิ์ ส่วน กก.สืบสวน บก.น.8 จะรับผิดชอบเรื่องการตรวจสอบข้อมูลทางโทรศัพท์ของบุคคลต้องสงสัย และใช้เทคนิคในการหาเบาะแสตัวคนร้าย สำหรับความคืบหน้าทางคดี ในขณะนี้พนักงานสอบสวนสอบปากคำพยานไปแล้ว 6 ปาก เป็นพยานในที่เกิดเหตุ 4 ปาก และพยานแวดล้อมอีก 2 ปาก ซึ่งจะมีการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องและคนใกล้ชิดของผู้ตายเข้ามาสอบปากคำอีกเรื่อยๆ พ.ต.อ.ดุสิต กล่าวอีกว่า ตอนนี้ชุดสืบสวนทั้งหมดได้ลงพื้นที่ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายแล้ว โดยพุ่งประเด็นสังหารไปที่การล้างแค้นระหว่างสถาบันเป็นหลัก เพราะจากการสอบปากคำพยานในเบื้องต้น ไม่พบว่าผู้ตายเคยมีเรื่องบาดหมางกับใครมาก่อน ประกอบกับก่อนหน้านี้กลุ่มผู้ตายก็เคยไปปะทะกับกลุ่มนักศึกษาคู่อริมาครั้งหนึ่งแล้ว ตอนที่ไปรับศพเพื่อนรุ่นน้องที่ถูกรถชนออกจากสถาบันนิติเวช และที่ทำให้เชื่อมั่นในประเด็นดังกล่าวนั้น เพราะว่าตอนเกิดเหตุผู้ตายสวมใส่ชุดธรรมดา ไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่ากลุ่มคนร้ายต้องไปดูลาดเลาเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของผู้ตายและเพื่อนๆ ตั้งแต่อยู่ในงานเผาศพรุ่นน้องที่วัดใหญ่พระสมุทรเจดีย์แล้ว ก่อนขี่รถจักยานยนต์ติดตามออกมาเพื่อหาโอกาสก่อเหตุ "จากการสอบปากคำนายเจนศักดิ์ โตยิ่งศิริกุล อายุ 25 ปี เพื่อนที่ขี่รถจักยานยนต์ตามหลังผู้ตายออกมา และถูกคนร้ายยิงใส่ก่อน 3 นัด แต่กระสุนด้านจึงรอดมาได้นั้น ยืนยันว่าก่อนที่ผู้ตายจะตกเป็นเป้ากระสุน ไม่ได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปเฉี่ยวชน หรือปาดหน้ารถใคร จึงเป็นไปได้ยากที่ประเด็นสังหารจะเป็นเรื่องอื่น" พ.ต.อ.ดุสิต กล่าว วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเดินทางไปตรวจหาร่องรอยในที่เกิดเหตุอีกครั้งหนึ่ง ก่อนเดินทางไปที่ สน.ราษฎร์บูรณะ เพื่อตรวจสอบคราบเลือดและหลักฐานเพิ่มเติม จากรถจักรยานยนต์ยี่ห้อคาวาซากิ รุ่นเซอร์ปิโก้ สีดำ ทะเบียน กวว 143 พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นรถของผู้ตาย แต่ไม่พบร่องรอย หรือหลักฐานที่จะนำมาประกอบในสำนวนคดีเพิ่มเติมแต่อย่างใด ส่วนที่สถาบันนิติเวช พ.อ.คนึง ทองอู๋ อายุ 57 ปี นายทหารสังกัด กองทัพบก อาของนายคณิน เดินทางมาติดต่อขอรับศพของหลานชาย โดยมีเพื่อนนักศึกษาร่วมสถาบันเกือบ 20 คน ร่วมเดินทางมาด้วย พ.อ.คนึง กล่าวว่า บิดาและมารดาของหลานชายยังทำใจไม่ได้ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงต้องมาติดต่อขอรับศพนายคณินแทน ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้น ตามรายงานการชันสูตรของแพทย์ระบุว่า เสียชีวิตเนื่องจากถูกกระสุนปืนทำลายอวัยวะภายในช่องอกทำให้เสียเลือดมากจนร่างกายรับไม่ไหว และหลังจากนี้จะนำศพหลานชายไปตั้งสวดพระอภิธรรมที่วัดโสมนัสราชวรวิหาร ด้านนายต้น (นามสมมติ) เพื่อนนักศึกษาร่วมสถาบัน กล่าวต่อผู้สื่อข่าวสั้นๆ ว่า หลังจากนี้นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย คงต้องตายกันอีกหลายศพ เพราะต่างฝ่ายต่างเจ็บแค้นที่พรรคพวกของตนถูกฆ่าตาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพศพของนายคณินมีบาดแผลถูกกระสุนปืนขนาด .38 รวม 6 นัด โดยนัดแรกกระสุนเข้าที่ท้ายทอยด้านซ้ายทะลุเหนือมุมปากขวา นัดที่สองเข้าที่อกซ้ายทะลุอกขวา นัดที่สามเข้าที่ชายโครงด้านหน้ากระสุนฝังใน นัดที่สี่เข้าที่สะบักซ้ายกระสุนฝังใน นัดที่ห้าและหกเข้าด้านหลังบริเวณเอวซ้ายกระสุนฝังใน จนทำให้ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตหลังถูกยิงเพียงไม่กี่นาที ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เรียกประชุมเพื่อหามาตรการป้องกันเหตุนักเรียนตีกัน โดยมี พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) พล.