ข่าว

รัฐเร่งอัดเงินสร้างงานทั่วประเทศนายกฯตั้งเป้าหว่าน2หมื่นล้าน-ดึงจีนร่วมทุนระบบราง

รัฐเร่งอัดเงินสร้างงานทั่วประเทศนายกฯตั้งเป้าหว่าน2หมื่นล้าน-ดึงจีนร่วมทุนระบบราง

19 มิ.ย. 2552

นายกฯ เร่งกระจายเม็ดเงินลงโครงการเล็กทั่วประเทศให้ได้ 2 หมื่นล้าน ภายในปีงบประมาณ 52 หวังช่วยสร้างงาน ดันจีดีพีไตรมาสสุดท้ายเป็นบวก เผยเตรียมดึงจีนร่วมลงทุนระบบรางของไทย ม.หอการค้าเล็งปรับเป้าเศรษฐกิจปีนี้ใหม่ คาดติดลบน้อยลงเหลือแค่ 2.5-3.5% หลังรัฐอัดเง

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนสิ้นปีงบประมาณ 2552 ในสิ้นเดือนกันยายนนี้ รัฐบาลจะพยายามกระจายเม็ดเงินลงไปในโครงการลงทุนขนาดเล็กทั่วประเทศให้ได้ 2 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายเงินเพื่อลงทุนได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งสาเหตุที่เลือกลงทุนในโครงการขนาดเล็กก่อน เพราะรัฐบาลต้องการกระจายเม็ดเงินไปในพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้เกิดการสร้างงาน และที่สำคัญโครงการขนาดใหญ่จะกระตุ้นในประเทศได้น้อย เพราะมีสัดส่วนการนำเข้าที่สูง และมีการใช้สินค้าทุนมาก

 "คิดว่า การลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็งจะสามารถผลักดันให้จีดีพีในไตรมาสสุดท้ายกลับมาเป็นบวกได้ และคาดว่าจะผลักดันให้จีดีพีในปี 2553 ขยายตัวประมาณ 2-3% จากนั้นเมื่อเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะปกติจีดีพีก็จะขยายตัวในระดับ 5% ซึ่งคิดว่าในปี 2553 หรือปี 2554 เศรษฐกิจน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 นายอภิสิทธิ์กล่าวในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง "การแก้วิกฤติเศรษฐกิจและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว" จัดโดยสถาบันวิทยาตลาดทุน ว่าสัปดาห์หน้าจะเดินทางไปจีน ซึ่งส่วนหนึ่งจะดึงจีนมาร่วมลงทุนในระบบราง และอาจจะจำเป็นต้องแก้กฎระเบียบการร่วมลงทุนภาครัฐเอกชนบางอย่าง

 ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์พยากรณ์ฯจะประเมินตัวเลขอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยใหม่ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งมีแนวโน้มติดลบน้อยลงจากเดิมที่คาดการณ์ว่าปีนี้เศรษฐกิจจะติดลบ 3.5-4.1% เหลือราว 2.5-3.5% เป็นผลจากการอัดฉีดเงินลงทุนของรัฐบาลในช่วงปลายปี 5-8 หมื่นล้านบาท ทำให้เศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้เติบโตเป็นบวกได้

 อย่างไรก็ตาม มีประเด็นที่ต้องติดตามคือ สถานการณ์การท่องเที่ยว ซึ่งหากการเมืองไม่มีปัญหารุนแรงขึ้นอีกจะส่งผลให้การท่องเที่ยวดีขึ้นหรือไม่ รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 และประเด็นราคาสินค้าเกษตรทั่วประเทศ ว่าจะเป็นอย่างไร

 "ราคาพลังงานเริ่มมีทิศทางสูง เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการมีความกังวลใจ เพราะหากน้ำมันดีเซลสูงเกิน 28 บาทต่อลิตร จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนด้านการขนส่งและการเพาะปลูกทางการเกษตร ดังนั้น ภาครัฐจึงควรช่วยพยุงสถานการณ์ให้ผ่านไปถึงไตรมาส 3 เพื่อรอให้เศรษฐกิจพื้นตัว" ดร.ธนวรรธน์กล่าว และว่า อัตราการว่างงานขณะนี้มีแนวโน้มไม่สูงนัก โดยล่าสุดที่รัฐบาลประกาศมีเพียง 8 แสนคน จึงมีความเป็นไปได้ว่าการอัตราการว่างงานเริ่มชะลอตัว และยังมีสัญญาณเริ่มประกาศรับสมัครงานเพิ่มในหลายอุตสาหกรรม