ข่าว

ถ้าไม่เลื่อนเลือกตั้ง...เมษายังไม่มีการจัดตั้งรบ.

ถ้าไม่เลื่อนเลือกตั้ง...เมษายังไม่มีการจัดตั้งรบ.

03 ม.ค. 2557

ถ้าไม่เลื่อนเลือกตั้ง...เมษายังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน : สัมภาษณ์พิเศษสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.

              ทันทีที่เวลาปิดรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขตสิ้นสุดลง โดยมี 8 จังหวัดภาคใต้รวม 28 เขต ไม่สามารถเปิดรับสมัครได้ ส่วนอีกหลายจังหวัดมีผู้สมัครคนเดียวจำนวน 22 เขต จากตัวเลขจำนวนเก้าอี้ที่ขาดหายไปนี้ ย่อมส่งผลถึงจำนวน ส.ส.ไม่เพียงพอที่จะเปิดสภาได้ หรือคิดง่ายๆ เพราะต้องมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 475 คน

              นี่คือทางสามแพร่ง ที่ กกต. และรัฐบาล ต้องตัดสินใจว่าจะปลดล็อกอย่างไร?

              ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 2 มกราคม สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ ดร.ธีรารัตน์ พันทวี ผ่านทางรายการเจาะข่าวเช้านี้ (ช่วงวิเคราะห์เจาะลึก) สถานีวิทยุจุฬาฯ เกี่ยวกับการรับสมัคร ส.ส. และการเจรจาพูดคุยกับฝ่ายเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ เพื่อหาทางคลี่คลายสถานการณ์

00 การรับสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขต เสร็จสิ้นแล้ว มีปัจจัยที่เพียงพอแล้วหรือยังที่จะเลื่อน หรือไม่เลื่อนเลือกตั้ง จะคงไว้ หรือไม่คงไว้

              การตัดสินใจนั้น คงเป็นเรื่องของ กกต.และรัฐบาลอีกครั้ง แต่ข้อมูลที่ผมจะให้ไว้ใน ณ ที่นี้ หรือว่าขณะนี้ คือ การรับสมัครสิ้นสุดลงแล้ว และมีเขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครเลย ทั้งหมด 28 เขต และเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครรายเดียว 22 เขต เพราะฉะนั้นในตัวเลขตรงนี้มันบ่งบอกอะไรบางอย่าง

              บ่งบอกประการแรกคือ ใน 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครเลย ถึงเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ตาม สมมุติว่าเราประกาศผล 30 วัน หลังการเลือกตั้ง จากวันที่  2 กุมภาพันธ์นี้ คือ วันที่ 2 มีนาคม แต่วันที่ 2 มีนาคม ไม่สามารถเปิดประชุมสภาได้ เนื่องจากจำนวน ส.ส.ไม่ถึง 95% ของจำนวน ส.ส.ทั้งหมด (500 คน) ทั้งนี้ 95% ก็คือ 475 คน ตอนนี้อย่างไรก็แล้วแต่ 28 คน จะไม่มี เพราะฉะนั้นการประชุมสภาจะไม่เกิดขึ้นในต้นเดือนมีนาคม คงต้องไปหาวิธีให้ได้ ส.ส.จำนวนดังกล่าว ไม่แน่ใจว่า 1 เดือน 2 เดือน 3 เดือน จะได้หรือไม่

              ก็เอาเป็นว่า เรามองแบบสถานการณ์ที่มันกลางๆ ไม่เลวร้ายเกินไป ไม่ดีเกินไป อาจจะสัก 2 เดือน ถ้า 2 เดือนหลังวันที่ 2 กุมภาพันธ์ อาจจะจัดการเลือกตั้ง 2 รอบ หลังจากนั้นก็น่าจะเป็นสักประมาณวันที่ 2 เมษายน ซึ่งอาจจะประกาศผลได้สักประมาณกลางๆ เดือนเมษายน หมายความว่า จากนี้ไปจนถึงเดือนเมษายน ยังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน

