
ย้อนหลังไปข้างหน้า
29 ธ.ค. 2556
ย้อนหลังไปข้างหน้า : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected]
สัปดาห์สุดท้ายของปี 2556 เดินทางมาถึง หลายคนใช้ช่วงเวลา “รอยต่อ” ของปีทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น ว่ามีอะไรที่ทำ “สำเร็จ” และมีอะไรที่ตั้งใจจะลงมือทำ แต่ยังไม่ได้ทำ หรือทำแล้ว หากแต่ยังไม่สำเร็จ
เงื่อนเวลาก็ดีตรงนี้ ดีตรงขีดเส้นแบ่งให้เรามีโอกาสหันกลับไปทบทวนเรื่องที่ผ่านมา และเป็นเส้นแบ่งให้เราตั้งเป้าหมายไปข้างหน้า
ต้องยอมรับว่า ปี 2556 ไม่ใช่ปีที่ดีนักสำหรับการลงทุน เพราะสำหรับผู้คนที่อยู่ในโลกของการบริหารจัดการเงินลงทุนแล้ว ดูเหมือนโอกาสและสภาพแวดล้อมจะไม่เอื้ออำนวยให้ “ผลตอบแทน” เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ จะด้วยเพราะปัจจัยภายนอก จากเศรษฐกิจต่างประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน บางจังหวะมีสัญญาณฟื้น บางจังหวะมีสัญญาณชะงัก หรือเป็นเพราะเศรษฐกิจภายใน ที่เครื่องยนต์กลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจออกอาการ “หัวเทียนบอด” สตาร์ทไม่ติดเอาเสียดื้อๆ ประกอบกับไตรมาสสุดท้ายของปี ที่สถานการณ์การเมืองกลายเป็นประเด็นร้อนแรง ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยหงอยเหงา
แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดส่งผ่านให้ “สินทรัพย์” ที่เป็นปลายทางของเงินลงทุนทั้งหุ้นและทองคำ ไม่สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้ตามที่ใจปรารถนา เว้นก็แต่บางคนที่สามารถเอาชนะตลาดและสร้างผลตอบแทนเป้าหมายให้กับตัวเองได้
แต่ถึงอย่างนั้น ปี 2557 ที่กำลังจะมาถึง หลายๆ คนก็ยังเชื่อว่า “หุ้น” ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุด และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้มากที่สุด เพียงแต่การลงทุนในหุ้นรายตัวหรือซื้อเป็นตัวๆ อาจจะ “ยากมากขึ้น” ดังนั้น กูรูทั้งหลายจึงแนะนำว่า “กองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้น” น่าจะเป็นทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับปี 2557
ใครที่ยังไม่รู้จัก หรือไม่เคยลงทุน แล้วอยากรู้ว่าลงทุนอย่างไร มีกองทุนแบบไหน บริหารจัดการอย่างไร แนะนำให้ค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีอยู่มากมายมหาศาล ส่วนในวันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน วันนี้ขอโชว์ผลงานของกองทุนรวมที่ลงทุนในหุ้น โดยพิจารณาจากผลตอบแทนสูงสุดในรอบ 5 ปีย้อนหลัง ที่ต้องย้อนหลังยาวขนาดนั้น ก็เพราะการลงทุนในหุ้นผ่านกองทุนรวม ถ้าจะให้ได้ผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำจริงๆ ก็ต้องใช้ระยะเวลายาวพอสมควรจึงจะวัดผลตอบแทนได้
จากข้อมูล ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2556 ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน พบว่า 10 อันดับของกองทุนที่ลงทุนในหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในรอบ 5 ปีย้อนหลัง มาจากฝีมือการบริหารจัดการของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 6 แห่ง ประกอบด้วย บลจ.อเบอร์ดีน ที่มีกองทุนที่สร้างผลตอบแทนสูงสุดติดอันดับถึง 3 กองทุน ตามมาด้วย บลจ.กรุงศรี อีก 2 กองทุน บลจ.เอ็มเอฟซี 2 กองทุน และบลจ.บัวหลวง บลจ.วรรณ และบลจ.แมนูไลฟ์ แห่งละ 1 กองทุน
ลองไล่เรียงผลตอบแทนของแต่ละกองทุน ซึ่งเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง
อันดับที่ 1 กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สมอล แค็พ ของ บลจ.อเบอร์ดีน ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีในรอบ 5 ปีย้อนหลังอยู่ที่ 34.07%
กองทุนนี้เน้นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหุ้นของบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องภายใต้ระดับราคาที่เหมาะสม โดยจะลงทุนในหุ้นโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และเน้นหนักการลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่มีมูลค่าการตลาดไม่เกิน 20,000 ล้านบาทหรือเทียบเท่าไม่เกิน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับ 10 อันดับแรกของหุ้นที่กองทุนเข้าไปลงทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 พ.ย.2556) ประกอบด้วย หุ้นทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป หุ้นบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ หุ้นกรุงเทพประกันภัย หุ้นแอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ หุ้นไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า หุ้นไทยรับประกันภัย หุ้นอิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) หุ้นบริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก หุ้นฮานาไมโครอิเล็คโทรนิคส และหุ้นหุ้นโฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์
ส่วนผลการดำเนินงานตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (จนถึงวันที่ 29 พ.ย.2556) อยู่ที่ 270.70%
อันดับ 2 กองทุนเปิด กรุงศรีหุ้นปันผล ของ บลจ.กรุงศรี ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลังในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 32.19%
กองทุนนี้จะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มจ่ายเงินปันผลดี และหุ้นที่มีราคาหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ต่ำถึงปานกลาง โดย ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 กองทุนมีหุ้นที่ลงทุนในสัดส่วนสูงสุด 5 อันดับแรก ดังนี้ หุ้นชิน คอร์ปอเรชั่นส์ 10.94% หุ้นซีพี ออลล์ 10.65% หุ้นทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป 9.53% หุ้นแอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเม้นท์ 6.27% และหุ้นบางจากปิโตรเลียม 5.63%
อันดับ 3 กองทุนเปิดบัวหลวงธนคม ของบลจ.บัวหลวง ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลังในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 31.09%
กองทุนเน้นการลงทุนระยะปานกลางและระยะยาวในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความชัดเจนของความสามารถในการทำกำไรและสามารถลงทุนได้ในระยะยาว ใน 3 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มธนาคาร กลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์และกลุ่มสื่อสาร โดยจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าหน่วยลงทุนสุทธิ โดยเน้นการแสวงหาผลตอบแทนในระยะยาวอย่างสม่ำเสมอด้วยการลงทุนอย่างรอบคอบ ไม่เสี่ยงมากจนเกินควร
สำหรับผลการดำเนินงานย้อนหลัง นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 68.13%
อันดับที่ 4 กองทุนเปิด กรุงศรีหุ้นแวลู ของบลจ.กรุงศรี ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลังในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 30.88%
กองทุนจะลงทุนในหุ้นไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าหน่วยลงทุนสุทธิ โดยเน้นหุ้นทุนที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หรือมีประวัติการจ่ายปันผลสม่ำเสมอ เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้ลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนระยะปานกลางถึงระยะยาวจากการลงทุนในหุ้น โดย ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 กองทุนลงทุนในหุ้นหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 18.33% หุ้นหมวดธนาคาร 17.98% หุ้นหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 17.73% หุ้นหมวดพลังงานและสาธารณูปโภค 12.90% และหุ้นหมวดพาณิชย์ 10.62%
อันดับที่ 5 กองทุนเปิด วรรณเอเอ็มเซ็ท 50 ของ บลจ.วรรณ ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลังในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 30.66%
กองทุนนี้จะเน้นลงทุนในหุ้นสามัญประมาณ 25-30 บริษัท ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 สำหรับหุ้นที่กองทุนเข้าไปลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ณ วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 ประกอบด้วย หุ้น ปตท.หุ้นแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หุ้นชิน คอร์ปอเรชั่น หุ้นปูนซิเมนต์ไทยและหุ้นท่าอากาศยานไทย
ส่วน 5 อันดับหลัง ประกอบด้วย กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกรท (บลจ.อเบอร์ดีน) ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีย้อนหลัง 5 ปีอยู่ที่ 30.33% กองทุนเปิด อเบอร์ดีนสยามลีดเดอร์ส (บลจ.อเบอร์ดีน) ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ 30.28% กองทุนเปิดร่วมพัฒนาสอง (บลจ.เอ็มเอฟซี) ผลตอบแทน 30.02% กองทุนเปิด แมนูไลฟ์ สเตร็งค์ อิควิตี้ แวลู (บลจ.แมนูไลฟ์) ผลตอบแทน 29.89% และ กองทุนเปิดสินภิญโญห้า (บลจ.เอ็มเอฟซี) ผลตอบแทน 29.71%
แม้ว่าทั้ง 10 กองทุนจะให้ผลตอบแทนในรอบ 5 ปีได้อย่างน่าประทับใจ แต่หากพิจารณาเฉพาะผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีจนถึงวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ต้องบอกว่า ยากเย็นเข็ญใจ เพราะกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดคือ แมนูไลฟ์ อยู่ที่ 7.24% ส่วนต่ำสุด คือ อเบอร์ดีน สยามลีดเดอร์ส ที่ผลตอบแทนติดลบ 2.78%
การลงทุนในหุ้น ต้องดู ต้องวัดฝีมือกันยาวๆ จริงๆ ขณะที่การตัดสินใจเลือกกองทุนก็ต้องดู (ผลตอบแทน) “ย้อนหลัง” เพื่อมอง (เป้าหมาย) ไปข้างหน้า
..............................
(ย้อนหลังไปข้างหน้า : คอลัมน์วันอาทิตย์คิดเรื่องเงิน : โดย...ขวัญชนก วุฒิกุล [email protected])



