ข่าว

ม็อบเล็งตัดน้ำ-ไฟที่ราชการบ้านปู-ครม.

ม็อบเล็งตัดน้ำ-ไฟที่ราชการบ้านปู-ครม.

02 ม.ค. 2557

'สุเทพ'โพสต์แจงปิดกรุงเทพฯเพื่ออะไร ทำอย่างไร เริ่มเมื่อไหร่ ม็อบเล็งตัดน้ำ-ไฟที่ราชการบ้านปู-ครม.

              2ม.ค.2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.แถลงเปิดเผยว่า นายสุเทพจะเขียนบทความชี้แจงแผนการยึดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค. อย่างละเอียด ลงในเฟซบุ๊กSuthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) จึงขอให้ประชาชนเข้าไปติดตามอ่านรายละเอียดที่ชัดเจนได้ในเวลา 20.00 น.วันนี้นั้น

              ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น.เฟซบุ๊กSuthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) ได้โพสต์ข้อความว่า

              "Shut Down กรุงเทพฯ" ปิดกรุงเทพ เพื่ออะไร ทำอย่างไร เริ่มเมื่อไหร่

              ปิดกรุงเทพ เพื่อแสดง อารยะขัดขืน ขั้นสำคัญ ทำให้รัฐบาลเป็น "รัฐบาลล้มเหลว" (Failed Government) บริหารราชการไม่ได้อีกต่อไป

              มวลมหาประชาชน พร้อมใจกัน ออกมาปิดถนนในกรุงเทพฯ ถนนในกรุงเทพ กลายเป็นถนนประชาชนเดิน ประชาชนตั้งเวที ต่อต้านรัฐบาล ทุกสามแยก สี่แยก ข้าราชการไปทำงานไม่ได้ ประชาชนนำรถยนต์ของตนจอดขวางถนนทุกแยก

              ตัดน้ำ-ตัดไฟ สถานที่ราชการ ทุกแห่ง รวมทั้งบ้านนายกและคณะรัฐมนตรี แต่ไม่มีการตัดน้ำ ตัดไฟ บ้านเรือนของประชาชนทั่วไป เพราะไม่ต้องการให้ประชาชนเดือดร้อน

              รถเมล์ รถไฟ รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้าใต้ดิน เรือเมล์ ยังเปิดบริการปกติ ทุกถนน ยังคงเว้นช่องทางเดิน ของรถเมล์ และ เผื่อสำหรับรถพยาบาล หรือ คนที่จะไปโรงพยาบาลด้วย

              เริ่มปฏิบัติการปิดกรุงเทพฯ วันจันทร์ที่ 13 มกราคม 2557 เวลา 9.00น. เป็นต้นไป และปฏิบัติการต่อเนื่องทุกวัน จนกว่าชัยชนะจะเป็นของปวงชนชาวไทย

             ทุกเวทีจะมีมวลมหาประชาชน ร่วมกับนักเรียน นิสิต นักศึกษา อาจารย์ และศิลปิน จัดรายการบนเวที ที่มีทั้งการปราศรัยแสดงความคิดเห็น เรื่องการปฏิรูปประเทศไทย การแสดงของศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดง นักเรียน นิสิต นักศึกษา ตลอด 24 ชั่วโมงในขณะเดียวกัน ประชาชนในต่างจังหวัด จะรวมตัวกันลุกฮือ ขึ้นปิดสถานที่ราชการทุกแห่ง แสดงอารยะขัดขืน พร้อมๆกับการปฏิบัติการปิดกรุงเทพฯ

 

