ข่าว

'นปช.'เล็งแจงกิจกรรมเปิดปท.

'นปช.'เล็งแจงกิจกรรมเปิดปท.

03 ม.ค. 2557

'ขวัญชัย' ขอบริจาคเงินคนละบาท ตั้งรางวัลนำจับ 'สุเทพ' 5 แสน ปัดร่วมชุมนุมกทม. ด้าน 'จตุพร' เล็งแจงกิจกรรมเปิดปท. - ย้ำไม่มีเผชิญหน้า

 

                          3 ม.ค. 57  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 09.00 น.  ที่สถานีวิทยุชมรมคนรักอุดร 97.5 เม็กกะเฮิร์ต บ.หนองลีหู ต.สามพร้าว อ.เมือง  นายขวัญชัย สาราคำ หรือ ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร และประธานชมรมคนรักภาคอีสาน 20 จังหวัด จัดรายการเกาะติดสถานการณ์ ถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุ และสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ช่อง P&P Channal ระบุ จะตั้งรางวัลนำจับ 5 แสนบาท ให้แก่ผู้ที่จับกุมนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯกปปส.ตามหมายจับ โดยขอให้สมาชิกชมรมคนรักอุดร ร่วมบริจาคเงินคนละ 1 บาท

                          นายขวัญชัย ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ปรึกษาสมาชิกและผู้ใหญ่ในชมรมคนรักอุดรแล้ว คิดว่าเราควรจะตั้งเวทีคู่ขนานต่อต้านกบฏนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคมนี้ โดยจะเชิญนักวิชาการ โดยเฉพาะจากกลุ่มนิติราษฎร์ ที่เป็นหลักชัยให้กับคนเสื้อแดง มาให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตย และข้อกฎหมายกับผู้ร่วมชุมนุม และได้รณรงค์ให้สมาชิกชมรมคนรักอุดร ร่วมลงขันคนละ 1 บาท ในการจับกุมนายสุเทพ ที่เราตั้งค่าตัวไว้ 5 แสนบาท ใครจับตัวนายสุเทพได้ ชมรมคนรักอุดรจะจ่ายให้ 5 แสนบาททันที ซึ่งก็มีหลายฝ่ายร่วมกันบริจาค

                          "จากนี้ไปเราคงต้องรณรงค์ให้ประชาชนเสียสละ ออกมารักษาประชาธิปไตยไว้ เพราะมีสัญญาณชัดเจนว่า นายสุเทพและคณะ ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองใหญ่ และองค์กรอิสระ หรือกลุ่มนักวิชาการบางกลุ่ม มีความต้องการที่จะไม่ให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้นอย่างแน่นนอน ดูบรรยากาศต่างๆ แล้ว คนเหล่านี้ต้องทำทุกวิถีทาง เราจึงต้องออกมาทำหน้าที่ให้พี่น้องประชาชน จับตัวนายสุเทพ ตามหมายจับข้อหากบฏในแผ่นดิน โดยวันนี้ประชาชนก็ได้ส่งเงินส่งทองมาร่วมลงขัน ซึ่งได้ครบ 5 แสนบาทแน่ เพราะพี่น้องเรามีหลายแสนคน"

                          นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า ส่วนการที่พวกเราไม่เข้าไปร่วมชุมนุมกับ นปช.ที่กรุงเทพฯ เพราะเราเห็นว่า ในสถานการณ์แบบนี้ เราไม่ควรจะพาประชาชนเข้าไปอยู่ตรงนั้น ถ้ามีการยึดอำนาจขึ้นมา หรือเกิดอะไรก็แล้วแต่ ซึ่งวันนี้ก็เหมือนการยึดอำนาจไปแล้ว ที่นายสุเทพ พยายามสร้างความเดือดร้อนให้มากขึ้น เพื่อเรียกให้ทหารออกมายึดอำนาจ ฉะนั้นถ้าเราอยู่ในที่ตั้งของแต่ละจังหวัด เรามีความสัมพันธ์กับทหารในพื้นที่ เราน่าที่จะเคลื่อนไหวได้อิสระ โดยสามารถประกาศไม่ยอมรับการยึดอำนาจปฏิวัติที่อาจเกิดขึ้นได้ เรามั่นใจในมวลชนของชมรมคนรักอุดรของเรา มั่นใจในชาว จ.อุดรธานี ที่รักประชาธิปไตย ตนเชื่อมั่นว่าตรงนี้จะเป็นกองทัพ เป็นกองบัญชาการของประชาชน ในการจะต่อสู้กับคณะที่ยึดอำนาจได้

