
'ม็อบแรงงานเขมร'ปะทะตร.ดับ3เจ็บอื้อ
แรงงานเสื้อผ้ากัมพูชาประท้วงร้องปรับขึ้นค่าจ้างบานปลาย ตร.ปราบจลาจลยิงสลายเสียชีวิต3ศพ อ้างเป็นม็อบไร้ขื่อแป 'สม รังสี' ประณามรัฐเป็นการกระทำที่ไม่อาจยอมรับได้
เมื่อวันที่ 3 มกราคม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของตำรวจ และกลุ่มสิทธิมนุษยชนกัมพูชาว่า ตำรวจปราบจลาจลกัมพูชายิงใส่คนงานโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป ที่ชุมนุมประท้วงขอขึ้นค่าแรงยืดเยื้อมานานหลายสัปดาห์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 คน บาดเจ็บ 2 คน ขณะที่นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ผู้กุมอำนาจมายาวนาน กำลังเผชิญกับความไม่พอใจของสาธารณชนที่ออกไปแสดงพลังขับไล่ตามถนนในกรุงพนมเปญมากขึ้นเรื่อยๆ
คนงานซึ่งมีท่อนไม้ ก้อนหินและระเบิดเพลิงเป็นอาวุธ ปะทะกับตำรวจที่มีปืนยาว บริเวณที่ตั้งโรงงาน เวง สะเลง ชานกรุงพนมเปญทางตอนใต้ ซึ่งช่างภาพสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า ตอนแรกตำรวจยิงปืนขึ้นฟ้าเป็นการเตือนผู้ประท้วง แต่ต่อมาได้ยิงใส่ผู้ประท้วง โดยรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ "ชวน นรินทร์" แถลงชี้แจงหลังเกิดเหตุการณ์รุนแรงเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. ว่า ตำรวจจำเป็นต้องใช้กำลัง หลังจากแรงงานหลายร้อยคนที่ชุมนุมปิดถนน เริ่มจุดไฟเผายางรถยนต์และปาข้าวของใส่ตำรวจ พร้อมเรียกฝ่ายประท้วงว่า เป็นพวกอนาธิปไตย มุ่งทำลายทรัพย์สินเอกชนและสาธารณะ หากไม่จัดการก็อาจจะลุกลามเป็นจลาจลได้
เว็บไซต์แคมโบเดีย เดลี่ อ้างนายชัน เสวต นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนกลุ่มแอดฮ็อก ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ระบุว่า เห็นด้วยตาตัวเองว่ามีผู้เสียชีวิต 3 คน แต่ตำรวจที่ได้มีโอกาสพูดคุยเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน บาดเจ็บอีก 22 คน โดยมี 7 คนที่บาดเจ็บจากกระสุนปืน
ทั้งนี้ การเผชิญหน้าดังกล่าวเป็นเหตุรุนแรงต่อเนื่องจากการปะทะรุนแรงในคืนวันที่ 2 มกราคม ที่ผ่านมา โดยทางการใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษเข้าสลายการประท้วงในบริเวณเดียวกัน ใช้กำลังทุบตีและจับกุมผู้ประท้วง 10 คน จำนวนนี้มีพระสงฆ์รวมอยู่ด้วย
กลุ่มสิทธิมนุษยชนท้องถิ่น LICADHO เปิดเผยว่า มีผู้เห็นทหารใช้ท่อเหล็ก มีด ปืนยาว หนังสติ๊กและกระบองกับผู้ชุมนุม ขณะที่ผู้ชุมนุมจุดไฟเผายางรถยนต์ปิดถนน มีรายงานด้วยว่า คลินิกแห่งหนึ่งถูกทำลายไปด้วย คาดว่าเป็นฝีมือแรงงานที่ผละงานประท้วง หลังจากคลินิกดังกล่าวปฏิเสธรักษาผู้บาดเจ็บจากกระทำของตำรวจ
นายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้าน ประณามเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น ว่า เป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ เพราะไม่ใช่แค่ความพยายามจะยับยั้งการประท้วงของคนงาน แต่ยังเป็นการพยายามขัดขวางการเคลื่อนไหวด้านแรงงานและการเคลื่อนไหวด้านประชาธิปไตยที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อเดือนกรกฎาคม
เหตุรุนแรงวุ่นวายบนถนนของกรุงพนมเปญครั้งล่าสุด มีขึ้นขณะที่บรรยากาศการเมืองในกัมพูชายังตึงเครียด เนื่องจากจนถึงปัจจุบันพรรคกู้ชาติกัมพูชา (ซีเอ็นอาร์พี) พรรคฝ่ายค้านภายใต้การนำของนายสม รังสี ยังคงนำมวลชนออกมาประท้วงกดดันให้นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ลาออก และจัดเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ปีที่ผ่านมา เต็มไปด้วยข้อครหาทุจริต
ขณะที่แรงงานในโรงงานผลิตเสื้อผ้ากว่า 500 แห่ง ผละงานประท้วงเนืองๆ เพื่อเรียกร้องปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็นเดือนละ 160 ดอลลาร์ (ราว 4,800 บาท) เกือบเท่าตัวของอัตราเงินเดือนในปัจจุบัน แต่รัฐบาลเสนอปรับขึ้นที่ประมาณ 3,000 บาทต่อเดือน
แม้ว่าประเด็นค่าแรงกับการประท้วงเลือกตั้งไม่ได้เกี่ยวข้องกันโดยตรง แต่ฝ่ายค้านกัมพูชามีความใกล้ชิดกับขบวนการแรงงานในประเทศ และเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีแรงงานจำนวนมากเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่ที่จัดโดยฝ่ายค้าน
นอกจากนี้ แรงงานโรงงานเสื้อผ้ายังเป็นกลุ่มการเมืองที่มีพลัง เนื่องจากอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปคือแหล่งนำรายได้จากการส่งออกเข้าประเทศกัมพูชามากที่สุด และว่าจ้างงานแรงงานประมาณ 6.5 แสนคน ทั้งในส่วนโรงงานเสื้อผ้าและรองเท้า โดยปีที่ผ่านมาส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังสหรัฐและยุโรปมูลค่ากว่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การเผชิญหน้ากับแรงงานเสื้อผ้ายิ่งทำให้นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ตกที่นั่งลำบาก เนื่องจากความรุนแรงที่ลุกลามขยายวงอาจทำให้แรงงานเหล่านั้นยิ่งหันไปเป็นพันธมิตรแนบแน่นกับฝ่ายค้าน และทำให้พลังมวลชนบนท้องถนนยิ่งแข็งแกร่ง โดยสัปดาห์ที่ผ่านมาสมาคมผู้ผลิตเสื้อผ้าในกัมพูชาเรียกร้องให้เจ้าของโรงงานปิดทำการ เนื่องจากเกรงว่าผู้ประท้วงจะบุกสร้างความเสียหาย สถานการณ์ปัจจุบันจึงสร้างแรงกดดันทั้งฝ่ายคนงานที่จะต้องผละงานโดยไม่ได้ค่าจ้าง กับรัฐบาลที่ต้องพึ่งรายได้ส่งออกเสื้อผ้าเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ



