
ผวาการเมืองทิ้งหุ้นดิ่ง67จุด-บาทอ่อน
ผวาการเมืองทิ้งหุ้นดิ่ง-บาทอ่อน ขายดัชนีทรุด67จุดทุบสถิติต่ำสุดรอบ16เดือน
ความกังวลทางการเมือง ทำให้การซื้อขายหุ้นไทยในวันแรกของการเปิดศักราชใหม่ เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2557 อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วง นักลงทุนเทขายหุ้นออกมาอย่างหนัก เมื่อปิดทำการซื้อขายดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลง 67.94 จุด มาอยู่ที่ 1,230.77 จุด มูลค่าการซื้อรวม 33,513.75 ล้านบาท โดยดัชนีทำสถิติต่ำสุดในรอบ 16 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2555 ขณะที่ค่าเงินบาทก็อ่อนค่าลงมาใกล้ระดับ 33 บาทเช่นกัน
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า การเมืองยังเป็นปัจจัยหลักที่กดดันการลงทุนในตลาดหุ้นไทย ทำให้ดัชนีปรับลงแรงถึง 67 จุด หรือ 5.23% และอีกปัจจัยมาจากนักลงทุนกังวลพื้นฐานเศรษฐกิจไทยที่ถดถอย ประกอบกับเงินบาทอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้นักลงทุนต่างชาติหันไปลงทุนประเทศอื่นที่มีพื้นฐานดีกว่า เพื่อรอให้ภาวะการเมืองชัดเจนก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีมาตรการพิเศษมารองรับ
นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงแรงเพราะความกังวลจากสถานการณ์ทางการเมือง และแรงขายของต่างชาติและนักลงทุนสถาบัน หรือ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ที่ซื้อมาตั้งแต่ปี 2553 ที่ระดับ 800 จุด จึงขายออกมาเพราะก็ยังมีกำไร ขณะที่แนวโน้มข้างหน้าไม่รู้จะเป็นอย่างไร
“ปัญหาการเมืองมาถึงจุดที่น่ากลัว เพราะไม่รู้ว่าจะจบอย่างไร ยิ่งสถานการณ์ลากยาว ยืดเยื้อยิ่งน่ากลัว ตอนนี้ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบหมด กำไรบริษัทจดทะเบียนในตลาดที่คาดว่าจะโตในระดับ 13% ก็น่าจะไม่ถึง ดังนั้นอะไรที่เคยประเมินไว้เมื่อช่วงปลายปี ก็คงจะต้องมาทบทวนใหม่ทั้งหมด เพราะสถานการณ์ไม่ธรรมดา” นายกวีกล่าว
นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องมี 4 ปัจจัย โดยมีทั้งปัจจัยในประเทศและปัจจัยนอกประเทศ ประกอบด้วย สถานการณ์การเมืองในประเทศ การปรับพอร์ตการลงทุนของเงินทุนต่างชาติ การปรับลดมาตรการคิวอีของสหรัฐ และตลาดมีการซื้อขายบางเบา ทำให้ค่าเงินเคลื่อนไหวได้มากกว่าปกติ อย่างไรก็ตาม ภาวะค่าเงินบาทในปัจจุบัน ยังสะท้อนพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยอยู่
ด้านนายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า การอ่อนค่าของค่าเงินบาทขณะนี้ ถือว่าอ่อนค่าเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ จากเดิมที่มองว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าแตะระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงที่มีการปรับลดมาตรการคิวอีในครั้งต่อไป แต่ด้วยปัจจัยการเมืองกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเร็วกว่าที่ไว้ โดยทิศทางของค่าเงินบาทหลังจากนี้มองว่า มีโอกาสสูงที่จะหลุดระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่เชื่อว่าจะไม่หลุดระดับ 33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการส่งออกของไทยจะเข้ามาช่วยพยุงไว้ไม่ให้หลุดระดับดังกล่าว



