
'ปู'อยู่!บ้าน'แม้ว'บอกเดินห้างเจอม็อบนกหวีด
28 ธ.ค. 2556
'นายกฯ'เก็บตัวเงียบพักผ่อนในบ้าน'ทักษิณ'ที่เชียงใหม่ เผยเจอสาวห้อยนกหวีดเดินตามถ่ายรูปขณะเดินห้างวานนี้ 'ชาวเน็ต'แห่แชร์-วิจารย์แซ่ดรูปหญิงสาวหน้าคล้าย'ปู'
28 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันนี้ ซึ่งเป็นวันแรกของวันหยุดราชการช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยตลอดทั้งวัน น.ส.ยิ่งลักษณ์พร้อมด้วยด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร(ไปป์) บุตรชาย ได้พักผ่อนและเก็บตัวที่สนามกอล์ฟกรีนวัลเลย์ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นบ้านพักของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและพี่ชายของน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยไม่ได้เดินทางออกไปไหน
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวในช่วงเย็นวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขอเวลาส่วนตัวไปเดินเลือกซื้อเสื้อกันหนาวที่ห้างดังแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ปรากฏว่า มีสุภาพสตรีคนหนึ่งห้อยนกหวีดและได้ถ่ายภาพขณะที่น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินเลือกซื้อของด้วย
อย่างไรก็ตาม สังคมโลกออนไลน์อย่างเฟซบุ๊ก มีการส่งแชร์รูปภาพหญิงสาวหน้าตาละหม้ายคล้าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ กำลังเดินเลือกซื้อในห้างแห่งหนึ่ง และถูกวิพากษณ์วิจารณ์ต่าง ๆ นานา
มอบ"กิตติรัตน์-ประดิษฐ์"เยี่ยมตร.ที่บาดเจ็บ
เว็บไซต์ www.thaigov.go.th รายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ มอบหมายให้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยนายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เดินทางไปตรวจเยี่ยมอาการผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะของกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ โรงพยาบาลตำรวจ กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. ณ ศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายแพทย์ประดิษฐ พร้อมด้วย พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม แถลงการณ์รัฐบาลดังนี้
นายแพทย์ประดิษฐ สินธวณรงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กราบเรียนพี่น้องที่เคารพทุกท่าน วันนี้ทางผมได้รับความร่วมมือจาก ศอ.รส. ให้นำกระทรวงสาธารณสุขมารายงานประเด็นของการดูแลผู้ที่บาดเจ็บจากการชุมนุม ในบทบาทของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งผมเห็นว่า มีประเด็นสำคัญที่ต้องมารายงานต่อพี่น้องทุกท่านในวันนี้ แต่ก่อนอื่นผมจะขอพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของหลักการและนโยบายในการดูแลผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมของกระทรวงสาธารณสุขให้พี่น้องทุกท่านรับทราบโดยสังเขป ดังนี้
ในการดูแลนั้นทางกระทรวงสาธารณสุขมีหลักการที่ชัดเจนว่า เราให้การดูแลพี่น้องประชาชนทุกท่านอย่างเท่าเทียมกันไม่เลือกปฏิบัติ และที่สำคัญคือ เราจะเน้นในเรื่องของความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกท่านที่เข้าไปให้การดูแลผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ ในการดูแลก็มีการประสานกับกลุ่มต่าง ๆ ประมาณ 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกกลุ่มแพทย์อาสา ซึ่งเข้าไปตั้งโรงพยาบาลต่าง ๆ ในบริเวณพื้นที่มีการชุมนุม ก็ให้การดูแลผู้ที่ป่วยหรือบาดเจ็บต่างๆ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้สนับสนุนในการส่งยาเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ต่าง ๆ และช่วยลำเลียงผู้ที่ป่วย บาดเจ็บไปส่งที่โรงพยาบาล มูลนิธิต่างๆ ก็เข้ามาช่วยในเรื่องของการลำเลียงผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยไปจุดนัดกับทางกลุ่มของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีการทำงานประสานกันตลอด จากสถานการณ์ปัจจุบันในวันนี้ มีผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บจากการชุมนุมทั้งหมด จำนวน 157 ราย จำนวน 119 ราย เป็นพลเรือน ซึ่งมีการเสียชีวิตทั้งหมด จำนวน 2 ราย ส่วนใหญ่ของการบาดเจ็บจะเป็นการบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น มีการบาดเจ็บทั้งหมด จำนวน 38 ราย เสียชีวิต 2 ราย แต่ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่บาดเจ็บจากถูกอาวุธปืน กระสุนปืนทำร้าย ก็ประมาณเป็นส่วนใหญ่
