ข่าว

คนงานตี'เลียงผา'กรณีศึกษาออกประทานบัตรโรงปูน

คนงานตี'เลียงผา'กรณีศึกษาออกประทานบัตรโรงปูน

03 ม.ค. 2557

คนงานตี'เลียงผา'กรณีศึกษาออกประทานบัตรโรงปูน : กัมปนาท ขันตระกูล / สมนึก สุขีรัตน์รายงาน


              ภาพการทุบตี "เลียงผา" สัตว์เท้ากีบ 1 ใน 15 สัตว์ป่าสงวนและใกล้สูญพันธุ์ ภายในโรงงานปูนซีเมนต์แห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ในเขต ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ที่ถูกเผยแพร่ผ่านโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม ที่ผ่านมา กลายเป็นภาพที่กระตุ้นให้สังคมตระหนักว่า สัตว์ป่าชนิดนี้ กับถิ่นที่อยู่อาศัยดั้งเดิม นั่นคือการอาศัยอยู่ตามหน้าผาสูงชัน

              ขณะที่วงการค้าสัตว์ป่าล้วนมีความเชื่อว่า เลียงผามีน้ำมันในตัว สามารถสมานกระดูกและสมานแผลได้ จึงไล่ล่าเลียงผาเพื่อเอาน้ำมันมาใช้รักษาแผลและสมานกระดูก ด้วยการใช้ส่วนหัวและกระดูกไปต้มกับน้ำมันมะพร้าว เหล่านี้ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการคุกคามจำนวนเลียงผา เช่นเดียวกันกับการทำเหมืองหินที่มีผลต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันโดยตรง

              หลังเกิดเหตุการณ์คนงานโรงงานปูนตีเลียงผา ธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุภายในโรงปูน ที่บริเวณเตาเผาไลน์การผลิตโรงงาน 3 ซึ่งเป็นลานซีเมนต์และมีรั้วตาข่ายลวดหนามล้อมรอบ เป็นบริเวณเดียวกันที่กลุ่มคนงานของโรงปูนแห่งนี้ ไล่ทุบตีเลียงผา

              ด้านความเคลื่อนไหวของทางโรงปูน ในฐานะพื้นที่เกิดเหตุ ได้เรียกคนงานที่เกี่ยวข้องกับการทำร้ายเลียงผามาสอบสวน และส่งตัว วิชัย เวทนา หนุ่มใหญ่วัย 35 ปี พนักงานผู้ช่วย ซึ่งเป็นผู้ลงมือทำร้ายเลียงผาให้ตำรวจ สภ.แก่งคอย ดำเนินคดี และถูกแจ้งข้อหาล่าสัตว์ป่าหวงห้าม แต่ "วิชัย" ให้การภาคเสธ โดยรับว่าตีเลียงผาจริง แต่ทำลงไปเพื่อจะนำไปปล่อยคืนป่าด้านหลังโรงงาน

              อย่างไรก็ตาม การกล่าวอ้างของ "วิชัย" ไม่ได้รับการเชื่อถือจากสำนักงานบริหารอนุรักษ์พื้นที่ ที่ 1 สระบุรี ด้วยความบอบช้ำเลียงผาตัวนี้น่าจะตายแล้ว จึงส่งเจ้าหน้าที่ไปค้นหาในป่าจุดที่ "วิชัย" อ้างว่านำเลียงผาไปปล่อย พร้อมกับไปตรวจสอบตามร้านอาหารป่าในพื้นที่ จ.สระบุรี เพื่อค้นหากซากเลียงผาดังกล่าว เพราะเชื่อว่า หากเลียงผาตายซากอาจถูกนำไปขายให้ร้านอาหารป่า

              "การเข้าค้นหาเลียงผาในป่าจุดที่นายวิชัยอ้างว่านำเลียงผาไปปล่อย ผลการค้นหาพบร่องรอยเรียงผาในบริเวณดังกล่าวหลายตัว ทั้งรอยนอน มูลที่ถ่ายทิ้งไว้ แต่เป็นร่องรอยที่ผ่านมานับเดือน ไม่ใช่รอยที่เกิดขึ้น หลังจากนายวิชัยอ้างว่านำเลียงผาไปปล่อยไว้ สำหรับผมก็คือ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ตอนที่ขอประทานบัตรการทำปูนซีเมนต์ งไม่มีรายงานการพบเลียงผา ซึ่งเป็นสัตว์สงวน เพราะการตั้งโรงปูนแห่งนี้มีความเสี่ยงต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของเลียงผา ผมจะค้นต่อไปเรื่อยๆ เพราะหากยังไม่ตายต้องเจอตัว" เป็นเสียงสะท้อนจาก ธนา โพธากุล เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญการ สำนักงานบริหารอนุรักษ์พื้นที่ ที่ 1 สระบุรี หัวหน้าชุดค้นหาเลียงผา

