ข่าว

โตเกียวเตรียมย้ายตลาดปลาสึคิจิ

โตเกียวเตรียมย้ายตลาดปลาสึคิจิ

04 ม.ค. 2557

เวิลด์วาไรตี้ : โตเกียวเตรียมย้ายตลาดปลาสึคิจิ

 

                          ตลาดปลาสึคิจิ อันโด่งดังและเก่าแก่ในกรุงโตเกียว เป็นแหล่งค้าปลาขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เสน่ห์ของตลาดปลาแห่งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นการมองเห็นวันเวลาในอดีต เพราะไม่ว่าโตเกียวและเมืองน้อยใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น จะเจริญทันสมัยอย่างไร ตลาดหุ้นซื้อขายผ่านคอมพิวเตอร์มานานมากแล้ว แต่การประมูลปลาทุกเช้าในตลาดที่เงินสะพัดจากการซื้อขายทั้งปลา อาหารทะเลและพืชผักกว่า 2,000 ตันมูลค่า 18 ล้านดอลลาร์ในแต่ละวันแห่งนี้ แทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย ยังคงใช้สัญญาณมือ กระดิ่งและเสียงตะโกนเช่นเดียวกับเมื่อตอนเริ่มเปิดทำการเมื่อปี 2478 

                          แต่เกือบ 80 ปีผ่านมา กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เมื่อทางการกรุงโตเกียว มีแผนจะย้ายตลาดปลาสึคิจิไปยังทำเลใหม่ บนเนื้อที่ 250 ไร่ ภายในปี 2559 ที่จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องเย็นทันสมัยขนาดใหญ่กว่าเดิม 40% ด้วยงบประมาณ 3,800 ล้านดอลลาร์

                          นายฮิโรยาสุ อิโตะ ประธานสมาคมค้าส่งอาหารทะเลญี่ปุ่น กล่าวว่า การตอบสนองผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ต้องการอาหารทะเลที่สดใหม่ที่สุดเพื่อรับประทานแบบดิบได้  คือแรงกดดันต่อผู้ค้า และมีแต่วิธีรักษาความเย็นอาหารที่ทันสมัยและอุณหภูมิคงที่ที่สุดจนถึงมือลูกค้าเท่านั้นที่จะตอบโจทย์ได้ การย้ายตลาดจึงมีความจำเป็นสำหรับตลาดสึคิจิที่ขณะนี้ล้าสมัย และไม่อาจปรัปปรุงให้ดีขึ้นกว่านี้ได้

                          ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วยกับการย้ายตลาดปลาเก่าแก่ ออกจากย่านทำเลทองใจกลางกรุง ด้วยหลายเหตุผล

                          ผู้ไปเยือนจำนวนหนึ่งบอกว่าไม่คิดจะไปที่ตั้งตลาดใหม่ และชอบบรรยากาศตลาดที่ดูวุ่นวายและจอแจ เพราะนี่คือเสน่ห์ของตลาดสึคิจิ

                          ขณะที่สหภาพแรงงานตลาดสึคิจิก็แสดงท่าทีว่าจะไม่ยอมย้ายง่ายๆ เช่นกัน แกนนำสหภาพโจมตีว่ากรุงโตเกียวต้องการย้ายตลาดเพราะผลประโยชน์ด้านอสังหาริมทรัพย์ แม้ยังไม่ชัดเจนว่าที่ตั้งปัจจุบันจะกลายเป็นอะไร มีรายงานว่าอาจจะเป็นถนนใหม่เชื่อมย่านตัวเมืองกับสถานที่จัดแข่งกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่โตเกียวจะเป็นเจ้าภาพ

                          ขณะเดียวกัน มีการเปิดโปงออกมาว่า ทำเลใหม่ของตลาดไม่ดีนัก พื้นดินปนเปื้อนสารเคมีเป็นพิษอย่างมาก เนื่องจากอดีตเคยมีโรงแยกก๊าซตั้งอยู่ห่างประมาณ 2.3 กิโลเมตร จึงมีฝ่ายคัดค้านยื่นฟ้องทางการโตเกียวที่ซื้อที่ดินโดยไม่มีเงื่อนไขให้บริษัท โตเกียว ก๊าซ ต้องทำความสะอาดขจัดสารเคมีออกไปก่อน เพราะนั่นหมายความว่าจะต้องนำภาษีประชาชนมาใช้เพื่อการนี้ 5.86 หมื่นล้านเยน ยังไม่รวมถึงปัญหาราคาค่าแรงและวัสดุก่อสร้างที่ถีบตัวสูงขึ้นเพราะปัญหาขาดแคลน เนื่องจากการมุ่งทำโครงการฟื้นฟูพื้นที่ภัยพิบัติสึนามิ และการเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกใน 7 ปีข้างหน้า