ข่าว

ศึกษาสัญลักษณ์การ'ฆ่า'กรณีหนุ่ย'ฆาตกรต่อเนื่อง'

ศึกษาสัญลักษณ์การ'ฆ่า'กรณีหนุ่ย'ฆาตกรต่อเนื่อง'

04 ม.ค. 2557

ศึกษาสัญลักษณ์การ'ฆ่า' กรณีหนุ่ย'ฆาตกรต่อเนื่อง' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ

              คดีสะเทือนขวัญ ฆาตกรต่อเนื่อง นายหนุ่ย หรือ ติ๊งต่าง ก่อเหตุฆ่าข่มขืน ซึ่งมีเด็กตกเป็นเหยื่อหลายคน ได้รับความสนใจจากผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย โดยเฉพาะกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ซึ่ง พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. ได้ทำหนังสือขออนุญาต พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. เพื่อขออนุมัติให้ตำรวจในสังกัดเข้าไปศึกษาคดีที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด หวังใช้เป็นกรณีตัวอย่างในการติดตามจับกุมคนร้ายที่อาจก่อเหตุลักษณะเดียวกันนี้ในอนาคต

              "ในต่างประเทศ หากเจอฆาตกรลักษณะนี้เขาจะตีเป็นมูลค่ามหาศาล เพราะการศึกษาเรื่องหนึ่งจะนำไปสู่การป้องกันและจับกุมได้ ตำรวจทั่วโลกที่ศึกษาคดีลักษณะนี้ บางส่วนถึงกับบอกได้ว่า คนร้ายจะลงมืออีกเมื่อไหร่ ที่ไหน อย่างไร เมื่อเรามีกรณีตัวอย่างก็น่าจะศึกษาวิจัย ทำเป็นกรณีศึกษาเพื่อเป็นแนวทางการติดตามจับกุมหากเกิดคดีแบบนี้ขึ้นในอนาคต คนร้ายรายนี้ถือเป็นกรณีศึกษาที่ดี เพราะไม่ว่ารูปคดี การก่อเหตุ แรงจูงใจ ล้วนเป็นสิ่งใหม่ ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน หากได้รับการอนุมัติให้ศึกษาได้ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการติดตามจับกุมคนร้ายที่อาจก่อเหตุขึ้นในอนาคต" พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ กล่าว

              การศึกษาคดีที่เกิดขึ้น คณะวิจัยของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะมีทีมนักวิชาการจากต่างประเทศขอเข้าร่วมสังเกตการณ์ พูดคุยและศึกษาพฤติกรรมคนร้ายในครั้งนี้ด้วย โดยมีแผนจะศึกษาในทุกมิติ ทั้งในแง่ความรู้สึก ชีวิตที่ผ่านมา รวมถึงการลงมือของคนร้ายต่อเหยื่อ เพื่อประมวลเป็นความรู้ใหม่ใช้เป็นแนวทางในการติดตามจับกุมคนร้ายที่อาจก่อเหตุลักษณะนี้ขึ้นอีก เนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปมีความเสี่ยงอย่างยิ่ง

              พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ ขุนศรี อาจารย์วิชาสืบสวนสมัยใหม่ โรงเรียนตำรวจนอกเวลา กองบัญชาการสอบสวนกลาง หนึ่งในคณะศึกษากรณีนี้ ให้ข้อมูลว่า พฤติการณ์การก่อเหตุของนายหนุ่ย สอดคล้องกับผลการวิจัยในต่างประเทศเกี่ยวกับกรณี "ฆาตกรต่อเนื่อง" หลายประการ ตั้งแต่ลักษณะการเลือกเหยื่อ การกลับไปดื่มด่ำกับสถานที่ก่อเหตุในภายหลัง การนำของที่ระลึกหรือรางวัล กลับที่พักภายหลังจากสังหารเหยื่อ รวมถึงการทิ้งลายเซ็นหรือสัญลักษณ์ไว้หลังจากก่อเหตุ

