ข่าว

คุณสุเทพ'หรอย หรอย'

คุณสุเทพ'หรอย หรอย'

03 ม.ค. 2557

คุณสุเทพ'หรอย หรอย' : ต่อปากต่อคำ โดยดร.อมร วาณิชวิวัฒน์ [email protected]/ twitter@DoctorAmorn

              ประกาศชัดเจนแล้วว่า “Occupy Bangkok City” หรือ การยึดกรุงเทพฯ ดังที่คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้กล่าวไว้ในวันขึ้นปีใหม่ 2557 จะมีขึ้นในวันที่ 13 มกราคม 2557 เพื่อให้คนกรุงเทพฯ เตรียมตัวพร้อมรับสภาวะอันไม่ปกติที่จะทำให้การเดินทางการทำธุรกิจต่างๆ ต้องกระทบกระเทือน เพื่อกดดันรัฐบาลให้เลื่อนการเลือกตั้งหรืออย่างแรงสุดคือ การบีบให้รัฐบาลต้องไม่รักษาการต่อไป ซึ่งเรื่องหลังทางรัฐบาลได้ย้ำจุดยืนชัดเจนมาเป็นเวลานานแล้วว่าจะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

              ที่ผมขึ้นหัวเรื่องว่า “คุณสุเทพ หรอย หรอย” เพราะได้ติดตามรับชม บลูสกาย แชนแนล เกือบทุกวัน ซึ่งถ้าวัดเรตติ้งวันนี้น่าจะแซงหน้าฟรีทีวีหลายช่อง ที่กล่าวถึงไม่ใช่การช่วยโปรโมทหรือโฆษณาแอบแฝงแต่อย่างใด เพราะบลูสกายทำหน้าที่ถ่ายทอดทุกเหตุการณ์และตั้งสถานีเพื่อรองรับการเกาะเกี่ยวสัญญาณสดของทุกเวทีปราศรัยที่กลุ่ม คปท. และ กปปส. ซึ่งนำโดยคุณสุเทพ และแกนนำต่างๆ ตลอดเวลา ทำให้คนจำนวนมากต้องคอยเงี่ยหูฟังหรือต้องติดตามข่าวสารว่า วันนี้ คุณสุเทพ คุณสาธิต รวมทั้งแกนนำคนสำคัญอีกหลายๆ คนจะมีมติหรือคำสั่งอย่างใดออกมาเพื่อกดดันรัฐบาล ผมจึงรับรู้ทุกถ้อยคำ ทั้งภาษากลาง ภาษาถิ่นของชาวภาคใต้อยู่หลายคำ ไม่ว่าจะเป็น “นายหัว” ซึ่งมีที่มาจากคนเป็นนายท้ายเรือ หรือ คนขับรถโดยสารที่ผู้คนให้การยกย่อง หรือ คำว่า “หรอย หรอย” ที่ขอแปลเป็นว่า “เจ๋ง หรือ สุดยอดฝีมือ”

              ผมต้องไปสอบถามเพื่อนฝูงชาวใต้บางท่านถึงความหมายและเหตุผลต่างๆ ที่ทำให้ได้ยินคนใต้ชอบพูดคำว่า “หรอย หรอย” ก็เพราะคนที่มาชุมนุมนอกจากคนกรุงเทพฯ ที่เป็นขาประจำและขาจรแล้ว คนที่ปักหลักพักค้างและร่วมกันเป็นการ์ดหน่วยรักษาความปลอดภัยจำนวนมากมาจากหลายจังหวัดในภาคใต้ โดยเฉพาะ 8 จังหวัดที่พยายามหาทางไม่ให้มีการเลือกตั้งในจังหวัดนั้นๆ