              ส่วน "ธีรภัทร" ระบุว่า จ.สระบุรี ซึ่งมีหุบเขาหินปูน และมีกิจการทำเหมืองหิน ปัจจุบันมีประชากรเลียงผาเหลืออยู่ราว 500 ตัว นับว่าใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีขอบเขตจำกัดของถิ่นอาศัย สำหรับมาตรการป้องกันที่จะไม่ให้เกิดลักษณะนี้ขึ้นอีก ทางกรมจะแจ้งให้โรงงานทราบ หากพบสัตว์ป่าพลัดหลงเข้ามา อย่าทำร้าย ขอให้หาทางควบคุมจำกัดบริเวณไว้ก่อน แล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาดำเนินการ

              ปัจจุบันในพื้นที่ จ.สระบุรี มีบริษัทที่ได้ประทานบัตรให้ทำเหมืองหินผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่อยู่ถึง 9 แห่ง และโรงโม่หินอีกนับร้อยแห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 และป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเลียงผาที่อาศัยอยู่ตามหน้าผา และตามถ้ำต่างๆ เฉพาะในพื้นที่เขตเทศบาลตำบลทับกวาง อ.แก่งคอย รัฐได้ให้ประทานบัตรแก่บริษัทปูนซีเมนต์ 2 ราย

              อย่างไรก็ดีการให้ประทานบัตรในทุกพื้นที่จะมีอายุสัมปทาน ไม่ได้ให้เต็มพื้นที่ป่า ให้ตามพื้นที่ใช้ประโยชน์ เมื่อหมดอายุแล้วต้องขอต่อประทานบัตรใหม่ ซึ่งอาจถูกชุมชน หรือกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าคัดค้านการต่อสัมปทานได้ เพราะเป็นพื้นที่ซึ่งมีสัตว์ป่าสงวนใกล้สูญพันธุ์อยู่อาศัย ดังนั้นอาจจะเป็นเหตุให้เลียงผาและสัตว์ป่าอื่นๆ ถูกทำร้าย และล่าเพื่อให้หมดไปจากพื้นที่หรือไม่ ?

              พระครูสิริธรรมประธีป เจ้าอาวาสวัดพระธาตุเจริญธรรม หมู่ 5 ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เล่าว่า พื้นที่ ต.ทับกวาง มีพื้นที่ป่า และมีสัตว์ป่าหลายชนิดให้พบเห็นเป็นประจำ โดยเฉพาะเลียงผา เนื่องจากพื้นที่ป่าเป็นเขาหินปูน แต่สัตว์ป่าจะไม่เข้ามาในชุมชน

              “เลียงผาที่ถูกทุบตีน่าจะหลงป่าเข้ามา เมื่อเจอคนแล้วตกใจ และที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินข่าวทำร้ายสัตว์หรือล่าสัตว์" พระครูสิริธรรมประธีป กล่าว

              จนถึงขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่า เลียงผาเคราะห์ร้ายยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจะเป็นข้อพิจารณาก็คือ ในพื้นที่ยังมีเลียงผาที่เป็นสัตว์สงวนใกล้สูญพันธุ์ จึงเป็นความอ่อนไหวไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเด็นการออกใบประทานบัตรให้แก่บริษัทปูนและผู้ประกอบการโรงโม่หิน เพราะหากยืนยันที่จะอนุญาต หรือออกประทานบัตร

              คำถามที่ตามมา คือ จะดำเนินการป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ป่าสงวนได้อย่างไร ?

.................................

(หมายเหตุ : คนงานตี'เลียงผา'กรณีศึกษาออกประทานบัตรโรงปูน : กัมปนาท ขันตระกูล / สมนึก สุขีรัตน์รายงาน)