              "เหยื่อที่คนร้ายเลือกลงมือมีอายุประมาณ 6 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากภูมิหลัง โดยคนร้ายถูกกระทำมาตั้งแต่สมัยเป็นเด็ก เขาถูกกระทำทารุณมาก่อน ถูกข่มขืนล่วงละเมิดทางเพศ การกระทำที่เกิดขึ้นเป็นการแก้แค้นในสิ่งที่ถูกกระทำมา โดยจะเลือกเหยื่อที่อยู่ในวัยเดียวกันกับขณะที่เขาถูกกระทำ การเลือกสถานที่ก่อเหตุก็จะไม่ไกลจากสถานที่พักมากนัก เพื่อจะกลับไปดื่มด่ำกับสถานที่เกิดเหตุในภายหลัง ซึ่งผลวิจัยพบว่า คนร้ายประเภทนี้มักจะกลับไปยังสถานที่ก่อเหตุเพื่อดื่มด่ำมากถึงร้อยละ 22" พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ กล่าว

              ตามข่าวนายหนุ่ยจะพกกางเกงในติดตัว และหลังจากถูกจับกุมตำรวจได้ไปตรวจค้นที่พักพบข้าวของเครื่องใช้ของเหยื่อจำนวนหนึ่ง ต้องศึกษาว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นรางวัลหรือของที่ระลึก ซึ่งคนร้ายเก็บมาจากเหยื่อ หากเป็นรางวัลก็คือสิ่งที่เอามาภายหลังจากเอาชนะ สามารถกระทำ หรือสังหารเหยื่อได้ แต่หากเป็นของที่ระลึกคือสิ่งที่คนร้ายนำมาเก็บรักษาไว้ภายหลังเกิดความประทับใจในตัวเหยื่อ

              พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ บอกด้วยว่า คนร้ายประเภทนี้มักทิ้งร่องรอยสัญลักษณ์ หรือที่เรียกว่าลายเซ็นคนร้ายไว้หลังก่อเหตุ โดยร่องรอยดังกล่าวคือสิ่งที่ระบุว่าคนร้ายรายนั้นเป็นผู้กระทำ เช่น กรณีเหยื่อถูกแทงตาย แต่พบบาดแผลรูปลักษณะต่างๆ บนร่างกายศพ อวัยวะถูกตัด หรือการควักอวัยวะภายใน การกัดกินอวัยวะ ยกตัวอย่างกรณี "ซีอุย" ที่ก่อเหตุฆ่าเด็กแล้วควักท้องกินอวัยวะภายใน เด็กที่ตกเป็นเหยื่อถูกกระทำเหมือนๆ กัน นั่นคือลายเซ็นที่คนร้ายทิ้งไว้ระบุตัวตน ตำรวจต้องตรวจสอบให้ละเอียด เพราะสิ่งเหล่านี้คือเบาะแสสำคัญที่จะทำให้ติดตามจับกุมคนร้ายได้ถูกตัว

              "กรณีของนายหนุ่ยถือเป็นฆาตกรต่อเนื่องที่สมบูรณ์ หากมีการศึกษาวิจัยที่ครบถ้วน ก็จะทำให้ได้ความรู้ใหม่ที่จะนำไปสู่การจัดทำเป็นตำราที่เกี่ยวกับเทคนิคในการสืบสวนสอบสวนและติดตามจับกุมคนร้ายได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในอนาคตที่อาจเกิดคดีลักษณะเช่นนี้ขึ้นอีก หากตำรวจมีความรู้พร้อมที่จะรับมือก็จะทำให้การติดตามจับกุมคนร้ายได้เร็วขึ้น และจับถูกตัว ลดปริมาณการสูญเสีย เพราะฆาตกรประเภทนี้จะก่อเหตุซ้ำ หากจับช้าก็จะมีเหยื่อรายใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ" พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ ขยายความ

              การเลือกลงมือกับเหยื่อ รวมทั้งสถานที่ก่อเหตุของคนร้ายประเภทนี้ จะมีลักษณะใกล้เคียงกัน ขึ้นอยู่กับความเพ้อฝันที่เขาจินตนาการขึ้น และภูมิหลังที่เขาถูกกระทำมา บางรายจะเลือกลงมือกับเด็ก บางรายเลือกลงมือกับผู้หญิงวัยสาว และบางรายเลือกจะลงมือกับผู้สูงอายุ กรณีของนายหนุ่ยเลือกลงมือกับเด็ก ซึ่งเป็นเพราะภูมิหลังที่เขาถูกกระทำมาสมัยเป็นเด็ก