              ส่วนอีกเรื่อง คือ 22 เขต ที่มีผู้สมัครรายเดียวก็เหมือนกัน ใน 22 เขตที่มีผู้สมัครรายเดียวนั้น เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง เป็นอีกตัวแปรหนึ่ง ถ้าหากว่าผู้สมัครที่ได้รับการเลือกตั้งคะแนนเสียงไม่ถึง 20% (ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตนั้น) ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ หรือถ้าเกิน 20% แต่น้อยกว่าคะแนนโหวตโน คือ ไม่ประสงค์ใช้สิทธิ์มากกว่าคะแนนของผู้ที่ได้รับคะแนนเกิน 20% ก็ตาม ก็ต้องเลือกตั้งใหม่

              ดังนั้นคิดคร่าวๆ คือ 28 เขตที่มีปัญหา และ 22 เขต ผมให้ 1 ใน 4 สักประมาณ 5-6 เขต เพราะฉะนั้นจะกลายเป็นว่า 28 บวก 5 เป็น 32 เขต ก็ไม่น้อยแล้ว อันนี้จะเป็นสถานการณ์ที่ว่า แม้จะเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง แต่การจัดตั้งรัฐบาลไม่เกิดขึ้นโดยง่าย และโดยเร็ว คงจะต้องเป็นรัฐบาลรักษาการและสถานการณ์การเมืองแบบนี้ ไปถึงน้อยสุดคือกลางเดือนเมษายน

00 แปลว่า เลือกตั้งต่อไปก็ยังไม่มีรัฐบาลถึงเดือนเมษายน หรือคิดว่าพอเป็นแบบนี้แล้วไม่ควรจะมีการเลือกตั้ง

              ยังไม่มีข้อสรุป ข้อยุติ แต่ประเด็นเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ นำไปเป็นสถานการณ์ที่นำไปสู่การถกเถียงกัน ทั้งในองค์ประชุมของ กกต.ในวันนี้ (2 ม.ค.) และจะเป็นสถานการณ์ที่จะนำไปถกเถียงกันในการเจรจาระหว่างแกนนำพรรคการเมือง 2 พรรค ซึ่ง กกต.ได้เป็นคนกลางในการนัดสองฝ่ายมาเจอกันแล้ว เดิมเรานัดพรรคเพื่อไทยมาคุยไปแล้วรอบหนึ่ง นัดพรรคประชาธิปัตย์คุยแล้วรอบหนึ่ง วันนี้สองฝ่ายมาเจอกันพร้อมๆ กัน ฝ่ายละ 3 คน ก็จะเอาสถานการณ์ตั้งกล่าวโยนลงไปให้เห็นว่า ถ้าเดินหน้าแล้วจะเป็นแบบนี้ จะว่ากันอย่างไร

00 ทำไมต้องเป็นสองฝ่ายนี้ ทำไมเป็นเรื่องของรัฐบาลกับประชาธิปัตย์ กลายเป็นเรื่องของ 2 พรรคใหญ่ไปแล้ว

              ผมเรียกว่า ภาคส่วนของความขัดแย้ง ในสังคมนี้อาจจะประกอบด้วยภาคส่วนต่างๆ มากกว่านี้ หรืออาจจะเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาจจะมีมากกว่านี้ แต่เราไม่สามารถจะคุยไปพร้อมๆ กันทั้งหมดได้ ถ้าเราสามารถจับจุดที่มันสามารถคุยได้ ก็จะประสบความสำเร็จมากกว่า

              ดังนั้นในส่วนของเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ ถือว่าเป็นภาพส่วนใหญ่ เราก็พาเขามาคุยกัน กปปส. (กลุ่มประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข) เราก็พยายามติดต่อเพื่อให้มีการพูดคุย แต่เกิดปัญหาตรงที่ท่านเอง ท่านยังไม่อยากจะคุยกับเราในช่วงนี้

              คือเราได้ติดต่อไปแล้ว แต่ท่านยังไม่ได้มีการนัดหมาย ซึ่งได้ติดต่อไปยังคุณสุเทพ เทือกสุบรรณ แล้ว แต่ท่านบอกว่าท่านยังอยากเดินไปในแนวทางที่ท่านคิดว่าถูกต้องก่อน และคิดว่าการพูดคุยในช่วงนี้ยังไม่มีความจำเป็น ซึ่งทางเราก็เคารพการตัดสินใจของท่าน ถ้าท่านเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องคุย เราจะก็ต้องรอ แล้วตามตื๊อท่านจนกว่าท่านจะใจอ่อนยอมคุยกับเรา