              สิ่งที่คุณสุเทพประกาศบนเวทีมักได้ยินชาวภาคใต้ที่ขึ้นเวที หรือ ในหลายหนก็ได้ยินแกนนำบางคนพูดคำเหล่านี้ออกมา เพื่อแสดงความชื่นชมและแสดงการสนับสนุนการกระทำหรือความคิดความอ่านของคนที่ถูกกล่าวถึง แต่สิ่งที่คนจำนวนหนึ่งมีความรู้สึก “สวนทาง” กับผู้มาชุมนุม คงหนีไม่พ้น ฟากฝ่ายรัฐบาล รวมทั้ง “คนไทยเฉย” อีกจำนวนมากที่ยังไม่แสดงท่าทีของตนอย่างชัดเจนเหมือนกลุ่มที่ทางแกนนำ กปปส. กล่าวว่า เป็นคนส่วนใหญ่ที่มาร่วมชุมนุมในหลายกิจกรรมที่ผ่านๆ มา

              ทำให้คำว่า “หรอย หรอย” ดูจะแพร่หลายอยู่ในกลุ่มของผู้ให้การสนับสนุนกลุ่ม กปปส. และ คปท. เพราะวันที่ คุณนิติธร ล้ำเหลือ กับพวก ยกขบวนเอารถไปขวางทางในถนนวิภาวดีรังสิต เป็นจุดวกกลับที่ทำให้กระแสความนิยมของ กปปส.ได้รับผลกระทบอย่างเห็นได้ชัด กระทั่งมีการแก้ไขสถานการณ์ให้กลุ่ม คปท.เดินทางกลับสู่ฐานที่ตั้งอย่างรวดเร็วเกินความคาดหมาย เพราะเสียงสะท้อนที่ได้ยินได้ฟังมา ออกจะไม่ชื่นชมและเห็นพ้องกับวิธีการดังกล่าว

              ทำให้ต้องมาพิจารณาดูต่อไปว่า ในวันจันทร์ที่ 13 มกราคม ซึ่งคุณสุเทพต้องการให้ถนนทุกสายในกรุงเทพฯ เป็นถนนคนเดิน เหมือนอย่างกรณีเหตุการณ์ในภาพยนตร์บางเรื่องให้คนในสังคมออกมาทุกตรอกซอกซอยเพื่อคัดค้านอำนาจรัฐ รวมทั้งเหมือนอย่างเหตุการณ์ Occupy Wall Street และอีกหลายๆ เมืองใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเมื่อราวสองปีที่ผ่านมา กลายเป็นการดำเนินการในลักษณะ Copy Cat ที่มีการลอกเลียนแบบกันมา เช่นเดียวกับ “นกหวีด” ซึ่งมีการใช้ในการประท้วงอยู่หลายมลรัฐในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายๆ แห่งในโลกก็กลายเป็นเครื่องมือและอุปกรณ์ที่สร้างสีสันให้แก่การชุมนุม ผมมีโอกาสได้สอบถาม “แหล่งผลิตนกหวีด” รายใหญ่ที่ส่งของให้ผู้ค้าต่างๆ ทราบมาว่า ทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำหลายล้านบาทในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการชุมนุม ถือเป็นการกระจายรายได้ต่อผู้ค้าส่งค้าปลีกเป็นผลพลอยได้

              สิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13 มกราคม ยังไม่อาจคาดเดาได้ชัดเจน เพราะคุณสุเทพเองก็คงยังคำนึงถึงเหตุการณ์ความรุนแรงที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และกระแสตอบรับของคนกรุงเทพฯ ซึ่งกำลังเริ่มงานในช่วงต้นปีว่าจะยังให้การสนับสนุนการใช้มวลชนกดดันแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นอยู่เช่นเดิม จึงต้องใช้วิธีการเดินรณรงค์เช่นเดียวกับที่ได้กระทำในช่วงก่อนหน้าจะมีการกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งยากจะคาดเดาอีกเช่นกันว่า การปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุมในวันข้างหน้านี้จะมีเหตุการณ์บานปลายไปอย่างไร เพราะ “ชายชุดดำ” ไม่ว่าจะเป็นคนของใคร ได้ปรากฏตัวให้เห็นอยู่หลายเหตุการณ์ ดังนั้น ใครจะกระชากหน้ากากชายชุดดำให้เห็นดำเห็นแดงว่าเป็นคนของใครอยู่ฝ่ายไหนให้คนในสังคมได้รับรู้ ต้องถือว่า “หรอย หรอย อย่างมากครับ”