 

 

'นปช.' เล็งแจงกิจกรรมเปิดประเทศ - ย้ำไม่มีเผชิญหน้า

 

                          เมื่อเวลา 13.00 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว ว่า สำหรับการนัดชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 13 ม.ค. นั้น จะหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ทั้งนี้ขอเรียกร้องไปยังประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่จะดำเนินการปิดกรุงเทพฯ ที่เปรียบเสมือนการทำรัฐประหาร หรือยึดอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชน ออกมามีส่วนร่วมและแสดงพลังความไม่เห็นด้วยและไม่เต็มใจที่จะให้ประเทศไทยตกอยู่ในมือคนชั่ว ทั้งนี้ตนมองว่าหากกลุ่มของนายสุเทพดำเนินการยึดอำนาจประชาชนได้สำเร็จ ประชาชนจะเสียอำนาจอธิปไตยและสูญเสียระบอบประชาธิปไตยไปอีกนาน เพราะเชื่อว่านายสุเทพจะไม่ยอมคืนอำนาจให้กับประชาชนอย่างเด็ดขาด

                          "ในสถานการณ์แบบนี้ หากกระบวนการประชาธิปไตยไม่สำแดงพลัง และปล่อยให้กระบวนการของสุเทพสร้างความโกลาหล เท่ากับเป็นเข้าทาง โดยส่วนตัวผมไม่ไว้วางใจว่าประเทศไทยจะไม่เกิดรัฐประหาร และเห็นว่าทั้ง 3 เหล่าทัพ ต้องฟังคำสั่งจากรัฐบาล ในฐานะที่เป็นองค์กรภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐบาล หากรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อให้การบริหารบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กองทัพต้องปฏิบัติตาม แต่หากไม่ฟังก็รัฐประหารไปเสีย"

                          นายจตุพร ถามไปยังนายสุเทพด้วยว่าในวันที่ 8 ม.ค. 57 นายสุเทพ ในฐานะผู้ที่จะนำการปฏิรูปเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศจะยอมไปพบอัยการเพื่อนำตัวส่งฟ้องศาลในคดีที่ร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาเล็งเห็นผล จากกรณีที่มีคำสั่งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช. จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ เมื่อปี 2553 หรือไม่ ทั้งนี้ตนมั่นใจว่านายสุเทพจะไม่ไป

                          นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.กล่าวถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวของกลุ่ม ในวันที่ 13 ม.ค. ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเปิดประเทศ โดยมีสโลแกน ว่า เปิดตัวเจ้าของอำนาจอธิปไตย เปิดประตู สู่การเลือกตั้ง ทั้งนี้จะมีการเคลื่อนไหวทุกจังหวัด ยกเว้น พื้นที่กทม. และจังหวัดปริมณฑล เช่น ปทุมธานี , นนทบุรี รวมถึงจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่ไม่มีความเหมาะสม เพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดการเผชิญหน้า เบื้องต้นจะนัดหมายทำกิจกรรมพร้อมกันในเวลา 09.00 น. ในสถานที่ที่สำคัญของจังหวัดต่างๆ โดยเป็นการรณรงค์ ต้านรัฐประหาร เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง 2 ก.พ. 57 บนถนนสายหลักของแต่ละจังหวัด

                          ส่วนรูปแบบขบวนนั้นจะจัดให้มีการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านของแต่ละท้องถิ่น เช่น จังหวัดเลย จะมีขบวนผีตาโขน เป็นต้น ทั้งนี้จะเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนของจังหวัด นักการเมือง ศิลปินมาร่วมเดินขบวนด้วย นอกจากนั้นแล้วขอความร่วมมือให้ผู้ที่มาร่วมไม่ต้องใส่เสื้อสีแดง เพื่อทำให้เห็นว่าการเดินขบวนดังกล่าวเป็นของคนไทยที่รักประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามเมื่อเดินขบวนรณรงค์แล้วเสร็จขอให้ประชาชนกลับบ้าน เพื่อติดตามข่าวในกทม. และหากพบว่ากลุ่มของนายสุเทพเหิมเกริมจะมีการยกระดับการต่อสู้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 2 ก.พ. โดยไม่มีการประกาศยุติจากแกนนำเหมือน ปี 2553 สำหรับบรรยากาศการเดินรณรงค์ดังกล่าวจะมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ของคนเสื้อแดงด้วย

