
'ตู่'นัดเสื้อแดง'เปิดกทม.'13ม.ค.
'จตุพร'นัดคนเสื้อแดง'เปิดกทม.'13ม.ค. ให้รอฟังสัญญาณระดมพล ขณะที่ 'สุเทพ' เตรียมโพสต์เฟซบุ๊กเปิดแผนยึดกรุง
เมื่อ 13.30 น.วันที่ 2 ม.ค.2557 นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงจุดยืน นปช. ที่อิมพีเรียลลาดพร้าว ว่า ม็อบนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประกาศปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 มกราคม ทางนปช.ขอประกาศเปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 มกราคม แล้วจะแถลงรายละเอียดให้ทราบต่อไป บัดนี้ได้เวลาที่ประชาชน และนปช.จะต้องเตรียมพร้อม ลุกขึ้นมาต่อสู้ภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายทุกประการ วิธีคิดของกปปส. และเครือข่ายอำมาตย์ที่เอาคนใต้มาปิดกรุงเทพฯ เอาคนใต้มาไล่รัฐบาลที่มาจากคนทั้งประเทศ จะนำไปสู่สงครามกลางเมือง
นายจตุพร กล่าวว่า ปัญหาเกิดขึ้นจากหลายๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็น กกต.ที่ไม่พยายามให้การเลือกตั้งเดินหน้า กกต.คนไหนรู้ตัวว่าไม่เป็นกลาง ขอให้ลาออกไป เพราะพฤติกรรมชัดเจน ที่ไหนสมัครไม่ได้ดีใจยิ่งกว่าถูกหวย แล้วจะสมัครได้อย่างไร ที่ทำการบางแห่งเปิดบลูสกาย เป่านกหวีดเล่นกันอยู่ นอกจากนี้ วันที่ 7 - 8 - 9 - 10 มกราคม จะมีการชี้มูลความผิด และตัดสินคดีโดยป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะเป็นปัญหากับทางฝ่ายรัฐบาล และบรรดาดาบที่ถาโถมเข้ามาจะเพิ่มพลังให้ฝ่ายของนายสุเทพ
"ตู่" ลั่นแตกหัก-อุ่นเครื่อง 5 ม.ค.
"การรัฐประหารปี 2549 ว่าเลวร้ายแล้ว แต่จะไม่เลวร้ายเท่าเหตุการณ์นี้ สุดท้ายประเทศไทยจะเต็มไปด้วยความแตกแยก เหนือ อีสาน กลางหลายส่วน แม้แต่กรุงเทพฯ และหากไม่มีประชาธิปไตยอีก จะเกิดความตายอีกเท่าไหร่ สงครามกลางเมือง เพื่อเตือนทุกฝ่าย เรามีความพร้อม อยู่ที่ว่าจะนัดกันเมื่อไหร่ รับรองว่าคราวนี้ไม่ซ้ำกับราชมังคลาฯ เรื่องใหญ่คือ ถ้าเสียประชาธิปไตย เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เริ่มปีใหม่ เดือนนี้เป็นเดือนแห่งการแตกหัก ขอให้ติดตาม รอฟังสัญญาณ เราจะต่อสู้ภายใต้หลักสันติวิธี" นายจตุพรกล่าว
นายจตุพร กล่าวอีกว่า ขอให้จังหวัดต่างๆ ที่มีความพร้อม เริ่มอุ่นเครื่องจัดการชุมนุม ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม เป็นต้นไป เช่นเดียวกับที่ม็อบนายสุเทพประกาศเริ่มเรียกแขกตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม
"สุเทพ"เตรียมโพสต์เฟซบุ๊กเปิดแผนยึดกรุง
ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.แถลงว่า นายสุเทพจะเขียนบทความชี้แจงแผนการยึดกรุงเทพฯ ในวันที่ 13 ม.ค. อย่างละเอียด ลงในเฟสบุ๊กSuthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) จึงขอให้ประชาชนเข้าไปติดตามอ่านรายละเอียดที่ชัดเจนได้ในเวลา 20.00 น.วันนี้"นายเอกนัฐ กล่าว
โฆษกกปปส.กล่าวต่อว่า หลังจากที่กปปส. ได้ตั้งคำถามไปยังหน่วยงานรัฐ เกี่ยวกับกรณีชายชุดดำ วันนี้พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และผู้บัญชาการเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ได้ออกมายอมรับแล้วว่าชายชุดดำเป็นตำรวจจริง โดยอ้างว่าเป็นการปฏิบัติภารกิจคุ้มกันคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โดยใช้เพียงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเพื่อควบคุมสถานการณ์เท่านั้น ซึ่งหากเป็นเช่นที่พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวจริง กปปส.ก็พบข้อพิรุธในประเด็นดังนี้
