
วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : 9ขั้นรับปีใหม่
วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : รู้ 9 ขั้นรับปีใหม่ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
ขึ้นต้นศักราชใหม่ มีเหตุให้รื้อ เก็บและทำความสะอาดโต๊ะทำงาน เก็บโน่น เก็บนี่ จนเจอแผ่นพับเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ หยิบมาอ่านทบทวนแล้วอดยิ้มไม่ได้ เป็นแผ่นพับให้ความรู้ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่เคยหยิบติดมือมานานแล้ว เป็นเอกสารเผยแพร่เรื่อง “อยากรวยต้องรู้” ซึ่งจริงๆ เป็นเรื่องพื้นฐานที่เข้าใจง่ายๆ แต่หลายคนมองข้าม
ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ แผ่นพับ หรือเอกสารเผยแพร่ ที่เคยอ่านแล้ว พอนานวัน ทิ้งไว้จนลืม ลองหยิบมาอ่านใหม่ในวันที่ความคิดเราเปลี่ยน เรื่องเก่าหลายเรื่องก็กลายเป็นเรื่องใหม่ หลายครั้งสิ่งที่ได้จากการอ่านในวันนั้นก็แตกต่างจากวันนี้ โดยที่ตัวหนังสือไม่ได้เปลี่ยน แต่เป็นเพราะมุมมองความคิดของเราต่างหากที่เปลี่ยน
จำไม่ได้ว่า เคยเขียนเรื่องราวจากแผ่นพับ “อยากรวยต้องรู้” ไปหรือยัง แต่วันนี้พอหยิบขึ้นมาแล้วรู้สึกว่า เหมาะควรกับช่วงเวลาที่จะเขียนถึง เพราะเป็นสัปดาห์แรกของปี 2557 ที่ควรหาอะไรเป็น “มงคล” กับชีวิต แบบเอาฤกษ์เอาชัยไว้ก่อน ส่วนจะทำได้หรือไม่ได้ ก็ค่อยว่ากันอีกครั้ง
ความน่าสนใจของเอกสารฉบับนี้ อยู่ตรงจุดเริ่มต้นที่เขาแยกแยะเรื่องของ “รายได้” ว่าคนเราจะได้ “เงิน” จากทางไหนบ้าง ซึ่งสรุปว่า มาจาก 3 ทาง นั่นก็คือ รายได้ประเภทส้มหล่น (Luck at work) รายได้จากการทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรง (You at work) และรายได้จากการใช้เงินทำงาน (Capital at work)
รายได้ที่จัดเป็นรายได้ประเภทส้มหล่น เช่น เงินได้จากมรดก รายได้ประเภทหนูตกถังข้าวสาร หรือบังเอิญถูกลอตเตอรี่ รายได้เหล่านี้ถือว่าเป็นเงินที่ได้มา เพราะ “โชคช่วย” ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะไปกะเกณฑ์อะไรให้เป็นที่แน่นอนได้
รายได้จากการทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรง เช่น ค่าจ้าง และเงินเดือน ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าเป็นแหล่งที่มาของรายได้ประจำของคนส่วนใหญ่ แต่ปัญหา ก็คือ รายได้ประเภทนี้ ต้องแลกกับเวลาที่เสียไปในการทำงาน เพราะถ้าไม่ทำ จะด้วยความสมัครใจหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่ได้เงิน ดังนั้นรายได้จากการทำงาน จึงเป็นเพียงรายได้ชั่วคราวเท่านั้น
สุดท้าย รายได้จากการใช้เงินทำงาน ได้แก่ ดอกเบี้ย ค่าเช่า เงินปันผล ค่าลิขสิทธิ์ เป็นต้น รายได้เหล่านี้ถือว่า เป็นรายได้ถาวร เพราะเป็นรายได้ที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลาแบบไม่มีวันหยุด โดยที่ตัวเราเองไม่ต้องเหนื่อยยากลำบาก เพราะเป็นการใช้เงินทำงานแทน
บทสรุปของ “รายได้” ที่ “อยากรวยต้องรู้” บอกไว้ ก็คือ แม้ว่ารายได้จากการทำงานจะเป็นแหล่งที่มาของรายได้หลักของคนส่วนใหญ่ แต่เราคงไม่สามารถพึ่งแหล่งรายได้ประเภทนี้ไปตลอดชีวิตแน่ๆ เพราะในช่วงชีวิตของเรามีเวลาในการสร้างรายได้ประเภทนี้จำกัดประมาณ 40 ปีเท่านั้น ดังนั้น ต้องรู้จักใช้เงินทำงานด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าจะให้เงินทำงาน เราก็ต้องรู้วงจรเรียนรู้ทางด้านการเงิน ซึ่งมีอยู่ 9 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 : วัยเยาว์อันแสนสุข เป็นช่วงที่เรายังเป็นทารกและยังไม่รู้ว่า “เงิน” เป็นสิ่งสำคัญของชีวิต
ขั้นตอนที่ 2 : เริ่มรู้จัก “เงิน” เป็นช่วงที่เราเป็นเด็กที่เริ่มเรียนรู้ว่า เงินสามารถซื้อของได้ เริ่มตั้งแต่เด็กอายุ 4-5 ขวบเป็นต้นไป จนถึงก่อนทำงานหาเงินเป็น