              สำหรับสถานที่ก่อเหตุ และสถานที่ทิ้งศพ คือเบาะแสสำคัญอีกอย่างที่จะทำให้ทราบตัวคนร้าย โดย พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ บอกว่า คนร้ายที่ลงมือเช่นนี้จะเลือกลงมือกับเหยื่อที่อยู่คนเดียว เพราะมีโอกาสก่อเหตุสำเร็จได้ง่าย สถานที่ทิ้งศพจะขึ้นอยู่กับความชื่นชอบของแต่ละบุคคล บางรายทิ้งใกล้ที่พักเพื่อกลับไปดื่มด่ำกับสถานที่เกิดเหตุ บางรายทิ้งห่างที่พัก เพราะคิดว่าตำรวจจะสาวถึงตัวได้ยาก บางรายเลือกทิ้งในสถานที่พบง่ายเพื่อมีความสุขกับการที่มีบุคคลอื่นไปพบเห็นสิ่งที่ตัวเองกระทำ

              "ฆาตกรต่อเนื่องมักจะก่อเหตุซ้ำ และเลือกลงมือกับเหยื่อลักษณะใกล้เคียงกัน สถานที่ทิ้งศพ ลักษณะการตายของศพ ร่องรอยที่พบบนศพจะคล้ายกัน หากตำรวจมีความรู้ก็จะทำให้เชื่อมโยงข้อมูลของคนร้ายได้ง่าย ร่องรอยที่พบในที่เกิดเหตุ ลักษณะการหายไปของทรัพย์สินหรือเครื่องประดับของเหยื่อ การตรวจค้นที่พักของคนร้ายจะเชื่อมโยงกันหมด ตำรวจต้องเก็บข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อนำมาวิเคราะห์ หากทำได้ครบถ้วนก็จะทำให้จับกุมคนร้ายได้ถูกตัวและเป็นไปอย่างรวดเร็ว" พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ กล่าว

              พ.ต.ท.ทรงศักดิ์ แสดงความเป็นห่วงด้วยว่า จากผลการวิจัยของต่างประเทศ พบว่า กรณีคนหายหรือเด็กหาย ร้อยละ 44 จะเสียชีวิตภายใน 1 ชั่วโมง ร้อยละ 74 จะเสียชีวิตภายใน 3 ชั่วโมง และร้อยละ 91 จะเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งในประเทศไทยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการติดตามเด็กหาย มีหลักเกณฑ์ที่ต้องให้เด็กหายเกิน 24 ชั่วโมงจึงจะแจ้งความได้ ซึ่งควรต้องเปลี่ยน เด็กหายต้องแจ้งความในทันที และเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนของสังคมที่ต้องออกติดตามทันทีเพื่อปิดช่องไม่ให้คนร้ายลงมือสังหารเหยื่อได้ ที่สำคัญควรต้องจัดทำบัญชีบุคคลที่มีประวัติก่อคดีบุกรุก ข่มขืน หรือล่วงละเมิดทางเพศบุคคลอื่น และต้องติดตามเฝ้าระวังหลังจากบุคคลเหล่านี้พ้นโทษมา และอาจจำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษควบคุมบุคคลเหล่านี้ เช่น หากเคยข่มขืนเด็กก็ต้องห้ามไม่ให้เข้าใกล้เด็ก เพราะบุคคลที่มีลักษณะก่อเหตุต่อเนื่อง จะลงมือทันทีที่โอกาสเอื้ออำนวย มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะ มีเหยื่อ และมีระยะเวลาที่เหมาะ การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ผู้ที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องตัดปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งออก เพื่อปิดโอกาสไม่ให้คนร้ายลงมือได้

              คณะวิจัยของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จะร่วมมือกับนักจิตวิทยา นักวิชาการจากสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ เพื่อศึกษาพฤติการณ์การก่อเหตุ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ทางคดี กรณี นายหนุ่ย รวมถึงคดีที่มีลักษณะใกล้เคียงกันที่เกิดขึ้น อย่างละเอียด เพื่อประมวลเป็นองค์ความรู้ สรุปเป็นตำราเทคนิคการสืบสวนสมัยใหม่ไว้ เพื่อให้ตำรวจได้ศึกษาก่อนนำไปประยุกต์ใช้กับการทำหน้าที่ในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะนี้ รวมถึงใช้เป็นแนวทางในการสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็วและไม่ผิดตัว เนื่องจากคาดว่าด้วยสภาพทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคตอาจจะเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นอีก


