
วันสุดท้าย'7วันอันตราย'ตาย366เจ็บ3,345
วันสุดท้าย '7 วันอันตราย' เสียชีวิต 366 ราย บาดเจ็บ 3,345 คน 5 จังหวัดไร้ตาย
3 ม.ค. 57 ที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เป็นประธานแถลงข่าวสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 ประจำวันที่ 3 มกราคม 2557 เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 มกราคม 2557 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ “ปีใหม่สัญจรปลอดภัย ร่วมใจลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 283 ครั้ง (ปีใหม่ 2556 เกิด 293 ครั้ง) ลดลง 10 ครั้ง ร้อยละ 3.41 ผู้เสียชีวิต 32 ราย (ปีใหม่ 2556 ผู้เสียชีวิต 34 ราย) ลดลง 2 ราย ร้อยละ 5.88 ผู้บาดเจ็บ 304 คน (ปีใหม่ 2556 ผู้บาดเจ็บ 293 คน) เพิ่มขึ้น 11 คน ร้อยละ 3.75
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 32.86 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 28.62 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.77 รถปิคอัพ ร้อยละ 8.22 พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 21.43 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 65.72 บนถนนทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 39.58 ถนนอบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 31.80 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 - 20.00 น. ร้อยละ 30.04 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 47.01 กลุ่มเด็กและเยาวชน ร้อยละ 26.19 สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 16 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 4 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 16 ราย
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม 7 วัน (วันที่ 27 ธ.ค. 56 - 2 ม.ค. 57) เกิดอุบัติเหตุรวม 3,174 ครั้ง (ปีใหม่ 2556 เกิด 3,164 ครั้ง) เพิ่มขึ้น 10 ครั้ง ร้อยละ 0.32 ผู้เสียชีวิตรวม 366 ราย เท่ากับปีใหม่ 2556 ผู้บาดเจ็บรวม 3,345 คน (ปีใหม่ 2556 ผู้บาดเจ็บ 3,329 คน) เพิ่มขึ้น 16 คน ร้อยละ 0.48 สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 41.71 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 25.83 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 81.03 รถปิคอัพ ร้อยละ 8.50
พฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ร้อยละ 22.39 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 61.50 บนถนนทางหลวงแผ่นดิน ร้อยละ 37.08 ถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 35.03 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01 - 20.00 น. ร้อยละ 28.48 ผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ร้อยละ 56.59 กลุ่มเด็กและเยาวชน ร้อยละ 23.52
สำหรับจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตในช่วง 7 วัน รวม 5 จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน บึงกาฬ ตราด ปัตตานี และพังงา จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 127 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ นครราชสีมา 21 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครสวรรค์ 137 คน
นายจารุพงศ์ กล่าวว่า จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 พบว่า จำนวนครั้ง ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บใกล้เคียงกับสถิติปีใหม่ 2556 โดยมีสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงจากพฤติกรรมของผู้ขับขี่ทั้งการเมาแล้วขับ ขับรถเร็ว ซึ่งรถจักรยานยนต์ยังคงเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ขณะที่กลุ่มวัยแรงงานเป็นกลุ่มที่ประสบอุบัติเหตุมากที่สุด เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ศปถ.จะกำหนดมาตรการคุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่อย่างเข้มข้น เน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการ บทลงโทษ พร้อมรณรงค์สร้างความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ควบคู่กับการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายให้เกิดความต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2554 - 2563 ที่มีเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้ต่ำกว่า 10 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคนภายในปี พ.ศ. 2563 อย่างไรก็ตามศปถ. ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เป็นกำลังสำคัญในการปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557
ด้านนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า ศปถ.จะนำข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2557 มากำหนดมาตรการและวางแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา โดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความรู้และปลูกจิตสำนึกด้านความปลอดภัยทางถนน มุ่งบูรณาการทุกภาคส่วนรณรงค์สร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง เน้นดำเนินการในกลุ่มผู้ใช้แรงงานตามสถานประกอบการ จัดให้มีหลักสูตรการเรียนการสอนในกลุ่มเด็กและเยาวชน รวมถึงผลักดันกลไกการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับมาตรการทางสังคมให้มีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างการสัญจรที่ปลอดภัยตามมาตรฐานสากลและให้ถนนทุกสายเป็นเส้นทางแห่งความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
------------------------
(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว)



