ข่าว

'ปชป.'ชม'อดุลย์'สุภาพบุรุษ!

'ปชป.'ชม'อดุลย์'สุภาพบุรุษ!

03 ม.ค. 2557

'ปชป.' ชม 'ผบ.ตร.' สุภาพบุรุษ แอ่นอกรับชายชุดดำดาดฟ้าก.แรงงานเป็นตร. จี้ทำความจริงให้ปรากฏ อัด 'ปู' ลอยตัวเหนือปัญหารอให้มีลต.

 

                          3 ม.ค. 57  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ยอมรับว่าชายชุดดำที่อยู่บนดาดฟ้าอาคารกระทรวงแรงงานเป็นตำรวจจริง รวมถึงตำรวจที่ทุบรถอาสาพยาบาลด้วยในเหตุการณ์ความรุนแรงที่สนามกีฬาไทยญี่ปุ่น-ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 57 ว่า ขอขอบคุณ พล.ต.อ.อดุลย์ ที่เป็นสุภาพบุรุษยึดมั่นความถูกต้อง ดำรงความยุติธรรมให้สังคมไทย แต่เรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบชน.และ พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย โฆษกสตช.และโฆษก ศอ.รส. ที่ออกมาพูดไปในทิศทางเดียวกัน คือ ไม่ใช่ตำรวจแต่เป็นผู้ชุมนุม แล้วยิงใส่เจ้าหน้าที่ ต่อมาก็พลิกลิ้นว่าเป็นตำรวจจริง มีการใช้แก๊สน้ำตา และการยิงกระสุนยาง ซึ่งวิถีกระสุนไม่ได้ทำให้ผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตได้ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ความน่าเชื่อถือของตำรวจลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย พล.ต.อ.อดุลยฺ์ ต้องเปลี่ยนผู้รับผิดชอบในการค้นหาความจริง และขอฝากไปถึง พล.ต.อ.อดุลย์ ที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้ ถ้าทำได้ก็จะเป็นวีรบุรุษ

                          นายชวนนท์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่ พล.ต.อ.วรพงษ์ แถลงว่า ธนบัตรสกุลเงินกัมพูชาและพาสปอร์ตที่พบในสถานที่เกิดเหตุนั้นเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง ตนก็แปลกใจและถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะในเหตุการณ์รุนแรงปี 2553 มีข้อครหาว่า มีการนำชาวต่างชาติมาก่อเหตุรุนแรง มาครั้งนี้สถานการณ์ก็สอดคล้องกับปี 2553 จึงขอถามว่า มีทหารกัมพูชาแทรกเข้ามาทำร้ายตำรวจและประชาชนหรือไม่ ซึ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ ต้องตอบสังคมให้ได้ และตนกังวลกับการประกาศเปิดประเทศในวันที่ 13 ม.ค. 57 ของนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำเสื้อแดง เพราะคนกรุงเทพฯยังจำเหตุการณ์เผาสถานที่ และภาพของชายชุดดำสังหาร พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ทหาร และประชาชน

                          ด้าน น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว่า ขอเรียกร้องให้ ผบ.ตร.จัดการกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่โกหกประชาชน และกรณีที่มีคนออกคำสั่งซ้อน ซึ่ง ผบ.ตร.ต้องคลี่คลายให้เกิดความกระจ่างว่าเป็นใคร ตั้งแต่ ร.ต.อ.เฉลิม ที่เป็นเจ้ากระทรวง ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชายชุดดำอยู่บนยอดตึก ร.ต.อ.เฉลิม ต้องให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ เช่นเดียวกับ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. รวมทั้ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. และให้มีการเปิดเผยคำสั่งแผนปฏิบัติการและคลิปที่ฝ่ายความมั่นคงให้สังคมได้รับรู้ รวมทั้งให้มีการตั้งกรรมการสอบวินัยโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ต้องมีการตั้งคณะกรรมการอิสระระหว่างคณะกรรมการสิทธิฯ นิติเวชที่มี พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตที่หน้าสนามกีฬาไทยญี่ปุ่น

 

 

อัด 'ปู' ลอยตัวเหนือปัญหา

 

                          ที่พรรคประชาธิปัตย์  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การที่พรรคเพื่อไทยเดินหน้าเลือกตั้งทั้งที่รู้ว่าจะมีปัญหาทั้งด้านการเมืองและข้อกฎหมาย ที่จะทำให้การเลือกตั้งไม่ประสบผลสำเร็จ เพราะหลังการเลือกตั้งจะไม่สามารเปิดสภา เลือกนายกฯและประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ เนื่องจากมี ส.ส.ไม่ถึง 95% เท่ากับเป็นการผลักประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสุญญากาศทางการเมืองและอาจเกิดความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ ยืนยันว่า  พรรคไม่ได้มีปัญหาเพราะไม่ได้ไปร่วมสังฆกรรมกับการเลือกตั้งครั้งนี้ในทางกลับกันก็พยายามช่วยหาทางออกแต่พรรคเพื่อไทยคิดแต่เรื่องผลประโยชน์ของพวกพ้อง ตนไม่อยากเห็นความสูญเสียของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ทำไมประเทศไทยต้องเสียสละเพื่อตระกูลชินวัตรมากขนาดนี้ การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลอยตัวอยู่เหนือปัญหาซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ของพรรคเพื่อไทยนั้นก็เพื่อประวิงเวลาให้มีการเลือกตั้งโดยใช้ทุกวิธีทั้งน้ำตา รอยยิ้ม และสุดท้ายเมื่อได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งก็จะกลายเป็นความอำมหิตต่อประเทศชาติ ซึ่งผู้มีอำนาจรัฐต้องรับผิดชอบกับทุกความสูญเสียที่เกิดขึ้น  

                          นายชวนนท์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าในการปฏิรูปนั้น หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้พบกับนางจุรี วิจิตรวาทการ เลขาธิการองค์กรเพื่อความโปร่งใสแห่งประเทศไทย และวันนี้ (3 ม.ค.) ได้พบกับประธานสภาหอการค้าไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นในการปฏิรูปการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นเพื่อให้บังคับใช้ได้ จากนั้นจะหารือกับนายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และในวันที่ 4-5 ม.ค.จะเดินสายพบกับอีกหลายองค์กรเพื่อร่างแผนปฏิรูปการปราบปรามการทุจริตต่อสื่อมวลชนในวันที่ 7 ม.ค. 57 ซึ่งภายใน 1 เดือนจะออกมาเป็นสัญญาประชาคมต่อประชาชนว่า ถ้าวันใดที่พรรคได้กลับมาบริหารประเทศจะปฏิบัติทันที