ข่าว

รีดภาษีปีม้าท้าทาย3กรม

รีดภาษีปีม้าท้าทาย3กรม

30 ธ.ค. 2556

รีดภาษีปีม้าท้าทาย 3 กรม หวั่นพลาดเป้าคลังจ่อดันแผนสำรอง : โดย...ณัฎฐ์ชิตา เกิดแดง

                   หลังจากภาวะเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ปี 2556 หรือเข้าสู่ช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2557 เริ่มมีสัญญาณของการชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ทั้งจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวน และจากปัจจัยในประเทศเอง โดยเฉพาะปัญหาทางการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนและการใช้จ่ายในประเทศ 
 
                   ส่งผลให้การจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลเริ่มมีแนวโน้มไปในทิศทางที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงการคลังเองก็เริ่มออกอาการเป็นห่วงว่าเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของงบประมาณ 2557 จำนวน 2.25 ล้านล้านบาท อาจถูกสั่นคลอนหรือไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ เพราะสมมติฐานในการคำนวณรายได้นั้น ดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปจากที่คาดการณ์ไว้เดิมและสิ้นปีงบประมาณ 2556 ที่ผ่านมา กรมสรรพากรและกรมศุลกากรก็เก็บภาษีต่ำกว่าเป้าหมายให้เห็นแล้ว 
 
                   นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ยอมรับว่าเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ในปี 2557 ที่ตั้งเป้าไว้ 2.25 ล้านล้านบาท อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หากสถานการณ์ทางการเมืองยังยืดเยื้อ ส่งผลกระทบถึงความเชื่อมั่นในการบริโภคและการลงทุน โดยช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 หรือเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2556 ทั้ง 3 กรมภาษีสามารถจัดเก็บรายได้รวมทั้งสิ้น 343,895 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 10,485 ล้านบาท หรือ 3.1% แม้ว่ายังสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ แต่ถือว่าลดลงจากปีก่อน 9,100 ล้านบาท หรือ 2.8% สะท้อนภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวอย่างชัดเจน 
 
 
 
กรมสรรพากรฮึดสู้ภาษีขาลง 
 
 
                   สำหรับกรมภาษีที่จัดเป็นรายได้หลักหรือมีสัดส่วนกว่า 70% ของรายได้รวม หรืออยู่ที่ 1.89 ล้านล้านบาทนั้น เริ่มมีสัญญาณว่ารายได้จะชะลอตัวลง เพราะภาษีหลักอย่างภาษีมูลค่าเพิ่มที่เคยได้รับผลกระทบจากการนำเข้าที่ชะลอตัวลงนั้น ถูกกระทบซ้ำจากการบริโภคในประเทศที่ชะลอตัวลง อีกทั้งการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคลก็จะเข้าสู่อัตราที่ปรับลดเหลือ 20% โดยสมบูรณ์ในปี 2556 ซึ่งจะมีผลต่อการยื่นภาษีในปีงบประมาณ 2557 
 
                   นอกจากนี้ ยังมีการรายการปรับลดอัตราภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดา ซึ่งจะมีผลสำหรับเงินได้สุทธิที่ได้รับในปี 2556 ซึ่งต้องยื่นเสียภาษีในช่วงเดือนมกราคม- มีนาคม  2557 โดยล่าสุดได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลใช้บังคับแล้วทั้งการเพิ่มขั้นความถี่ของอัตราภาษีจาก 5 ขั้นเป็น 7 ขั้นและการปรับลดอัตราภาษีขั้นสูงสุดจาก 37% เหลือ 35% ซึ่งจะช่วยลดภาระของผู้เสียภาษีลงประมาณ 6-50% แล้วแต่อัตราที่เสียของแต่ละบุคคล แต่ในทางกลับกันก็ทำให้กรมสรรพากรสูญเสียรายได้ไปกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท 
 
                   ขณะที่นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวแสดงความมั่นใจว่า กรมสรรพากรน่าจะยังจัดเก็บรายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 1.89 ล้านานบาท แม้ว่าแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของเดือนพฤศจิกายน 2556 จะต่ำกว่าเป้าหมาย 4,687 ล้านบาท หรือ 3.82% โดยจัดเก็บได้ 1.18 แสนล้านบาท เนื่องจากภาษีหลายตัวต่ำกว่าประมาณการ เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีรายได้นิติบุคคล โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บได้ 5.7 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ 2,193 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.7% เนื่องจากเป็นช่วงชุมนุมทางการเมือง ทำให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอยไม่มาก ขณะที่ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จัดเก็บได้ 3.38 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมาย 4,891 ล้านบาท หรือ 12.62% ส่วนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจัดเก็บได้ 2 หมื่นล้านบาทสูงกว่าเป้า 1,695 ล้านบาท หรือคิดเป็น 9.02% 
 