ส่วนประเด็นสำคัญที่ผมต้องมารายงานและขอวิงวอนพี่น้องประชาชนทุกท่านในวันนี้ คือ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีการปะทะกัน ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจท่านหนึ่งได้รับบาดเจ็บ คือ ดาบตำรวจณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สถานีตำรวจตลาดพลู ถูกกระสุนปืนยิงเข้าบริเวณหน้าอกจนเสียชีวิต ซึ่งประเด็นที่สำคัญคือ ในขณะที่ได้มีการพยายามที่จะช่วยชีวิตดาบตำรวจณรงค์นั้น ก็ได้มีการขัดขวางในการเข้าไปช่วยชีวิต โดยการเข้าไปที่บริเวณนั้น และนอกจากนี้ เมื่อมีการขนศพดาบตำรวจณรงค์ ไปยังเฮลิคอปเตอร์เพื่อที่จะทำการช่วยชีวิตต่อที่โรงพยาบาลตำรวจ ก็ยังมีการระดมยิงกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อการขัดขวางการกระทำการขนส่งดังกล่าว แม้กระทั่งจะมีการร้องขอจากนักข่าว จากเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลดาบตำรวจณรงค์ ก็ยังไม่มีการหยุดการขัดขวางการระดมยิงต่อเนื่อง จนแม้กระทั่งขณะที่เฮลิคอปเตอร์กำลังบินขึ้นไปนั้นก็ถูกยิงที่กระจก ซึ่งเดชะบุญกระสุนไม่ได้ถูกห้องเครื่องที่สำคัญที่อาจจะทำให้เสียชีวิตทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ที่บาดเจ็บ แต่อย่างไรก็ตาม การขัดขวางการช่วยเหลือดังกล่าว ก็ทำให้การดูแลรักษาอาจจะช้าไป จึงทำให้ดาบตำรวจณรงค์ เสียชีวิตด้วยการตกเลือด ซึ่งผมเห็นว่า ถ้าไม่มีการขัดขวางนั้นจะทำให้แพทย์มีโอกาสในการช่วยชีวิตดาบตำรวจณรงค์ ได้ ซึ่งเหตุการณ์ต่าง ๆ ผมคิดว่า ไม่ต้องมาพูดถึงเรื่องหลักกฎหมายสากลอะไรก็ตาม ตามหลักมนุษยธรรมแล้วนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในผืนแผ่นดินไทย ไม่ควรจะมีการใช้ความรุนแรงที่จะมาดูแล แม้กระทั่งจะมาทำร้ายคนที่กำลังเข้าไปช่วยชีวิตผู้ที่บาดเจ็บ ผมถึงต้องมาแถลงการณ์ในวันนี้ว่า ต้องขอความร่วมมือจากทุกๆ ท่านว่า ในการชุมนุมต่าง ๆ นั้น ต้องขอวิงวอนว่า อย่าได้มีการใช้กำลังประทุษร้ายหรือการบาดเจ็บในการช่วยเหลือผู้ป่วยนั้น อย่าได้มีการเข้าไปขัดขวางหรือทำร้ายเจ้าหน้าที่ทุกท่าน อันนี้เป็นหลักมนุษยธรรมและเป็นหลักที่สำคัญของคนไทยทุกคนที่จะพึงมีอยู่ ผมจึงใคร่ขอวิงวอนพี่น้องทุกท่านในวันนี้
พล.ต.สุรชาติ จิตต์แจ้ง หัวหน้าส่วนประชาสัมพันธ์ และสารสนเทศ สำนักรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า เรียนพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพทุกท่าน ผมต้องการเรียนชี้แจงเพื่อสนับสนุนคำกล่าวของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับว่า ในส่วนของทหารนั้น การทำการรบหรือสงคราม เรามีหลักสากลที่ยึดถือปฏิบัติ ซึ่งเป็นไปตามอนุสัญญาเจนีวา 1949 ว่าด้วยการดำเนินรักษาทหารผู้บาดเจ็บและเจ็บป่วยในสนามรบกล่าวคือ ให้ความคุ้มครองทหารที่ต้องออกทำการรบ เนื่องจากความเจ็บป่วยหรือได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกับบุคคลทางการแพทย์ หรือบุคคลทางศาสนา ซึ่งรวมถึงประชาชนในพื้นที่การรบด้วย แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวที่ได้เกิดขึ้นไปแล้ว จะไม่ใช่สถานการณ์การสู้รบที่แท้จริง แต่ตามหลักมนุษยธรรมสามารถนำมาเทียบเคียงกันได้ ดังนั้น การขัดขวางการช่วยชีวิต การขัดขวางการลำเลียงผู้บาดเจ็บขึ้นเฮลิคอปเตอร์ การขัดขวางการขนส่งผู้บาดเจ็บโดยเฮลิคอปเตอร์ จึงเป็นการปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรมโดยสิ้นเชิง



