ข่าว

'ปชป.'จี้'ผบ.ตร.'ไขปมชายชุดดำ

'ปชป.'จี้'ผบ.ตร.'ไขปมชายชุดดำ

04 ม.ค. 2557

'ปชป.' จี้ 'ผบ.ตร.' ไขปมชายชุดดำ แนะ 'รบ.' ออกกม.พิเศษป้องมือที่ 3 ทำร้ายม็อบ ดักคอ 'พท.' เดินหน้าลต.หวังฟอกขาวล้างคนโกง

 

                          4 ม.ค. 57  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกมายอมรับว่า ชายบนดาดฟ้าของอาคารกระทรวงเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงว่า เรื่องนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. จะต้องตรวจสอบให้ความกระจ่างโดยเร็วที่สุด เพราะทำให้ความเชื่อมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจลดต่ำลง เพราะผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. และ พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษก ศอ.รส. ที่ออกมาบอกครั้งแรกว่า เป็นผู้ชุมนุม ซึ่งถือเป็นการโกหกประชาชน แต่เมื่อ ผบ.ตร.ออกมายอมรับเป็นตำรวจจริง พล.ต.อ.วรพงษ์ กลับออกมาบอกว่า ไม่ทราบข้อมูล และได้รับข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ทั้งที่ความจริงต้องรู้เรื่อง เป็นการตั้งใจโกหกประชาชนหรือไม่ ถ้าไม่ทำอะไรผิด ไม่มีการใช้กระสุนจริง จะโกหกทำไม จึงขอถามว่า ทำไมต้องบิดเบือนข้อเท็จจริงกับประชาชน ขณะนี้ประชาชนรอคำตอบข้อเท็จจริงเรื่องเหล่านี้อยู่ นอกจากนี้ขอเรียกร้องให้ ผบ.ตร.เร่งทำความจริงให้กระจ่างในคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นรวมทั้งการตายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ชุมนุม ในวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมาด้วย

 

 

แนะรัฐบาลออกกม.พิเศษป้องมือที่ 3 ทำร้ายม็อบ

 

                          นายชวนนท์ แถลงว่า ขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ที่ไม่เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลออกประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อควบคุมการชุมนุมของกปปส.เพื่อปิดกทม.ในวัน 13 ม.ค.เนื่องจากการชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ไม่เหมือนกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ที่มีการใช้อาวุธสงคราม การเผาบ้านเผาเมือง ที่การชุมนุมของกปสส.ที่ไม่มีความรุนแรง มีแต่การทำร้ายการ์ดในพื้นที่เท่านั้น ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นในการออกกฎหมายพิเศษมาควบคุมประชาชน แต่รัฐบาลควรออกกฎหมายพิเศษมาควบคุมผู้จะออกมาใช้กำลังกับผู้ชุมนุมมากกว่า เพราะที่ผ่านมาการทำร้ายผู้ชุมนุมจนบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ยังไม่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้แม้แต่คดีเดียว และหากในวันที่ 13 ม.ค.นี้จะมีการใช้ชายชุดดำที่อาจได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเข้ามาสร้างสถานการณ์ มาเป็นมือที่ 3 ทำร้ายประชาชน จึงขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องใช้มาตรการควบคุมให้เป็นไปอย่างสากล คุ้มครอง ป้องกันผู้ชุมนุม และป้องกันผู้ที่จะมาสร้างสถานการณ์ และหากเกิดความรุนแรงจนเกิดการสูญเสียขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ต้องรับผิดชอบทุกชีวิตของประชาชน

 

 

ดักคอ 'พท.' เดินหน้าลต.หวังฟอกขาวล้างคนโกง

 

                          นายชวนนท์ แถลงถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติไม่ขยายเวลารับสมัครเลือกตั้งจากเขตที่ไม่มีผู้สมัคร 28 เขตโดยให้ผู้สมัครไปร้องต่อศาลฎีกาเอง ว่า พรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งนี้และไม่มีส่วนขัดขวางการเลือกตั้ง และยังให้ความร่วมมือในการหาทางออกให้กับประเทศ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย มีความชัดเจนว่าต้องการให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. เพื่อต้องการฟอกขาวให้กับตัวเอง และเมื่อพรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพรรคเพื่อไทยจะประกาศว่า ประชาชนได้ให้ฉันทามติในการออกกฎหมายล้างให้กับคนโกง การออกเงินกู้ 2 ล้านล้านบาทและกฎหมายอื่นๆ และอ้างว่าประชาชนให้เดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวทั้งที่มีการทุจริตมหาศาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยในการเอาประชาชนมาลบล้างความผิดให้กับตัวเอง จึงต้องเดินหน้าสู่การเลือกตั้งทั้งที่รู้ว่าไม่ปกติ