เผย5เวทีหลักทั่วกรุง
 

              เมื่อเวลา 19.46 น. นายสุเทพ  กล่าวบนเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเนื้อหาช่วงแรกเป็นการกล่าวถึงการแถลงยอมรับของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่า ชายชุดดำบนหลังคากระทรวงแรงงาน และชายฉกรรจ์ที่แต่งกายคล้ายตำรวจเป็นตำรวจจริง ซึ่งเป็นการยอมรับหลังจากกปปส.ขีดเส้นให้ตำรวจให้คำตอบภายในวันที่ 7 มกราคม และเป็นข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกับคำให้สัมภาษณ์ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.แรงงาน และพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ที่ระบุว่า ชายชุดดำเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่แฝงตัวเข้ามา หรือเป็นมือที่สาม ที่แฝงเข้ามาสร้างสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ได้เรียกร้องให้ ผบ.ตร.หาตัวผู้สั่งการให้ตำรวจขึ้นไปบนดาดฟ้า และทุบรถประชาชนมาลงโทษด้วย
 
              นายสุเทพยังอธิบายถึงแนวทางการปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 มกราคมว่า ไม่ใช่การสร้างความเดือดร้อนให้คนกรุงเทพฯ แต่เป็นการปฏิบัติการครั้งใหญ่เพื่อยึดกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 13 มกราคม เป็นต้นไป ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญขั้นสูงสุดเพื่อให้ชาวโลกได้เห็นว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่ล้มเหลวในสายตาชาวโลก บริหารประเทศไม่ได้อีกต่อไป และไม่ได้ต้องการให้ประเทศไทยเป็นรัฐที่ล้มเหลว (Fail state) แต่ต้องการให้ชาวโลกเห็นว่า รัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลที่ล้มเหลว และประชาชนไม่เอาด้วยแล้วเห็นได้จากการชุมนุมใหญ่ตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน 9 ธันวาคม และ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยปฏิบัติการในวันที่ 13 มกราคม จะมีการปิดถนนทุกสามแยก สี่แยก เพื่อไม่ให้ข้าราชการทำงานได้ ขอให้พี่น้องประชาชนเอารถยนต์ส่วนตัวมาจอดไว้ทุกสามแยก สี่แยก หรือชุมนุมกันที่นั่น
 
              นายสุเทพยืนยันว่า จะไม่มีการตัดน้ำตัดไฟประชาชนทั่วไป แต่จะมีการตัดน้ำตัดไฟหน่วยงานราชการทุกแห่ง รวมทั้งบ้านพักของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ส่วนรถเมล์ยังวิ่งได้ตามปกติ โดยการ์ดของแต่ละเวทีจะจัดช่องทางให้รถเมล์วิ่ง รวมทั้งรถพยาบาลด้วย แต่ไม่ให้รถของข้าราชการผ่าน ส่วนรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน ยังใช้ได้ปกติ โดยมีการระบุถึงผู้รับผิดชอบเวทีใหญ่ในแต่ละจุดด้วย คือ สี่แยกปทุมวัน มีประชาคมชาวจุฬาฯ รับผิดชอบเหมือนเดิม, สวนลุมพินี อยู่ในความรับผิดชอบของกลุ่มนักธุรกิจสีลม, แยกอโศก รับผิดชอบโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า), ห้าแยกลาดพร้าว รับผิดชอบโดยอาจารย์ และนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, เวทีแยกราชประสงค์ มี ดร.เสรี วงษ์มณฑา รับผิดชอบการจัดหาศิลปินนักแสดงมาดูแลการชุมนุมทุกวันทุกคืนจนกว่าข้าราชการจะออกมายืนเคียงข้างประชาชน และจนกว่าระบอบทักษิณจะพ้นไปจากแผ่นดินไทย โดยให้ กปปส.ทุกจังหวัดยึดสถานที่ราชการคู่ขนานไปด้วย
 