พลิกแฟ้ม..."แท็กซี่หื่น"ข่มขืนผู้โดยสารต่อเนื่อง


              การจัดทำข้อมูลของอาชญากรตามแนวทางการสืบสวนสอบสวนสมัยใหม่ จะเป็นประโยชน์ต่อการติดตามจับกุมคนร้ายที่มีพฤติการณ์ก่อเหตุร้ายต่อเนื่อง อย่างเช่นกรณีการจับกุม นายทองมี หรือนายค้ำคูนเจริญ ค้อนจตุรัส ผู้ขับขี่รถแท็กซี่ ซึ่งก่อคดีกระทำอนาจารและข่มขืนผู้โดยสาร มีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อหลายราย

              เหยื่อรายล่าสุดเป็นหญิงชาวพม่าวัย 25 ปี ว่าจ้างคนขับรถแท็กซี่รายนี้ให้ไปส่งที่ตลาดไท แต่กลับถูกพาไปข่มขืนในซอยเปลี่ยวย่านดอนเมือง ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง จับกุมได้ภายหลังตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบหมายเลขทะเบียนแท็กซี่คันก่อเหตุคือ 4881 กรุงเทพมหานคร ก่อนจะขยายผลทราบว่าผู้ขับขี่คือ นายค้ำคูนเจริญ ค้อนจตุรัส มีชื่อเดิมว่า ทองมี ก่อนจะติดตามจับกุมได้ในบ้านเช่าย่านซอยสามัคคี 21 จ.นนทบุรี

              ตำรวจได้ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหารายนี้พบว่า คนร้ายรายนี้มีพฤติการณ์ก่อเหตุกระทำอนาจารและข่มขืนผู้โดยสารหญิงมาแล้วหลายราย เคยถูกจับกุมมาแล้ว 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อปี 2551 ข่มขืนผู้โดยสารสาวในพื้นที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว ถูกศาลสั่งจำคุก พ้นโทษมาเพียง 7 เดือน ก็ก่อเหตุข่มขืนผู้โดยสารซ้ำเมื่อราวเดือนกรกฎาคม 2552 ในพื้นที่ สน.พหลโยธิน ถูกตำรวจกองปราบปราม ร่วมกับ ตำรวจ สน.พหลโยธิน จับกุมได้ ศาลพิพากษาจำคุก พ้นโทษมาช่วงปลายปี 2555 และหลังจากนั้นไม่กี่เดือนก็ก่อเหตุซ้ำอีก

              พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.3 บก.ป. หนึ่งในทีมงานศึกษาพฤติการณ์คนร้ายก่อคดีต่อเนื่อง กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างคนร้ายที่ก่อเหตุต่อเนื่อง มีวิธีการเลือกเหยื่อ วิธีการก่อเหตุ ลักษณะซ้ำๆ กัน เห็นว่าหากมีการศึกษาคดีลักษณะนี้อย่างจริงจังและได้จัดทำเป็นฐานข้อมูลไว้จะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวนคดีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต จะเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจจับกุมคนร้ายได้รวดเร็วขึ้นและไม่ผิดตัว

              "ผมและ พ.ต.ท.สุทธิเวท บุญยรัตกลิน รองผกก.3 บก.ป. พร้อมด้วยทีมงาน พยายามที่จะจัดเก็บข้อมูลคนร้ายที่มีพฤติการณ์ก่อเหตุต่อเนื่องมาได้ระยะหนึ่ง โดยหวังว่าข้อมูลเหล่านั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน เป็นเบาะแสสำคัญที่จะทำให้ทราบตัวคนร้ายได้เร็วขึ้น" พ.ต.อ.วรวุฒิ เปิดเผย


...........................................


(หมายเหตุ : ศึกษาสัญลักษณ์การ'ฆ่า' กรณีหนุ่ย'ฆาตกรต่อเนื่อง' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)