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า 1.หากปฏิบัติภารกิจคุ้มครองกกต. และคุ้มครองสถานการณ์จริง เหตุใดจึงมีการยิงใส่ประชาชน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังการรับสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสร็จสิ้นไปแล้ว และเหตุใดตำรวจไม่ปฏิบัติภารกิจอยู่ภายในศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง 2.พล.ต.อ.วรพงษ์ ได้ปฏิเสธว่า ผลการชันสูตรศพด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ที่โดนยิงเสียชีวิต วิถีกระสุนไม่ได้มาจากที่สูง ซึ่งขัดกับผลการชันสูตร ก่อนหน้านี้ที่พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ แถลงชัดเจนว่า วิถีกระสุนการถูกยิงจากบนลงล่าง ซ้ายไปขวาและหน้าไปหลัง 3.ทำไมพล.ต.อ.วรพงษ์ ไม่ออกมายอมรับตั้งแต่ตอนแรก ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามปฏิเสธและไม่ยอมพูดความจริง กลับปล่อยให้ปรากฎภาพชายชุดดำออกมาก่อนถึงยอมจำนนต่อหลักฐาน
นายเอกนัฏ กล่าวว่า 4.เหตุใดถึงปล่อยให้มีการโกหกอย่างเป็นขบวนการ ตั้งแต่ระดับล่างไปจนถึงระดับสูงของหน่วยงานความมั่นคง ดังนั้นกปปส. จึงขอให้หน่วยงานความมั่นคง โดยเฉพาะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุรพงษ์ โตวิจักรชัยกุล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ออกมาแสดงความรับผิดชอบ จากการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดและใส่ร้ายประชาชนที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในเวลา 16.00 น. ของวันนี้ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำกปปส. จะเดินทางไปร่วมรดน้ำศพนายวสุ สุฉันทบุตร ผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะที่ดินแดง ที่วัดศรีมหาธาตุวรวิหารด้วย
โฆษกปชป.เผยเบื้องหลังถกกกต.ล่ม
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนัดหารือระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กับนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล้มเหลว ว่า การนัดหมายมีตัวแทน 3 ฝ่ายคือ กกต. พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคเพื่อไทย โดย กกต.เชิญไปร่วมหารือทางออกเกี่ยวกับปัญหาในการเลือกตั้ง แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายเวลา 13.00 น. นั้น ทราบว่าตัวแทนฝ่ายพรรคเพื่อไทยที่แจ้งไว้ตั้งแต่ต้น กลับมีการเปลี่ยนตัวบุคคล ซึ่งไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ อีกทั้งพรรคประชาธิปัตย์เองก็ไม่ใช่คู่ขัดแย้งหรือคู่กรณีเพราะไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่จะไปเพื่อเสนอแนะทางแก้ไขปัญหา เมื่อไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น เรื่องตัวบุคคลที่จะเจรจาร่วม 3 ฝ่าย นายอภิสิทธิ์จึงไม่ได้เข้าร่วมเพราะทราบว่าทางพรรคเพื่อไทยเองก็ยืนยันที่จะเดินหน้าให้มีการเลือกตั้งต่อไป



