ข่าว

โอบามาจะพาสหรัฐอเมริกาฟื้นตัวในปี 2557

โอบามาจะพาสหรัฐอเมริกาฟื้นตัวในปี 2557

01 ม.ค. 2557

โอบามาจะพาสหรัฐอเมริกาฟื้นตัวในปี 2557

                       ตลอดช่วงการดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ต้องเผชิญกับปัญหาสำคัญประการหนึ่งมาอย่างต่อเนื่อง นั่นคือ เศรษฐกิจ ตั้งแต่เกิดภาวะวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์เมื่อปี 2551 เป็นต้นมา ประธานาธิบดีโอบามาก็ต้องเร่งแก้ไขเรื่องปากท้องของประชาชนชาวอเมริกัน ที่นอกจากจะเป็นการช่วยพลเมืองของประเทศเองแล้ว ยังได้ช่วยให้เศรษฐกิจโลกขยายตัวขึ้นไปอีกด้วย เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีการบริโภคสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดของโลก การตกต่ำ หรือ เฟื่องฟูของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา จึงส่งผลกระทบมายังปากท้องของประชากรโลกทั้งหมดด้วยเช่นกัน 
 
                       ในปี 2556 ประธานาธิบดีโอบามาที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของสหรัฐเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน ฝ่าฟันปัญหาทางการเมืองในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการขยายเพดานหนี้รัฐบาลมาอย่างเฉียดฉิว เนื่องจากเกิดการเล่นเกม "ยื้อ" ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรที่มีพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก กับวุฒิสภาที่มีพรรคเดโมแครตต้นสังกัดประธานาธิบดีโอบามาครองเสียงข้างมาก จนเกิดเหตุการณ์ หยุดงานของเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางนานกว่า 2 สัปดาห์ แต่นักวิเคราะห์กลับมองว่า ในปี 2557 ประธานาธิบดีโอบามาจะมีโอกาสที่ดีกว่าในการบริหารประเทศให้นำไปสู่การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แม้จะต้องเผชิญกับเกมการเมืองระหว่างสองพรรคยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอีกหลายต่อหลายครั้ง
 
                       จูเลียน เซลิเซอร์ ประธานฝ่ายประวัติศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า ปี 2556 เป็นปีที่เลวร้ายสำหรับประธานาธิบดีโอบามา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้าที่ประธานาธิบดีโอบามาจะดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของสหรัฐอเมริกาจะเลวร้ายตามไปด้วย มิหนำซ้ำยังมีดัชนีบ่งชี้ที่แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์ต่างๆ ของประเทศและประธานาธิบดีโอบามาจะดีขึ้นกว่าปัจจุบันนี้ด้วย
 
                       นอกจากนั้นประธานาธิบดีโอบามายังเอาจริงเอาจังกับการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจของประเทศ จนสามารถผลักดันให้มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2556 มีการขยายตัวถึง 4.1% ซึ่งถือเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 2 ปี ขณะที่อัตราการว่างงานภายในประเทศที่ถือเป็นดัชนีชี้วัดความมั่นคงและการขยายตัวของธุรกิจในประเทศลดลงเหลือ 7% ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอัตราต่ำสุดในรอบ 5 ปี ดัชนีอีกประการที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวขึ้นมาคือ ดัชนีหุ้น สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ 500 ที่มีการขยายตัวมากกว่า 27% ในปี 2556 ถือเป็นการขยายตัวที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา
 
                       การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาได้รับการตอบรับจากองค์กรสำคัญด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ที่ปรับภาพเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในรายงานของไอเอ็มเอฟในทางที่ดีขึ้น นอกจากนั้น นางคริสตีน ลาการ์ด ประธานไอเอ็มเอฟ ยังกล่าวด้วยว่า ในปี 2557 ไอเอ็มเอฟมองเห็นความเสถียรของเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น เพียงแต่ไม่ระบุตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาออกมาให้ชัดเจนเท่านั้น
 
                       แต่สิ่งที่สำคัญประธานาธิบดีโอบามาต้องเร่งแก้ไข คือ ความเชื่อมั่นในตัวผู้นำประเทศ เพื่อผลักดันให้ชาวอเมริกันเชื่อมั่นในแผนการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศตามที่รัฐบาลกำหนดขึ้น ปัญหาที่ก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในตัวผู้นำสหรัฐคือ การออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาล ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการควบคุมการใช้อาวุธปืนในการสังหารผู้บริสุทธิ์ตามสถานที่ต่างๆ ที่แม้ประธานาธิบดีโอบามาจะออกมาแสดงความมุ่งมั่นในการควบคุมการใช้อาวุธปืน แต่เหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียน หรือสถานที่ชุมนุมชนต่างๆ ก็ยังเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังมีปัญหาเรื่องเกมระหว่างพรรคยักษ์ใหญ่ของประเทศที่กุมอำนาจในสภาล่างและสภาสูง 
 
                       ขณะเดียวกันประเด็นร้อนที่เกิดขึ้นจนทำให้สหรัฐอเมริกาเสียหน้าและถูกประณามจากนานาประเทศ และกลายเป็นแผลร้ายแรงที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเลวร้ายลง นั่นคือการเปิดโปงปฏิบัติการของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) โดยนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างเอ็นเอสเอ ที่ยอมลงทุนเสี่ยงชีวิตแฉความไม่ถูกต้องของปฏิบัติการดักฟังข้อมูลการสื่อสารของชาวอเมริกัน ลามไปถึงการดักฟังการสนทนาทางโทรศัพท์ของผู้นำประเทศพันธมิตรสำคัญของสหรัฐ อย่างเช่นเยอรมนี และอีกหลายประเทศด้วย
 
                       ปัจจัยเหล่านี้เป็นหนามทิ่มแทงประธานาธิบดีโอบามา ที่จะนำพาประเทศให้ฟื้นตัวจากภาวะเศรษฐกิจซบเซา ที่ผู้นำสหรัฐอเมริกาคนที่ 44 ต้องก้าวข้ามผ่านไปให้ได้ 
 
                       แต่เมื่อมองจากสถานการณ์ต่างๆ ในภาพรวมแล้ว จะเห็นได้ว่า ประธานาธิบดีโอบามา "เอาอยู่" และทำให้เชื่อได้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาสามารถ "ฟื้นตัว" ขึ้นมาได้อย่างแน่นอน