00 การคุยมีเป้าหมาย หรือจุดหมายปลายทาง หรือมีเวลาแค่ไหน เพื่อไม่ให้กระทบกับแผนการเลือกตั้ง หรือไม่ให้เกิดสุญญากาศ ไม่มีรัฐบาลไปอีกหลายเดือน หรือวางแผนไว้อย่างไรบ้าง

              ถ้าคุยแล้วได้ข้อสรุปที่เป็นข้อยุติก่อนวันที่ 2 กุมภาพันธ์ มันก็จะไม่อะไรกับวันที่ 2 กุมภาพันธ์ แต่ถ้าคุยแล้วมันเลยวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ยังไม่ได้ข้อสรุป เมื่อถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ก็เลือกตั้ง คือคงไม่มีกรอบอะไร ตอนนี้ต้องประเมินความเสียหายกันว่าอะไรมันคุ้มค่ากว่ากัน อันนี้เป็นเรื่องซึ่งทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันชั่งน้ำหนักสักนิด

00 ช่วงวันหยุดปีใหม่ มีข่าวว่าคุณสมชัยได้ไปคุยกับผู้นำระดับสูงของรัฐบาล

              ระดับสูงมาก ซึ่งเป็นคนที่มีอิทธิพล อาจจะไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ในรัฐบาล แต่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของทางซีกรัฐบาล

00 ติดต่อไปเอง หรือว่าเขาติดต่อมา

             ผมติดต่อไป ทางฝั่งเพื่อไทยได้พูดคุยไปเรียบร้อยแล้ว คุยก่อนประชาธิปัตย์

00 ผลออกมาบวก หรือลบ เลื่อนไม่เลื่อน

              การคุยรอบแรก คงไม่สามารถได้อะไรที่ได้เป็นข้อยุติ เป็นการร่วมกันประเมินสถานการณ์ว่า ถ้าเดินหน้าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ซึ่งการประเมินดังกล่าวก็โชคดีที่ว่า ภาพที่เราเห็นเป็นภาพที่ตรงกัน เพราะฉะนั้นก็จะมีจุดเริ่มต้นแล้ว จากนี้ไปท่านคิดอะไร อยากได้อะไร แล้วควรจะเดินหน้าอย่างไร ซึ่งเป็นประเด็นที่เราได้มีการพูดคุยกัน ก็ได้คำตอบมาแบบหนึ่ง หลังจากนั้นพอเราไปคุยกับประชาธิปัตย์ ซึ่งก็เป็นแกนนำระดับสูงมากเหมือนกัน ใช้กระบวนการพูดคุยแบบเดียวกัน ก็ได้คำตอบเหมือนกัน

              นั่นแสดงว่า ทั้ง กกต. เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ มองภาพอนาคตว่า ถ้าเดินหน้าสู่การเลือกตั้งแล้วจะเกิดสิ่งสิ่งนี้เหมือนกันหมด ซึ่งมองเป็นภาพเดียวกันแล้ว และตอนนี้ก็มีข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาของแต่ละฝ่าย ซึ่งเบื้องต้นเมื่อผมไปประมวลสังเคราะห์ ผมคิดว่า มีจุดที่ตรงกันอยู่ที่สามารถคุยกันได้ ดังนั้นการนัดหมายที่เกิดขึ้นในวันนี้ คือการทำเป้าหมายให้ตรงกัน เป็นข้อสรุปเบื้องต้นที่ทุกฝ่ายสามารถยอมรับได้ และนำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ของบ้านเมืองในขณะนี้

              ค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นไปในทางที่ดีต่อทุกฝ่าย และประชาชนน่าจะสบายใจมากขึ้น อีก 10 วัน ก็น่าจะได้คำตอบ


...............................

(หมายเหตุ  : ถ้าไม่เลื่อนเลือกตั้ง.... เมษายังไม่มีการจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน : สัมภาษณ์พิเศษสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.)