
10ปีไฟใต้รัฐยังไร้เอกภาพจี้ยกเครื่องยุทธศาสตร์ใหม่
10ปีไฟใต้รัฐยังไร้เอกภาพ จี้ยกเครื่องยุทธศาสตร์ใหม่ : รายงาน
นักวิชาการมุสลิมติง 10 ปีไฟใต้รัฐยังไร้เอกภาพ แนะมองปัญหาในมิติชาติพันธุ์ ชาตินิยม ชี้ความรุนแรงยุติได้ถ้ารัฐจริงใจ พร้อมระบุ 5 จุดอ่อนทำเจรจาบีอาร์เอ็นล่ม ขณะที่ “สุรชาติ” จี้รัฐบาลใหม่ยกเครื่องยุทธศาสตร์ ต้องจัดโต๊ะพูดคุยแบบเปิดเผยจะสานต่อหรือไม่ “พล.อ.สำเร็จ” เตือนใช้งบมากไป เสนอตัดลดกำลังพล
“จรัญ”ติง10ปีไฟใต้รัฐยังไร้เอกภาพ
รศ.ดร.จรัญ มะลูลีม นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านมุสลิมศึกษาและโลกอาหรับ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในวาระ 10 ปีเหตุการณ์ปล้นปืน ซึ่งผ่านมาแล้ว 7 รัฐบาล 6 นายกรัฐมนตรี ว่า การแก้ปัญหาของรัฐไทยยังไม่เป็นเอกภาพในการปฏิบัติและบังคับบัญชา
นอกจากนั้น สิ่งที่ผู้รับผิดชอบไม่เคยมองก็คือ มิติของชาติพันธุ์ เพราะจากการศึกษาในแง่ อิสลามิก แอ็กติวิตี้ พบว่า กรณีภาคใต้ของไทยไม่ได้เป็นอิทธิพลของนิกายในศาสนา แต่เป็นเรื่องชาตินิยม ชาติพันธุ์ และศาสนารวมกัน บรรดานักต่อสู้ (จูแว) เน้นความเป็นอิสลาม แต่ไม่ใช่สายอนุรักษนิยม
“10 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์ในภาคใต้มีทั้งเรื่องอุดมการณ์ ความรุนแรง และความไร้อุดมการณ์สลับกันไป ผมคิดว่าปัญหาจะยุติได้เมื่อรัฐบาลไทยแสดงออกถึงความจริงใจและจริงจังอย่างแท้จริงในการแก้ไข”
“โต๊ะเจรจาล่ม”ไทยเองก็เป็นจุดอ่อน
สำหรับกระบวนการพูดคุยสันติภาพระหว่างรัฐบาลไทยกับขบวนการบีอาร์เอ็นตลอดปี 2556 ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า แม้โต๊ะพูดคุยจะหยุดชะงักไป แต่ถึงที่สุดก็ควรผลักดันต่อนั้น รศ.ดร.จรัญ มองว่า คนที่มาร่วมโต๊ะพูดคุยส่วนใหญ่ไม่มีอำนาจเหนือกลุ่มจูแว เห็นได้จากมีการโจมตีโดยใช้ความรุนแรงมาตลอดตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่มีการลงนามในข้อตกลงริเริ่มกระบวนการสันติภาพระหว่างกัน
ทั้งนี้ ปัญหาเรื่องการพูดคุยสันติภาพที่ผ่านมาเป็นปัญหาที่เกิดจากฝ่ายไทยเองด้วย กล่าวคือ 1.การตีความข้อเสนอของฝ่ายไทย ปรากฏว่าไทยรับไม่ได้ทุกเรื่อง คำถามคือ ถ้ารับอะไรไม่ได้เลยแล้วจะคุยไปทำไม ระยะหลังจึงมีการนำข้อเสนอที่เดิมรับไม่ได้มาพิจารณาใหม่หลายข้อ แต่ก็เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองเสียก่อน (ยุบสภา)
2.การพูดคุยสันติภาพไม่ควรให้ความสำคัญกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งในลักษณะที่ไปผูกกับตัวบุคคลมากจนเกินไป 3.ภาคใต้มีนายหน้าค้าโครงการความมั่นคงกับรัฐอยู่เยอะ ฉะนั้นการไปฟังกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมักไม่ได้ภาพที่แท้จริง การพูดคุยเจรจาที่ขีดเส้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมักไม่สำเร็จ
4.รัฐไทยแยกแยะสถานการณ์ต้นเหตุของความรุนแรงได้ไม่ชัดเจน ประกอบกับวิธีการตีความข้อเรียกร้องของรัฐไทยมีกลุ่มผูกขาดความรักชาติคอยท้วง ทำให้ขยับไม่ค่อยได้
5.การให้มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกฝ่ายเดียว ถือเป็นจุดอ่อนเช่นกัน เพราะถ้ามองความสำเร็จของฟิลิปปินส์ (เจรจากับกลุ่มอิสลามโมโร) จะพบว่ามีหลายกลุ่มเข้าไปให้ความช่วยเหลืออย่างเปิดเผย ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย สหภาพยุโรป องค์กรสตรี และอื่นๆ
