ข่าว

'พท.'เสนอขยายเวลา-ย้ายสถานที่รับสมัคร

'พท.'เสนอขยายเวลา-ย้ายสถานที่รับสมัคร

01 ม.ค. 2557

"พท." ยื่น 4 ข้อเรียกร้อง ถึง "กกต." เสนอขยายเวลารับสมัครหรือย้ายสถานที่รับสมัคร ส.ส. 8 จังหวัดภาคใต้ วอน"สุเทพ"อย่าปิดกั้นคนไทย 65 ล้านคน




          วันที่ 1 ม.ค.57  สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคการเมืองขนาดเล็กประกอบด้วยพรรคทวงคืนผืนป่าประเทศไทย พรรคชาติสามัคคี และพรรคกสิกรไทย เข้ายื่นหนังสือต่อ กกต.เพื่อเสนอ 4 ข้อเรียกร้องหลัง 8 จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ ผู้สมัครไม่สามารถเข้าไปใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งได้ โดย  1. เสนอให้ผู้สมัครสามารถเข้าแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจในเขตจังหวัดที่มีการเลือกตั้งถึงสาเหตุที่ไม่สามารถสมัครรับเลือกตั้งภายในวันที่ 1 ม.ค. ให้ถือว่าผู้สมัครรายนั้นได้รับสิทธิ์ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมาย  2. เสนอให้กกต.แก้ไขเปลี่ยนแปลงละเว้นกฎระเบียบข้อบังคับซึ่งทำให้เป็นการตัดสิทธิ์การสมัครของผู้สมัคร  3. หากผู้สมัครไม่สามารถสมัครได้ทันภายในวันที่ 1 ม.ค.ขอให้ กกต.ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญม.235,236 ขยายระยะเวลาการรับสมัครออกไปก่อน  และ4.ขอให้ กกต.ดำเนินคดีกับผู้ขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต.ประจำจังหวัด ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องปรามไม่ให้มีการขัดขวางการเลือกตั้ง

          นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ใน 8 จังหวัดพื้นที่ภาคใต้ถือเป็นฐานเสียงของพรรคฝ่ายค้าน แต่กลับมีการขัดขวางการรับสมัครทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ตนอยากให้ กกต.ช่วยดำเนินการตามข้อเสนอทั้ง 4 ข้อ รวมทั้งอยากฝากไปยังนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ซึ่งรับผิดชอบจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้โดยตรง อย่าออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะคลุมเครือ ไม่ชัดเจน หรืออย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสิน กกต.มีหน้าที่จัดการการเลือกตั้งก็ขอให้ทำหน้าที่ไปตามกฎหมาย และขอให้นายสมชัยลงพื้นที่ภาคใต้เพื่อให้เห็นสภาพปัญหาจริงซึ่งควรจะย้ายสถานที่รับสมัครไปในค่ายตำรวจหรือทหาร เพื่อให้เกิดความปลอดภัย หลายจังหวัดน่าเชื่อว่า กกต.จังหวัดรู้เห็นเป็นใจกับกลุ่ม กปปส.มีการลาออกหรือละทิ้งหน้าที่ จึงขอให้ กกต.กลางดำเนินคดีและยึดในหลักนิติรัฐ

          "วันนี้ผมต้องเอาตะเกียงมาเพราะอยากเห็นแสงสว่างเกิดขึ้นกับบ้านเมือง เป็นสัญญาลักษณ์ในการหาทางออกร่วมกันเพื่อที่จะนำประเทศกลับมาสู่ความสงบสุข เชื่อว่าการเลือกตั้งเป็นหนทางตามระบอบประชาธิปไตยที่สามารถลดความขัดแย้งได้ ดังนั้นไม่อยากให้ทุกฝ่ายขัดขวางการเลือกตั้ง พร้อมกันนี้อยากฝากไปยังนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ว่าอย่าปิดกั้นคนไทย 65 ล้านคนที่จะใช้สิทธิผ่านผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 48 ล้านเสียง" นายพร้อมพงศ์กล่าวพร้อมโชว์ตะเกียงที่นำมาด้วย