ต.ท.ดนัย วงศ์ไทย ผบช.สนว. พล.ต.ต.ราเชนทร์ รื่นกมล รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 พล.ต.ต.วิทยา รัตนวิชช์ ผบก.น.6 เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ บช.น.และพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1 รศ.สมเกีรยติ จงประสิทธิ์พร อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน นายสืบพงษ์ ม่วงชู รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวัตกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ร่วมประชุมโดยใช้เวลาในการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.อ.จงรัก กล่าวภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้สรุปมาตรการป้องกันเหตุนักเรียนตีกัน 6 มาตรการ ได้แก่ 1.ให้สถาบันการศึกษาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ตรวจค้นอาวุธนักศึกษาทั้งเข้าและออก รวมทั้งหลังจากที่นักศึกษากลับบ้านแล้ว 2.ติดตามศิษย์เก่าที่มีพฤติกรรมไม่ดี มายุแหย่รุ่นน้องให้เกิดพฤติกรรมที่ไม่ดี 3.ติดตั้งกล้องวงจรปิดหน้าสถาบันการศึกษาให้มองเห็นฝั่งตรงกันข้ามเพื่อป้องกันเหตุ 4.ให้จัดกิจกรรมระหว่างสถาบันการศึกษา เช่น การพัฒนาวัด ทำบุญร่วมกัน 5.ให้สถาบันการศึกษาทำประวัตินักศึกษาชั้นปีที่ 1 ให้แก่ตำรวจเมื่อมีเหตุจะสามารถติดตามได้ และ 6.ให้ตำรวจจัดอบรมนักศึกษาว่าการทะเลาะตีกันนั้นมีอัตราโทษร้ายแรง พล.ต.อ.จงรัก กล่าวอีกว่า วันที่ 28 มกราคมนี้ เวลา 13.00 น. ให้นักเรียนสองสถาบันมาจับมือกันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้เตรียมกำลังตำรวจนครบาลไว้แล้ว 1 กองร้อย เพื่อป้องกันเหตุ และในวันที่ 29 มกราคมนี้ เวลา 10.00 น. จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปตรวจค้นอาวุธของทั้งสองสถาบัน ด้าน รศ.สมเกียรติ กล่าวว่า จากการสอบถามนักศึกษาของทั้งสองสถาบัน ตอบตรงกันว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการป้องกันตัว จึงไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไร เพราะทุกครั้งที่เกิดเรื่อง ยอมรับว่าปัญหาความรุนแรงระหว่างสองสถาบันไม่สามารถหาเหตุผลที่แท้จริงได้ว่าเกิดจากอะไร ต้องให้ตำรวจดำเนินการหาเบาะแสต่อไป อย่างไรก็ตาม จากสถิติคดีอาชญากรรมกองบัญชาการตำรวจนครบาล พบว่า ท้องที่ สน.ปทุมวัน มีเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ใน 88 สน.ใน กทม. ทั้งยกพวกตีกัน ยิงถล่มกันมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายราย บริเวณหน้าสถานศึกษาและห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เนื่องจากมีสถาบันเทคโนโลยีชื่อดังตั้งอยู่หลายแห่ง เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รับผิดชอบพื้นที่ต้องหามาตรการในการป้องกันดูแลและปรับเปลี่ยนแผนปฏิบัติในการตรวจตราดูแลความปลอดภัยในชีวิตพี่น้องประชาชนตลอดเวลา อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน กล่าวอีกว่า ในวันที่ 28 มกราคมนี้ เตรียมนำเสนอสภามหาวิทยาลัย และรายงานต่อนายชัยวัตร บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ในการประชุมหารือเพื่อหามาตรการในการแก้ปัญหานักเรียนนักศึกษาทำร้ายกัน ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหานักเรียนยกพวกตีกันจนเกิดการเสียชีวิตว่า เป็นปัญหาเรื้อรังซึ่งจะต้องแก้กันต่อไปและต้องหามาตรการที่จะทำให้เกิดความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยมากขึ้น อย่างเรื่องของอาวุธต่างๆ ที่มีการนำมาใช้