                   อย่างไรก็ตาม เมื่อรวม 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 กรมสรรพากรจัดเก็บรายได้รวมทั้งสิ้น 2.3 แสนล้านบาทยังสูงกว่าเป้าหมาย 2,563 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.12% เนื่องจากมีการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษธุรกิจเฉพาะสูงกว่าเป้าหมายทำให้ภาพรวมของการจัดเก็บภาษียังเป็นบวก 
 
                   นายสุทธชัยกล่าวอีกว่า กรมสรรพากรไม่ได้นิ่งนอนใจระหว่างนี้ก็พิจารณาหาแนวทางขยายฐานภาษีให้มากขึ้น รวมถึงการปิดช่องโหว่การหลบเลี่ยงภาษีและการปราบปรามการทุจริตขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่พบว่ากลับมาระบาดก่อนหน้านี้จนนำไปสู่การดเนินคดีกับเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องหลายราย 
 
                   สำหรับการขยายฐานภาษีจะเน้นให้ครอบคลุมผู้มีรายในกลุ่มอาชีพอื่นๆ นอกเหนือจากที่มีผู้ยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ในปัจจุบัน 10 ล้านราย โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้อิสระ และที่ยังไม่เข้ามาอยู่ในระบบทั้งที่ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์หรือตั้งใจจะหลบเลี่ยงภาษีภาษี เพื่อเตรียมเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาเห็นชอบต่อไป เช่น กลุ่มแม่ค้า-พ่อค้า ร้านอาหาร ตามตลาดนัด ตลาดสด รวมถึงกลุ่มแพทย์ ที่อาจมีการกรอบรายได้ในการยื่นเสียภาษีไม่ครบถ้วน 
 
                   นอกจากนั้น ยังพุ่งเป้าไปกลุ่มอาจารย์ที่สอนในโรงเรียนกวดวิชา ที่นับว่าเป็นกลุ่มมีรายได้สูงและมีความพยายามจะเข้าไปตรวจสอบการเสียภาษีมาอย่างต่อเนื่อง แต่ถูกคัดค้านมาโดยตลอด เพราะปัจจุบันโรงเรียนกวดวิชาได้รับการยกเว้นภาษีรายได้จากการประกอบธุรกิจด้านการศึกษา ตามกฎหมายของกระทรวงศึกษาธิการ จึงต้องดูช่องว่างของกฎหมายและเข้าไปดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป 
 
 
 
สรรพสามิตทำใจดีเซลเลื่อนยาว 
 
 
                   ขณะที่กรมสรรสามิตที่เคยจัดเก็บรายได้มากขึ้นต่อเนื่อง เพราะส่วนใหญ่เป็นภาษีฟุ่มเฟือยที่เก็บจากการบริโภค เช่น ภาษีน้ำมัน สุรา ยาสูบ ละรถยนต์ ซึ่งในปีงบประมาณ 2556 ที่ผ่านมา ปรากฏว่ายังเป็นกรมเดียวที่จัดเก็บภาษีเกินกว่าเป้าหมาย 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีโครงการรถยนต์คันแรกมาเป็นตัวกระตุ้นให้มีการซื้อรถยนต์กันจำนวนมาก แต่มาปี 2557 การส่งมอบรถยนต์แผ่วลงประกอบกับกำลังซื้อลดลงจากปีก่อนทำให้ภาษีรถยนต์ที่เคยเป็นกอบเป็นกำลดลง ขณะที่ภาษีน้ำมันที่เคยมาเป็นอันดับ 1 ก็ตกลงมาเป็นอันดับ 2 แทน หลังจากที่มีการปรับลดภาษีมันดีเซลมานาน 2 ปีกว่าทำให้รายได้หายไปเกือบแสนล้านบาทต่อปี และยังไม่มีทีท่าว่าจะมีการปรับขึ้น 
 
                   นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ยอมรับว่า ในปีงบประมาณ 2557 ตามหลักแล้วกรมสรรพสามิตต้องมีการทยอยปรับขึ้นภาษีน้ำมันดีเซล ในอัตรา 1.40 บาทต่อลิตร จากที่จัดเก็บเดิม 5 บาทต่อลิตร ขณะที่เพดานสูงสุดอยู่ที่ 10 บาทต่อลิตรเพื่อหารายได้เข้ามาบางส่วนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ทดแทนกับภาษีรถยนต์ที่คาดว่าจะลดลงจากปีก่อน แต่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่มีนโยบายปรับขึ้น เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับราคาสินค้าและเพิ่มภาระค่าครองชีพให้ประชาชน 
 