          นายพนัส ทัศนียานนท์ ผู้สมัครส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ระบุว่าไม่สามารถขยายวันรับสมัครการเลือกตั้งได้เพราะกฎหมายไม่เปิดช่อง และมีการกำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งในต่างประเทศไว้แล้ว หากมีการเลื่อนวันรับสมัครอาจจะได้รับผลกระทบว่า นายสมชัยไม่ใช่นักกฎหมาย อาจศึกษาข้อกฎหมายไม่ถ่องแท้ ทั้งนี้ มาตรา 7 (1) ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.กำหนดชัดเจนว่า ให้กำหนดวันรับสมัครไม่น้อยกว่า 5 วัน แสดงว่า กกต.สามารถกำหนดวันรับสมัครมากกว่า 5 วันได้ แต่อย่าให้เกินวันเลือกตั้ง ดังนั้นเมื่อมีผู้มาขัดขวางไม่ให้รับสมัครก็เป็นความจำเป็นที่ต้องพิจารณาขยายวันรับสมัคร เพราะถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญของผู้สมัคร นอกจากนี้ มาตรา 36 ยังกำหนดให้ผู้มีอำนาจในการกำหนดสถานที่รับสมัครคือผอ.ประจำเขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นข้าราชการประจำ ไม่เกี่ยวกับ กกต.จังหวัดที่ลาออก ดังนั้นเลขาธิการกกต.มีอำนาจสั่งให้ผอ.เขตเลือกตั้งให้กำหนดสถานที่รับสมัครใหม่ได้

    นายพนัส กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่สถานที่รับสมัครเลือกตั้งอาจจะเป็นการเปิดช่องให้ผู้ไม่เห็นด้วยมาปิดล้อมสถานที่รับสมัครนั้น หากกกต.ยังดันทุรังให้ม็อบมาปิดล้อมก็อาจเข้าข่ายจงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่ มีเจตนาขัดขวางการเลือกตั้งได้ ซึ่งเป็นข้อห้ามตามมาตรา 20 ของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. อีกทั้งมาตรา137 ยังระบุด้วยว่า หาก กกต.กลางและ กกต.ท้องถิ่นจงใจฝ่าฝืนมาตรา 20 อาจจะมีโทษจำคุก 1-10 ปี และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปีอีกด้วย

            ขณะที่นายสุนัย จุลพงศธร ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ประกาศปิด กทม.นั้น ไม่ใช่การขัดขวางการเลือกตั้งธรรมดา แต่เป็นการขัดขวางวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ซึ่งขณะนี้สร้างความตื่นกลัวแก่ประชาชนจนมีการกักตุนอาหารกันแล้ว ขอเตือนพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส.ว่า การกระทำของพรรคประชาธิปัตย์และ กปปส.เป็นเนื้อเดียวกัน ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้เปลี่ยนใจเพราะไม่เป็นผลดีต่อประชาชน ทั้งนี้ ขอให้กำลังใจ กกต.ทั้ง 5 คนที่เพิ่งเข้ามาทำงาน ขอให้อดทน นำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ น้อมนำไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยจะสรุปสถานการณ์และให้ข้อคิดแก่กกต.เป็นระยะๆ นอกจากนี้ เชื่อว่าคนภาคใต้ไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมดกับการขัดขวางการเลือกตั้ง และขอตำหนิ กกต.บางจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ที่แสดงตัวชัดเจนว่าเป็นคนของพรรคประชาธิปัตย์ จึงออกมารับลูกกัน ซึ่งถือเป็นการเปิดโปงตัวเอง

    ขณะที่ ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์สื่อสารการเมือง พรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมผบ.เหล่าทัพเข้าอวยพรพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เนื่องในเทศกาลปีใหม่ว่า เป็นเรื่องปกติของประเพณีไทยที่ต้องไปเคารพผู้ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคลและขอคำชี้แนะจากผู้ใหญ่ของบ้านเมือง ทั้งนี้ ไม่อยากให้มองว่ามีนัยยะทางการเมือง อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยหวังจะเห็นการต่อสู้ทางการเมืองในปี 57 อย่างสร้างสรรค์ อยากเห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้น โดยเฉพาะอยากจะเห็นการปฏิรูปของพรรคประชาธิปัตย์และกปปส.เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย และขอให้ กกต.จัดการเลือกตั้งให้สำเร็จเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้ช่วยใครล้มการเลือกตั้งตามที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เพราะการที่กกต.จะเป็นที่ยอมรับหรือไม่นั้นต้องไม่ทำให้เกิดวิกฤตศรัทธาแก่องค์กรของตัวเอง