ไฟใต้โจทย์ใหญ่ปี57-จี้รัฐบาลใหม่ยกเครื่อง
รศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์ความมั่นคง กล่าวว่า สมมุติถ้ามีการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 และมีการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากนั้น ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ตาม โจทย์ปัญหาความมั่นคงปี 2557 ยังมีหนึ่งปัญหาสำคัญที่รัฐบาลหลังการเลือกตั้งต้องดำเนินการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็คือ การคิดยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาภาคใต้ให้เกิดขึ้นอย่างจริงๆ จังๆ
ส่วนการพูดคุยสันติภาพที่รัฐบาลไทยลงนามริเริ่มกระบวนการกับขบวนการบีอาร์เอ็น เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2556 นั้น รศ.ดร.สุรชาติ บอกว่า เป็นการเปิดแค่โต๊ะเจรจา แต่ผลของการเจรจายังไม่เดินไปไหน สิ่งที่คาดหวังอยากเห็นคือ ทำอย่างไรให้เป็นการเจรจาจริงๆ เพราะสิ่งที่เห็นที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นเวทีเปิดนั้น การเจรจากลายเป็นการพีอาร์ (ประชาสัมพันธ์) ไม่ว่าจะเป็นพีอาร์องค์กรหรือตัวบุคคลก็ตาม
“รัฐบาลหลังวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 ต้องคิดและกำหนดทิศทางยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาภาคใต้ว่าจะเดินหน้าอย่างไร หรือถ้ารัฐบาลชุดปัจจุบันกลับมาเป็นรัฐบาลอีกสมัย จะยังยืนยันทำโต๊ะเจรจาแบบเปิดเพื่อการพีอาร์ต่อไปเรื่อยๆ หรือไม่” รศ.ดร.สุรชาติ กล่าว
ติงใช้งบเยอะเกิน-แนะตัดลดกำลังพล
พล.อ.สำเร็จ ศรีหร่าย นายทหารสังกัดกระทรวงกลาโหม อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 และมีความเชี่ยวชาญเรื่องโครงสร้างขบวนการบีอาร์เอ็น กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งผ่านมา 10 ปีใช้งบประมาณไปถึง 2 แสนล้านบาท ว่า ผ่านมาสิบปีแล้วยังมีคนตาย ก็น่าจะต้องพูดความจริงกัน คิดว่าที่ผ่านมารัฐใช้งบประมาณมากเกินไป และส่วนหนึ่งก็ไม่ได้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่จริงๆ
“ถ้าเป็นผม คิดว่า ขอ 60% ของที่ใช้ก็พอ สมมุติ 100 บาท ผมขอ 60 บาท แล้วทำอะไรให้เกิดประโยชน์กับประชาชนจริงๆ น่าจะได้ผลดีกว่า เช่น สร้างมหาวิทยาลัย หรืออะไรก็ได้ที่ตรงกับความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง”
ส่วนการทุ่มกำลังพลลงไปอยู่ในพื้นที่ในอัตราของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ราวๆ 6 หมื่นนาย ซึ่งใช้งบประมาณจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องเบี้ยเลี้ยงและเงินเพิ่มพิเศษนั้น พล.อ.สำเร็จ กล่าวว่า ลดกำลังพลลงบ้างก็น่าจะดี เพราะขณะนี้แทบจะขี่คอกันอยู่แล้ว
“ปัจจุบันรบ 3 จังหวัดใช้คน 5-6 หมื่นคน เมื่อก่อนใช้จังหวัดละ 1 กองพันเท่านั้นเอง ผมเองก็รบมาตลอด ที่สุราษฎร์ธานีใช้กำลังพล 1 กองพัน 800 นาย ก็สู่กันมา ผกค. (ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) ทั้งนั้น แต่ทุกวันนี้ใช้คนเยอะ แต่เกิดเหตุอะไรก็ไม่รู้ หรือรู้แต่ก็ไม่เข้าใจ ยิ่งเป็นปัญหา” พล.อ.สำเร็จ กล่าว
....................................
(หมายเหตุ : 10ปีไฟใต้รัฐยังไร้เอกภาพ จี้ยกเครื่องยุทธศาสตร์ใหม่ : รายงาน)