                          "ขณะนี้บรรยากาศของการเลือกตั้งทั้งเรื่องของป้ายหาเสียงก็ไม่มีให้เห็นและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เป็นผู้สมัครบัญชีรายชื่ออันดับ 1 ก็ไม่สนในที่จะหาเสียง วันหยุด แต่กลับนอนเล่นเกมอยู่บ้านทั้งวัน ซึ่งชัดแล้วว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ปกติแต่ก็ดึงดันเดินหน้าต่อ ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ไม่สนและเกลียดการเลือกตั้ง ไม่เคารพประชาธิปไตย จึงเป็นไปไม่ได้ที่การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีสาระและหลักการมีแต่ความล้มเหลวขาดความชอบธรรม แต่ก็ยังเดินต่อไปทั้งที่ทางเดินข้างหน้าเป็นหน้าผาและเหว หากสายเกินไปจนเกิดอะไรขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องรับผิดชอบ"

 

 

เตรียมพิมพ์เขียวแก้คดีคอร์รัปชั่นไม่มีอายุความ

 

                          นายชวนนท์ แถลงว่า หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคได้เดินสายไปพบกับองค์กรภาคเอกชนเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาแล้วนั้นในวันที่ 7 ม.ค.ก็จะนำเสนอแนวทางการป้องกันปัญหาการคอร์รัปชั่นต่อสื่อมวลชนที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร โดยจะเสนอพิมพ์เขียวพรรค คือ การแก้ไขกฎหมายในเรื่องของคดีคอร์รัปชั่นไม่ให้มีอายุความ ไม่ว่าผู้กระทำความผิดจะหนีไปไหนก็ตาม เมื่อกลับมาประเทศไทยก็ต้องถูกดำเนินคดี และแก้ไขให้คดีการทุจริตเป็นร้ายแรงเหมือนคดีอาชญากรรม รวมทั้งเพิ่มเติมให้กฎหมายมีความสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศในการติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ เพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบและสนธิสัญญาของสหประชาชาติ นอกจากนี้ยังเปิดให้ประชาชนสามารถฟ้องร้องนักการเมืองที่กระทำความผิดในคดีทุจริตได้ด้วยตัวเอง เพราะประชาชนเป็นผู้เสียภาษี จึงถือว่าเป็นผู้เสียหาย

                          นายชวนนท์ กล่าวว่า นอกจากนั้นยังมีการแก้ไขการกำหนดราคากลางของการประมูลงานของหน่วยงานราชการเพราะมีที่ผ่านมามีการกินค่าหัวคิว 30-40 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ราคากลางเป็นไปอย่างเป็นธรรมและสอดคล้องกับราคาต้นทุน โดยจะต้องมีการเปิดเผยต่อประชาชนและสื่อมวลชนในทุกกรณี เปิดให้เข้าถึงรายละเอียดของราคาในแต่ละโครงการได้ ทั้งนี้อาจจะตั้งหน่วยงานขึ้นมาใหม่มาดำเนินการเรื่องนี้โดยเฉพาะ

                          ส่วนด้านการศึกษาจะมีการสร้างนิยมใหม่ ไม่ยอมรับคนโกง ซึ่งจะระบุไว้ในแบบแผนของการศึกษา โดยจะปรับเข้ากับโครงการ "โตไปไม่โกง" ของกทม. ทั้งนี้ยังมีการปฏิรูปเรื่องอื่นที่จะดำเนินต่ออีก โดยข้อมูลที่ได้มาจะถูกบรรจุไว้ในพิมพ์เขียวของพรรค และพรรคจะถือว่าพิมพ์เขียวเป็นสัญญาประชาคมว่าเมื่อพรรคประชาธิปัตย์เข้ามาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ภารกิจแรกที่ต้องผลักดันคือพิมพ์เขียวชุดนี้