สุราษฎร์ฯยังวุ่น รับสมัคร ส.ส.แบ่งเขต วันสุดท้ายไม่ได้

         
บรรยากาศการสมัครเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต จ.สุราษฎร์ธานี วันสุดท้าย ยังไม่สามารถสมัครได้ โดยเมื่อเวลา 08.15 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ กกต.จำนวนหนึ่ง ได้เดินทางเข้าเจรจากับกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุม ที่ปิดล้อมสถานที่รับสมัครที่โรงยิมเนเซี่ยมสนามกีฬากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อขอเปิดทำการรับสมัคร ส.ส.อีกครั้ง แต่แกนนำปฏิเสธเหมือนเดิม โดยอ้างว่า ไม่ได้ขัดขวางการทำหน้าที่ของ กกต. แต่ตอนนี้ขอให้มีการปฎิรูปประเทศไทยก่อน ค่อยยอมให้มีการเลือกตั้งภายหลัง ทำให้คณะ กกต.จึงได้เดินทางกลับ
    
          ขณะที่บริเวณหน้าประตูโรงยิมเนเซี่ยม สถานที่รับสมัคร ก็ยังมีการชุมนุมปราศรัย กลุ่มผู้ชุมนุมนั่งปิดประตู ซึ่งมีโซ่คล้องล๊อกกุญแจอยู่เช่นเดิม เพื่อป้องกันการเข้าทำหน้าที่ของ กกต.และกันผู้สมัครเข้าไป





กกต.กระบี่เจรจาม็อบขอคืนพท.รับสมัคร

          เมื่อเวลา 09.00 น. เจ้าหน้าที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ จังหวัดกระบี่ นำโดยนาย สมปอง ตั้งฤกษ์ ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนจำนวนกว่า 100 นาย ได้ขึ้นรถตู้ ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ เพื่อนำผู้สมัคร ส.ส. เข้าทำการสมัคร เลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตทั้ง 3 เขต ที่สำนักงานคณะกรรมการจังหวัดกระบี่ เนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร
    
          แต่เมื่อไปถึงบริเวณสี่แยกทางเข้าสำนักงาน กกต.จังหวัดกระบี่ ปรากฎว่ามีกลุ่มมวลชน กปปส.จำนวนกว่า 500 คน ออกมารวมตัวปิดกั้นถนนทั้ง 2 ช่องจราจร พร้อมเป่านกหวีดไล่ ไม่ให้เข้ามาในบริเวณดังกล่าว แกนนำต้องขอร้องให้มวลชน ถออยออกไป เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ จากนั้นนายสมปอง ตั้งฤกษ์ ผอ.กกต.จังหวัดกระบี่ได้เข้าเจรจากับ นายป้อมเพชร สุคนธกนิษฐ ประธาน กปปส. จังหวัดกระบี่ เพื่อขออนุญาต นำเจ้าหน้าที่เข้าไปสถานที่รับสมัคร เพื่อจะได้ทำหน้าที่ รับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ในวันสุดท้าย เนื่องจากได้มีการประกาศในพระราชกฤษฎีกาแล้ว หากไม่ทำการรับสมัครก็จะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่
    
          ซึ่งนายป้อมเพชร กล่าวว่า กลุ่ม กปปส.จังหวัดกระบี่ ไม่ได้ขัดขวางการเลือกตั้ง แต่เนื่องจากบ้านเมืองยังไม่อยู่ในสภาวะปกติ จะต้องทำการปฏิรูปบ้านเมืองให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยทำการเลือกตั้ง และตนเองก็ไม่ใช่เป็นคนตัดสินใจได้ ต้องถามความเห็นพี่น้องประชาชนก่อน ว่าจะยอมให้ กกต. เข้าได้หรือไม่
    
          จากนั้นนายป้อมเพชรได้ถามกับมวลชนที่มาชุมนุมว่าให้เข้าได้หรือไม่ กลุ่มมมวลชนก็บอกว่าให้เข้าไม่ได้ พร้อมเป่านกหวีดดังลั่น พร้อมกรูเข้าไปปิดล้อม การ์ดกปปส.ต้องจับมือตั้งกำแพงป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะ จนเจ้าหน้าที่ กกต.ต้องขึ้นรถตู้กลับไปประชุมที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ เพื่อหาทางนำผู้สมัครเข้าสมัครเลือกตั้งต่อไป