ข่าว

'มติกกต.'ยึดกม.ไม่ขยายวันรับสมัครส.ส.

'มติกกต.'ยึดกม.ไม่ขยายวันรับสมัครส.ส.

03 ม.ค. 2557

มติกกต.ยึดกฎหมายเคร่งครัด ไม่ขยายวันรับสมัครส.ส. แนะ 123 คน ร้องศาลฎีกาสั่งเป็นผู้สมัคร เลขาฯกกต.ย้ำชัด 5 เสือกกต.เดินหน้าจัดเลือกตั้ง 2 ก.พ. ไม่ลาออก

               เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 3 ม.ค.2557 นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต.แถลงมติที่ประชุมกกต.ต่อหน้าตัวแทนพรรคการเมือง 47 พรรคว่า กกต.ทั้ง 5 คน อาสาเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง ส่งเสริมประชาธิปไตย ซึ่งกกต.ทุกคนมีความจริงใจและตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนที่มีคนคาดการณ์ว่ากกต.จะลาออกนั้นเป็นเพียงข่าวลือ กกต.จะยังคงทำหน้าที่ต่อไปเพื่อความโปร่งใสและเป็นธรรม ยืนยันไม่ลาออกจากตำแหน่ง โดยจะเดินหน้าจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาฯและจัดการเลือกตั้ง

               "ส่วนการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.จะทำอย่างไร ขอชี้แจงว่าขณะนี้กระบวนการรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ใน 69 จังหวัดไม่มีปัญหา โดยกกต.จะจัดให้ลงคะแนนทั้ง 2 ประเภท คือ เลือกตั้งส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อและแบ่งเขตเลือกตั้ง ส่วนอีก 28 เขต ใน 8 จังหวัด ที่ยังสมัครไม่ได้ กกต.จะเปิดให้ลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อไปก่อน" เลขาธิการกกต. กล่าวและว่า

               สรุปคือในวันที่ 2 ก.พ.จะมีการเลือกตั้ง ส่วนคำถามที่ว่าจะสามารถขยายเวลารับสมัครออกไปได้หรือไม่นั้น ขอชี้แจงว่าทำไม่ได้ เนื่องจากจะกระทบกับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ซึ่งมีผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 1.5 แสนคน และผู้ที่ลงทะเบียนประสงค์ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าและนอกเขตจังหวัด จำนวน 2.5 ล้านคน อีกทั้งไม่มีบทบัญญัติในกฎหมายใดกำหนดให้ทำได้ ตามหลักกฎหมายมหาชน สิ่งที่จะทำได้ต้องบัญญัติไว้ในกฎหมายเท่านั้น อะไรที่ไม่ได้บัญญัติไว้จะสันนิษฐานว่าทำได้ไม่ได้ แตกต่างจากกฎหมายเอกชน ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ที่ลงสมัครไม่ได้ประมาณ 123 ราย นำเอกสาร หลักฐาน และใบแจ้งความ ไปยื่นร้องต่อศาลฎีกาเพื่อให้ศาลมีคำสั่งพิจารณาสถานภาพให้เป็นผู้สมัครส.ส.

               "กกต.ยึดถือกฎหมายเป็นหลัก การเลือกตั้งในประเทศไทยตั้งแต่ ปี 2476 ยังไม่เคยเกิดเหตุการณ์เข้าไปสมัครไม่ได้ เป็นกรณีประวัติศาสตร์ เพราะผู้สมัครพยายามเข้าไปรับสมัครเลือกตั้ง แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ ดังนั้นการเยียวยาที่กกต.เสนอแนะไปนี้ ผู้สมัครจะนำไปใช้หรือไม่ก็ได้ โดยกกต.ได้เทียบเคียง รัฐธรรมนูญ มาตรา 219 และมาตรา 39 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.โดยระบุว่า กรณีที่ผู้สมัครผู้ใดไม่มีชื่อเป็นผู้สมัครในประกาศของผอ.ประจำเขตเลือกตั้ง ตามมาตรา 37 ให้ผู้สมัครผู้นั้นมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาภายใน 7 วัน นับแต่วันประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ทั้งนี้ สามารถยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดก็ได้ แต่เพื่อความรวดเร็วผมขอแนะนำให้มาร้องที่ศาลฎีกาโดยตรง"นายภุชงค์กล่าว