                          นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่าสำหรับในช่วงเย็นวันดังกล่าว จะมีการจัดเวทีปราศรัย 3 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ , ภาคอีสาน และภาคกลาง โดยจะมีนักวิชาการ , ตัวแทนองค์กรกลุ่มอาชีพ , บุคคลที่มีชื่อเสียงในสาขาต่างๆ , นักต่อสู้ประชาธิปไตย และนักการเมืองที่เห็นด้วยและเข้าร่วม โดยจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์ให้ติดตามเช่นกัน ทั้งนี้ในการชุมนุมจะยึดความปลอดภัยและสันติภาพ และจะไม่ยกขบวนเข้าสู่กทม. หรือจังหวัดปริมณฑลเด็ดขาด

                          "เราต้านรัฐประหาร โดยกำลังและโดยกำนัน ถ้าจะมีการรัฐประหารเราพร้อมประกาศการต่อสู้และต่อต้านทันที พร้อมเคลื่อนไหวต่างจังหวัดและต่อต้านรัฐประหารในกทม. หากเกิดขึ้นจริงวินาทีแรกที่มีการรัฐประหาร จะพบกับยุทธการณ์ดอกไม้บานกลางกรุง คนกทม. จะออกมาต่อต้านทันทีและคนในต่างจังหวัดจะแสดงการต่อสู้ทันที โดยไม่มีการประกาศยุติการต่อสู้ เหมือนรอบที่ผ่านมา เพราะการต่อสู้รอบนี้เป็นของประชาชน"

                          นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่าในระหว่างที่จะถึงวันที่ 13 ม.ค. นั้น จะมีการทำหนังสือชี้แจงถึงรูปแบบการจัดกิจกรรมของ นปช. ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของทั่วโลก ผ่านทางสถานทูตของประเทศต่างๆ รวมถึงทำหนังสือชี้แจงถึงเอกอัครราชทูตทุกประเทศด้วยเช่นกัน ทั้งนี้จะยกเว้น กสม. และกกต. ของประเทศไทย เนื่องจากมองว่าไม่ใช่ที่พี่ง นอกจากนั้นแล้วตนยินดีที่จะพบสื่อมวลชนของต่างประเทศ และขึ้นเวทีดีเบตกับแกนนำ กปปส. หรือนักวิชาการของกปปส. ต่อกรณีดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตามกิจกรรมที่นปช. เตรียมดำเนินการนั้นได้รับการยอมรับจากคณะบุคคลและองค์กรที่หลากหลายและมีการแสดงเจตนาร่วมกันจะทำกิจกรรมวันที่ 13 ม.ค.นี้

                          "ผมขอเรียกร้องให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เร่งพิจารณาคำร้องที่มีผู้ยื่นให้พิจารณาว่าการกระทำของ กปปส. ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 และเข้าข่ายล้มการปกครองหรือไม่ เพื่อรับรองความถูกต้องการเคลื่อนไหววันที่ 13 ม.ค."

                          นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช. กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของนปช. ต้องชอบธรรมทางการเมือง ได้รับการสนับสนุนจากคนส่วนใหญ่ หลีกเลี่ยงการสูญเสียของประชาชน ทั้งนี้การเดินขบวนรอบนี้จะเปลี่ยนการเผชิญหน้าจากเดิมที่ยึดสีเสื้อ ไปเป็นการเผชิญหน้าระหว่างคนกลุ่มนี้ที่มี กปปส. เป็นผู้นำ และคนส่วนใหญ่ของประเทศและคนเสื้อแดง ส่วนเกมนี้จะยืดเยื้อหรือรุนแรง ขึ้นอยู่กับพวกที่ดื้อไม่ยอมคืนอำนาจให้ประชาชน