ฟังเสียงองค์กรเพื่อเด็กและสตรี ปี 57
03 ม.ค. 2557
ฟังเสียงองค์กรเพื่อเด็กและสตรี ปี 57 : ไลฟ์สไตล์
ไม่ว่าวันเวลาจะหมุนเปลี่ยนไปกี่ปี เรื่องราวของสตรีและเด็กยังเป็นประเด็นใหญ่ของสังคม ซึ่งนอกจากหน่วยงานของภาครัฐแล้ว ปัจจุบันยังมีหน่วยงานจากภาคเอกชน องค์กรอิสระเข้ามาช่วยดูแล คุ้มครอง และผลักดันให้สตรีและมีสิทธิ์เท่าเทียมกับสุภาพบุรุษตามหลักสากล...มาดูกันว่า ในปี 2557 นี้ องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับสตรีและเด็กจะมียุทธศาสตร์ในการดำเนินด้านใดกันบ้าง
เร่งผลักดันให้ สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นหน่วยงานที่รับรองด้วยพระราชบัญญัติอย่างจริงจังเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงานและความทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้าน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดร.วีณา เชิดบุญญชาติ รองประธานสภาสตรีฯ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ปีที่แล้วทางคณะกรรมการอำนวยการพยายามศึกษาเกี่ยวกับธรรมนูญสภาสตรีฯ ที่มีอยู่ว่า สามารถจะนำมาพัฒนาได้หรือไม่ ทั้งนี้ก็เพื่อจะยกฐานะของสภาสตรีฯ ให้เป็นสภาของผู้หญิงของประเทศอย่างแท้จริง เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก็มีกระทรวงแม่หญิงลาว ประเทศมาเลเซียปัจจุบันก็พัฒนาเป็นกระทรวงสตรีแล้ว เหลือประเทศกัมพูชา เกาหลีใต้ นิวซีแลนด์ แคนาดา ล้วนมีกันหมดแล้ว อย่างน้อยๆ ก็มีสภา ประเทศไทยถือว่าช้ามาก แต่สภาสตรีฯ มีฐานะเป็นเพียงแค่สมาคมเท่านั้นเอง เพราะเรายังไม่ได้ถูกรับรองโดยพระราชบัญญัติ โดยกฎหมาย ปีที่ผ่านมาทางสภาพยายามยกร่างขึ้นใหม่ ครั้นพอยกร่างเสร็จก็เปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ทำให้ร่างตกไปโดยปริยาย
"การทำงานตรงนี้ค่อนข้างยาก เพราะอะไรที่เกี่ยวของกับผู้หญิงมีความอ่อนไหวมาก หน้าที่ อำนาจในการจัดการ ฝ่ายนิติดูแลเรื่องกฎหมาย ส่วนฝ่ายกรรมการดูเนื้อหาสาระให้ครบถ้วนตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่ายังคงอยู่ในกรอบของสภาสตรีหรือไม่ บางครั้งก็ต้องพบกันครึ่งทาง เราจะต้องไปอยู่ตรงไหน จะอยู่กับสำนักนายกหรืออยู่กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ มันเป็นเรื่องค่อนข้างหนักสำหรับคนทำงานตรงนี้ แต่ถ้าเมื่อได้มาแล้ว ทุกอย่างที่ผ่านมาก็จะตรงมาที่สภาสตรีฯ คนทำงานก็จะมีหน้าที่มากขึ้น ขณะเดียวกันมีงบประมาณมาสนับสนุน ซึ่งทุกวันนี้ยังไม่มีงบประมาณสนับสนุน สภาสตรีฯ ต้องหาเอง ทั้งนี้หากมีงบประมาณในส่วนนี้ จริงๆ น่าจะเป็นเรื่องดีที่ทางสภาสตรีฯ ได้มีโอกาสบริหารจัดการเอง ดังนั้นปีนี้เราคงต้องพยายาม(อีกครั้ง) ทำให้คณะกรรมการอำนวยการมีความหมาย มีสิทธิ มีหน้าที่ครบถ้วน ถึงอย่างไรก็จะยังทำต่อไปในปีนี้" ดร.วีณา กล่าว
เดินหน้าปลูกฝัง เด็ก เยาวชน และเยาวสตรี คือภารกิจที่ สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มุ่งสานต่อ
คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล กล่าวว่า สำหรับโครงการในปี 2557 นี้ สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ มีแผนงานดำเนินกิจกรรมแบ่งเป็น 4 ส่วนงาน ได้แก่ โครงการที่ 1 การรณรงค์ในระดับประเทศ/อาเซียน ได้แก่ การจัดประชุมเด็กอาเซียนครั้งที่ 3 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุมดังกล่าวภายใต้หัวข้อที่ว่า “อาเซียนที่เป็นมิตรกับเด็กและเยาวชน” โดยการดำเนินโครงการประกวดสื่อสิทธิเด็กอาเซียน โครงการที่ 2 ชั่วโมงนี้...เพื่อเด็กและเยาวชน ซึ่งในปีนี้จะจัดประชุมเตรียมการจัดงานมหกรรมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา และวาระที่สภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระราชูปถัมถ์ฯ ครบ 30 ปี และวาระที่โครงการชั่วโมงนี้...