               นายภุชงค์ กล่าวอีกว่า กกต.ยืนยันในแนวทางที่จะไม่ก่อให้เกิดการปะทะ เราไม่ใช่หน่วยรบ และจะพยายามไม่ใช้พื้นที่ค่ายตำรวจและทหารในการเลือกตั้ง ใน 8 จังหวัดที่มีปัญหา ขอยกตัวอย่าง 1 จังหวัด กกต.ไปขอใช้ตึกแถวของญาติเจ้าหน้าที่กกต. เพื่อใช้เปิดรับสมัคร ปรากฎว่าเจ้าของบ้านถูกคุกคามจนไม่ยอมให้ใช้สถานที่ และยังมีอีกหลาย ๆ จังหวัดที่เกิดเหตุการณ์ใกล้เคียงกัน

               จากนั้นผู้แทนพรรคการเมือง อาทิ นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย  นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายวรัญชัย โชคชนะ ผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน ท้วงติงแนวทางเยียวยาผู้ที่สมัครรับเลือกตั้งไม่ได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เนื่องจากเป็นการโยนภาระไปให้ศาลฎีกา และอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการเลือกตั้ง พร้อมเรียกร้องให้กกต.ย้ายสถานที่รับสมัครในเขตเลือกตั้งที่มีปัญหามาสมัครรวมกันที่สำนักงานกกต.

               นายภุชงค์ กล่าวชี้แจงว่า แนวทางที่กกต.เสนอให้กับผู้ที่ไม่สามารถเข้าไปสมัครรับเลือกตั้ง จำนวน 123 คนนั้น เป็นเพียงข้อเสนอแนะ ส่วนจะทำตามหรือไม่ กกต.ไม่บังคับ แต่เชื่อว่าศาลจะให้ความยุติธรรมและให้ความเป็นธรรม แต่ทั้งนี้ศาลฎีกาจะมีคำสั่งออกมาเป็นอย่างไรนั้น กกต.คงไม่ไปก้าวล่วง

 

"สมชัย"ถอดใจเลิกเป็นโต้โผจัดเจรจา

              นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์รายการเรื่องเด่นเย็นนี้ว่า ขณะนี้มีหลายโจทย์ที่กกต.ต้องคิด เพื่อจัดการการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งแม้จะมีปัญหาอุปสรรคมากมายและหนักใจ แต่ต้องทำให้สำเร็จและคิดว่าอยู่ในวิสัยที่ทำได้ โดยตนประเมินว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ปัญหาการทุจริตอาจไม่รุนแรง เพราะไม่มีการแข่งขัน แต่อาจมีสถานการณ์รุนแรงจากกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จึงอยากเรียกร้องให้รณรงค์เลือกตั้งอย่างสันติ

              "ข้อเสนอที่ให้เลื่อนการเลือกตั้งเพราะมองเห็นสถานการณ์ว่า ถ้าเลือกตั้งแบบนี้กว่าจะเปิดสภาฯได้อาจจะยาวไปถึงเดือนพ.ค. และจะมีความขัดแย้งรุนแรง ชุดความคิดที่กกต.เสนอคือ เมื่อเห็นว่าเส้นปลายทางคือเดือนเม.ย.หรือพ.ค. เหตุใดไม่เลือกตั้งช่วงนั้น ระหว่างทางก็ให้มีการปฏิรูปบางอย่างที่ทำได้ เพื่อให้สังคมสงบและเย็นลง อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ผมจะไม่เสนอเป็นตัวกลางประสานการเจรจาอีกแล้ว เพราะนัดหมายเจรจากับ 2 พรรคการเมืองใหญ่เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมา ปรากฎว่าคนสำคัญของฝ่ายหนึ่งไม่มาอ้างติดธุระ ทำให้คนสำคัญของอีกฝ่ายหนึ่งไม่มาบ้างนัดพูดคุยจึงเป็นการสนทนาธรรม ไม่ได้ข้อสรุป เพราะฝ่ายแรกไม่ต้องการเจรจา หลังจากเสนอชุดความคิดไปแล้วจะไม่เสนออะไรอีก รวมทั้งจะไม่รับเป็นตัวกลางจัดการเจรจาอีกจนกว่าทุกฝ่ายจะต้องการเจรจาจริงๆ"นายสมชัย กล่าว