                   ล่าสุดครม.มีมติให้ต่ออายุการลดภาษีน้ำมันดีเซลของเดือนมกราคม 2557 ออกไปอีก 1 เดือน หลังจากที่กระทรวงการคลังมีการหารือไปทางกกต.เรียบร้อยแล้วว่าไม่เข้าข่ายการหาเสียง เพราะถือเป็นนโยบายเดิมที่ดำเนินการได้ต่อเนื่อง ที่สำคัญนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกและรมว.คลัง มีแนวคิดที่จะต่ออายุการลดภาษีดีเซลเหลือลิตรละ 0.005 บาทออกไปอีก 3 เดือนจนถึงเดือนเมษายน 2557 เพื่อให้มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เรียบร้อย ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าภาษีจากน้ำมันดีเซลจะไม่มีเข้ามาเลยเกือบครึ่งทางของงบประมาณปี 2557 
 
                   นายสมชายกล่าวต่อว่า กรมฯคงต้องหวังพึ่งภาษีตัวอื่นมาชดชยรายได้ที่หายไป โดยเฉพาะการรีดภาษีจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่น่าจะมีเข้ามามากขึ้นหลังจากที่มีการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ ซึ่งจะทำให้มีรายได้เข้ามา 1.5 หมื่นล้านบาท แต่ในช่วง 2 เดือนพฤศจิกายน 2556 พบว่าแนวโน้มการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลง จึงต้องรอดูในช่วงเดือนธันวาคม ต่อเนื่องถึงเทศกาลสงกรานต์ว่าการบริโภคกระเตื้องขึ้นหรือไม่ 
 
                   “กรมฯไม่ค่อยห่วงเรื่องการจัดเก็บรายได้มากนัก โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2557 ยังเกินเป้าอยู่ 500-600 ล้านบาท แม้มีแนวโน้มว่ารายได้จะลดลงกรมฯก็จะทำงานอย่างเต็มที่เต็มกำลัง เพราะจากการหารือกับสศค.เองก็รับได้ถึงสาเหตุหรือปัจจัยที่จะมากระทบให้รายได้ลดลงหรือไม่เป็นไปตามเป้าหมาย 4.6 แสนล้านบาทที่วางไว้” นายสมชายกล่าว
 
 
 
ศุลกากรโอดนำเข้าลดฉุดภาษีวูบ 
 
 
                   ขณะที่กรมศุลกากร ซึ่งปัจจุบันมีบทบาทในการจัดเก็บรายได้น้อยที่สุดและบทบาทยิ่งจะลดลงต่อเนื่องจากการเปิดเสรีทางการค้าที่ภาษีนำเข้าจะเหลือ 0% ในที่สุด โดยภาษีส่วนใหญ่ก็มาจากการนำเข้าสินค้า ซึ่งปีงบประมาณ 2556 ที่ผ่านมาก็ได้รับผลกนะทบไปเต็มๆ กับการนำเข้าที่ลดลงและมีแนวโน้มว่าสถานการณ์จะต่อเนื่องมาถึงปี 2557 ด้วย 
 
                   นายราฆพ ศรีศุภอรรถ อธิบดีกรมศุลกากร ระบุว่า การจัดเก็บรายได้ช่วง 2 เดือนแรกปีงบประมาณ 2557 ต่ำกว่าเป้าหมายแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท หรือ 13-14% โดยมีสาเหตุหลักมาจากผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนชะลอตัว ส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงไตรมาสแกของปีงบ 2557 ที่ผ่านมาด้วย 
 
                   ประกอบกับผู้นำเข้าบางรายใช้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี เช่น การเปิดเสรีทางการค้า หรือ เอฟทีเอ และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น หรือ เจเทปป้า ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2556 รวมทั้งกรมศุลกากรคุมเข้มการนำเข้ารถยนต์หรูของผู้นำเข้าอิสระหรือเกรย์มาเก็ต ทำให้การจัดเก็บภาษีส่วนนี้ลดลงตามไปด้วย
 
                   ทั้งนี้ เบื้องต้นประเมินว่าการจัดเก็บรายได้ไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2557 จะลดลงประมาณ 10% และหากสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่ยุติในต้นปี 2557 อาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวต่อเนื่องจนถึงไตรมาส 2 ซึ่งจะกระทบต่อการจัดเก็บรายได้ทั้งปีลดลงอย่างน้อย 10% ก็หวังว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะยุติลงได้ และทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและนักท่องเที่ยวกลับคืนมา ก็จะส่งผลให้การจัดเก็บภาษีอาจทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 1.31 แสนล้านบาท สูงกว่าในปีงบที่ผ่านมาที่ตั้งเป้าหมายการจัดเก็บไว้ที่ 1.15 แสนล้านบาท 
 
 
 
.........................
 
(รีดภาษีปีม้าท้าทาย 3 กรม หวั่นพลาดเป้าคลังจ่อดันแผนสำรอง : โดย...ณัฎฐ์ชิตา เกิดแดง)