              ทั้งนี้ ในช่วงท้าย นายสุเทพยังอธิบายถึงแนวทางการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะการตั้ง "สภาประชาชน" จากทุกสาขาอาชีพ ซึ่งให้องค์กรต่างๆ คัดเลือกกันเองจนเหลือ 300 คน โดยสภาประชาชนไม่ได้แต่งตั้งโดย กปปส.เอง และให้คณะกรรมการสรรหาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 113 ที่มีอำนาจหน้าที่สรรหาสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.สรรหา) อยู่แล้ว เช่น ตัวแทนป.ป.ช. และจากศาลยุติธรรม เป็นต้น คัดเลือกสมาชิกที่เหลืออีก 100 คน รวมเป็น 100 คน โดยทั้งหมดจะต้องไม่มาจากนักการเมือง และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ตน และมวลมหาประชาชนก็จะกลับบ้านทันที

 

"สมชัย”เผยผลหารือพท-ปชป.ไม่ค่อยดี

              นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือร่วมกับผู้บริหารระดับสูงของพรรคเพื่อไทย(พท.) และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เกี่ยวกับแนวทางในการช่วยคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมือง ว่า ตนได้มีการหารือกับทางตัวแทนของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้นำเสนอชุดความคิดที่หวังจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันให้กับสองฝ่ายไป แต่จากการหารือครั้งนี้สรุปว่ายังไม่มีข้อยุติว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะยอมรับชุดความคิดดังกล่าวหรือไม่ แนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ไม่ดีเท่าใดนัก เนื่องจากมุมมองทั้งสองฝ่ายยังมีความแตกต่างกันอยู่ แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ทั้งสองฝ่ายคงนำชุดความคิดที่ตนได้เสนอ ไปหารือกันว่าจะเป็นวิธีการคิดที่จะช่วยให้เกิดผลดีกับสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตนจะนำข้อหารือในวันนี้นำเสนอให้กกต.อีก 4 คน ได้รับทราบในการประชุมกกต.วันพรุ่งนี้ ( 3 มกราคม ) จากนั้นจึงจะแถลงข่าวให้สื่อมวลชนได้รับทราบว่าสิ่งต่างๆที่ได้นำเสนอไปนั้นเป็นอย่างไรและผลตอบรับเป็นอย่างไร

              “ในวันนี้ใช้เวลาหารือร่วมกับทางตัวแทนพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์นานกว่า 2 ชั่วโมง นัดพบกันที่โรงแรมชื่อดังย่านใจกลางเมือง แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีข้อยุติ เท่าที่ดูพบว่าขณะนี้ยังเห็นความแตกต่างในวิธีการคิดของทั้งสองพรรคการเมือง จึงไม่ง่ายนักที่จะทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพราะฉะนั้นคงต้องรอคอยให้สถานการณ์ต่างๆ มันพัฒนาไปสู่อีกระดับหนึ่ง ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องรอคอยไปถึงเมื่อใด” นายสมชัย กล่าว

              นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนการประสานเพื่อขอหารือกับทางกลุ่มกปปส.นั้นขณะนี้ยังไม่มีการตอบรับว่าจะร่วมหารือกับทางกกต.หรือไม่ ดังนั้น กกต.คงทำสิ่งใดไม่ได้ แต่รู้สึกห่วงใย ในสถานการณ์บ้านเมือง เนื่องจากพัฒนาการของเหตุการณ์ต่างๆ นั้นดูเหมือนจะเดินไปในทิศทางที่รุนแรงมากขึ้น ซึ่งตนได้รับข่าวว่าทางกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก็ประกาศเปิดประเทศ ในวันที่ 13 ม.ค. ซึ่งตรงกับวันที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. นัดชุมนุมใหญ่เพื่อปิดประเทศเช่นกัน ดังนั้นปัญหาเหล่านี้คงไม่ใช่ปัญหาการเลือกตั้งอีกต่อไปแล้ว แต่จะเป็นปัญหาของบ้านเมือง ที่ยังไม่มีทางออก โดยแต่ละฝ่ายพยายามใช้กำลังของตัวเองที่มีอยู่ออกมาแสดงและเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองที่จะดำเนินการแก้ไขคงไม่ใช่เป็นเรื่องของกกต.แล้ว