ขั้นตอนที่ 3 : หาเงิน-ใช้เงิน เริ่มรู้ว่า เงินเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการทำงาน แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นที่เริ่มทำงานพิเศษเพื่อเก็บเงินซื้อของที่ตัวเองอยากได้ หรืออาจจะเรียกได้ว่า เป็นช่วงชีวิตที่มีแรง มีเวลา แต่ไม่มีเงิน
ขั้นตอนที่ 4 : หวาดกลัว-ไม่รู้ เริ่มตระหนักถึงความจริงที่ว่า เงินเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความอยู่รอด แต่บางคนยังไม่รู้จักวิธีการจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ที่ถูกต้อง ทำให้อยู่ในสภาพชักหน้าไม่ถึงหลัง
ขั้นตอนที่ 5 : พอรู้แบบงูๆ ปลาๆ เริ่มรู้จักวิธีการจัดการกับเงินทองบ้าง แต่ยังขาดความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งจึงไม่กล้าทำอะไร มีคนส่วนใหญ่ติดอยู่ในขั้นนี้ และมีคนจำนวนไม่น้อยที่ถอยหลังจากขั้นที่ 5 กลับไปสู่ขั้นที่ 3 และขั้นที่ 4 เพราะไม่ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงไม่เห็นความสำคัญของการมีความรู้ทางการเงิน
ขั้นตอนที่ 6 : เก็บออมและเรียนรู้ เป็นช่วงเวลาที่เริ่มตระหนักถึงความจำเป็นของการเก็บออมและการลงทุน จึงเริ่มที่จะศึกษาหาความรู้ทางการเงิน ส่วนใหญ่มักจะก้าวต่อไปสู่ขั้นที่ 7 แต่บางคนอาจจะประสบปัญหาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด จนทำให้เกิดความกลัวที่จะก้าวเดินต่อไป ซึ่งทำให้การพัฒนาต้องสะดุดหยุดลงเพียงขั้นนี้ และมีบางคนที่โชคร้ายต้องถอยกลับไปสู่ขั้นที่ 5 หรือต่ำกว่านั้น
ขั้นที่ 7 : รู้วิธีการจัดสรรเงิน เป็นช่วงเวลาที่เริ่มรู้จักวิธีการจัดสรรเงินออมและเงินลงทุน เพราะเริ่มมีความรู้และประสบการณ์มากขึ้น ทำให้กล้าที่จะเสี่ยงมากขึ้น แต่บางคนอาจประสบความล้มเหลวอย่างรุนแรงจากการตัดสินใจลงทุนที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ ทำให้ถอยกลับไปสู่ขั้นที่ 6 หรืออาจกลับไปถึงขั้นที่ 5 ได้ ถ้าไม่ได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง แต่หากประสบความสำเร็จ ก็จะก้าวเข้าสู่ขั้นที่ 8 ต่อไป
ขั้นที่ 8 : อิสรภาพทางการเงิน เริ่มบรรลุถึงความมั่นคงทางการเงินระดับหนึ่ง เริ่มมีความคิดในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข บางคนเริ่มคิดถึงแผนการเกษียณก่อนวัย ซึ่งคนส่วนใหญ่มากไม่ค่อยตระหนักว่า อิสรภาพที่แท้จริงนั้นจะเกิดขึ้นได้หากมีการวางแผนการเงินที่ดี เพราะคนส่วนใหญ่มักจะมีทัศนะว่า ความสุขเป็น “จุดหมายปลายทาง” โดยไม่ได้มองว่า เป็น “การเดินทาง”
ดังนั้น คนส่วนใหญ่จึงยอมทุ่มเททำงานหนักในวัยหนุ่มสาว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ “มีแรง มีเงิน แต่ไม่มีเวลา” เพื่อเก็บเงินไว้หาหมอในวัยชรา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ “มีเงิน มีเวลา แต่ไม่มีแรง”
ขั้นที่ 9 : บรรลุสุดยอดวิชา คนที่บรรลุขั้นที่ 9 จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า โดยบางคนสามารถที่จะเกษียณก่อนวัยและมีชีวิตที่สมดุล นั่นคือ มีเงิน มีเวลาและยังมีแรง เพราะรู้จักวิธีการที่จะ “ใช้เงินทำงาน” บางคนเมื่อมาถึงขั้นนี้อาจเริ่มเบื่อกับการสะสมวัตถุและใช้เวลาไปในกิจกรรมต่างๆ ที่ตัวเองชื่นชอบ รวมทั้งมีโอกาสจะช่วยเหลือสังคมมากขึ้นด้วย ซึ่งคนที่เดินทางมาถึงขั้นที่ 9 ได้แล้ว มักจะไม่ถอยกลับไปสู่ระดับที่ต่ำลง
ถ้าอายุช่วงเลยมาถึงขั้นที่ 6 หรือ 7 แต่ยังไม่ได้เริ่มต้น ยังต้วมเตี้ยมอยู่แถวๆ ขั้นที่ 3 หรือ 4 ก็ลองให้โอกาสปี 2557 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นก้าวสู่อิสรภาพทางการเงินของตัวเอง (อีกครั้ง)
------------------------
(วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : รู้ 9 ขั้นรับปีใหม่ : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