เพื่อเด็กและเยาวชน ครบ 10 ปี โครงการที่ 3 สถาบันการเงินส่งเสริมศักยภาพเด็กและเยาวชน โดยร่วมกับหน่วยงานภาคเศรษฐกิจและสถาบันการเงินต่างๆ จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับวินัยทางการเงินแก่แกนนำเยาวชนจำนวน 250 คน ในโครงการ “เยาวชนไทย รู้เก็บ รู้ใช้ สบายใจในอนาคต” เพื่อกระตุ้นให้สังคมเห็นความสำคัญของการออมเงินในเดือนพฤษภาคม 2557 และ โครงการที่ 4 การส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนด้วยโครงการนำร่องไม่ต่ำกว่า 5 โครงการ ในประเด็นสำคัญ 5 ประเด็นที่มีผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนทั้งที่เป็นประเด็นเดิม แต่อยู่ในภาวะวิกฤติ และประเด็นใหม่ที่จะมีผลต่อทิศทางการพัฒนาเด็กและเยาวชนในอนาคต
ส่วนทางด้านองค์กรอิสระ อย่าง "สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ" เผยยุทธศาสตร์การดำเนินงานในปี 2557 นี้ ว่า จะเน้นหนักในเรื่องการเยียวยาผู้หญิงที่ถูกกระทำได้รับความบอบช้ำทางจิตใจ อีกทั้งยังเจาะเข้าไปถึงกลุ่มเยาวชนในเรื่องการลดการละเมิดทางเพศ
วิสา เบ็ญจมะโน ประธานอนุกรรมการปฏิบัติการยุทธศาสตร์ ด้านสิทธิเด็ก สตรี และความเสมอภาคของบุคคล เปิดเผยว่า ปีนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะเน้นหนักในเรื่องการเยียวยาผู้หญิงที่ถูกกระทำได้รับความบอบช้ำทางจิตใจ อีกทั้งยังเจาะเข้าไปถึงกลุ่มเยาวชนในเรื่องการลดการละเมิดทางเพศ พร้อมปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม ขจัดการเลือกปฏิบัติให้ผู้ชายและเด็กเห็นความเท่าเทียมกันทางเพศ ให้เด็กวัยรุ่นเกิดเกิดเป็นความรู้ความเข้าใจ ลบภาพผู้ชายเป็นใหญ่จะทำร้ายเด็กหรือผู้หญิงอย่างไรก็ได้ อนาคตต้องเปิดเวทีเสวนากว้างๆ ตามติดคำแนะนำเกี่ยวกับอนุสัญญาคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรีที่กรรมการด้านอนุสัญญาของไทยได้นำเสนอต่อสหประชาชาติ พร้อมหาดูว่า ประเทศไทยยังมีอุปสรรคอะไรที่ยังทำตามอนุสัญญาไม่ได้บ้าง รวมถึงเรื่องของเด็กกับการแสดงออกทางการเมือง ปัจจุบันมีเด็กและสตรีถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ในรูปแบบการชุมนุมต่างๆ ตรวจเยี่ยมกลุ่มเปราะบางในภาวะเสี่ยง เช่น ในสถานพินิจฯ ทัณฑสถาน ในศูนย์อบรมต่างๆ สุดท้ายหาทางช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกทำร้ายซ้ำซาก
ขณะที่ "มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล" ตั้งธงว่า ปีนี้จะเน้นให้ความรู้แก่ผู้หญิงคนทำงาน เรื่อง "การลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์"
สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าฝ่ายส่งเสริม ความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล เปิดเผยว่า ปีหน้าทิศทางของมูลนิธิ โดยหลักๆ จะมีแผนงานลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากผลการวิจัยพบว่าเครื่องแอลกอฮอล์คือปัจจัยกระตุ้นที่ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ถึง 1 ใน 3 จากผลการสำรวจตัวอย่าง 1,000 คน พบว่าหลังจากดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปก่อให้เกิดพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง ความรุนแรงทางเพศ ความรุนแรงในครอบครัว ส่วนการทำงานนั้น เน้นกับเครือข่ายในชุมชนของจังหวัดต่างๆ เช่น ชุมพร เชียงใหม่ อำนาจเจริญ นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม สมุทรสาคร กรุงเทพฯ มุ่งรณรงค์ส่งเสริมคุณภาพชีวิตแแรงงาน นอกจากนี้สร้างมุ่งความเข้าใจมิติหญิงชาย สร้างความเข้าใจถึงความละเอียดอ่อนแห่งเพศในการทำงาน แต่ต้องมีการศึกษาถึงเนื้องาน แนวคิดทิศทฤษฎี ที่มาของปัญหา เข้าใจปัญหา แกนหลักที่มาทำงานก็พวกอาสาสมัครต่างๆ เราต้องเข้าไปทำความเข้าใจที่ถูกต้อง การดำรงสถานสถาบันที่ถูกต้องของครอบครัว ชวนเปลี่ยนวิธีคิด เพื่อไปสร้างความเข้าใจ ความตระหนัก



