'พรรคคนสามัญ'ที่ไม่ธรรมดากับบุรุษนาม'อาร์วินด์ เกชรีวัล'
29 ธ.ค. 2556
'พรรคคนสามัญ' ที่ไม่ธรรมดา กับบุรุษนาม'อาร์วินด์ เกชรีวัล' : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์
นาทีนี้ คงไม่มีนักการเมืองคนใดในแดนภารตที่ถูกจับตาและน่าทำความรู้จัก เท่ากับนายอาร์วินด์ เกชรีวัล มุขมนตรีคนใหม่ของรัฐเดลี อีกแล้ว หลังจากที่นำพรรคการเมืองน้องใหม่ "อาม อัดมี" (เอเอพี) หรือ "พรรคของคนสามัญ" อายุเพียงขวบปีเดียว เปิดตัวแบบหักปากกาเซียนกระจุย ในศึกเลือกตั้งสภารัฐเดลี หนึ่งในห้ารัฐที่จัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา ด้วยนโยบายหลักคือ กวาดล้างการทุจริต ท่ามกลางความเสื่อมศรัทธากับพรรคการเมืองกระแสหลัก
เอเอพี กวาดมาได้ถึง 28 ที่นั่ง จากทั้งหมด 70 ที่นั่ง มากเป็นอันดับสองรองจากพรรคชาตินิยมฮินดู "ภารติยชนตะ" (บีเจพี) พรรคฝ่ายค้านหลักของอินเดีย ที่ได้ 31 ที่นั่ง และเขี่ยพรรคคองเกรส แชมป์สามสมัยลงไปอยู่อันดับสาม ได้มาแค่ 8 ที่นั่ง เสียไปถึง 35 ถือเป็นความปราชัยย่อยยับที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายสิบปีของพรรคที่ผูกขาดเป็นรัฐบาลอินเดียส่วนใหญ่นับจากได้รับเอกราช
นายเกชรีวัล วัย 45 ปี จะเป็นผู้นำรัฐบาลรัฐเดลีเสียงข้างน้อย โดยมีพรรคคองเกรส ที่เป็นฝ่ายบริหารมาสามสมัยติดต่อกัน ประกาศให้การสนับสนุนอยู่ข้างนอกแต่จะไม่เข้าร่วม ส่วนพรรคบีเจพี แม้ว่าได้ที่นั่งมากที่สุด แต่เมื่อจับมือตั้งรัฐบาลกับใครไม่ได้ จึงต้องเปิดทางให้พรรคอันดับสอง
ตอนแรก เกชรีวัลปฏิเสธที่จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งจะหมายถึงการเลือกตั้งใหม่ แต่หลังการเจรจายาวนานหลายวัน พรรคคองเกรสตัดสินใจว่าจะให้การสนับสนุน แต่เอเอพีก็ถูกตั้งคำถามมากมายว่า วิจารณ์พรรคคองเกรสอย่างหนักว่าโกงแล้วจะไปร่วมมือกันได้หรือ พรรคเอเอพีจึงสอบถามผู้สนับสนุนโดยให้ส่งความเห็นทางอีเมล หรือโทรศัพท์มือถือ พบว่า ร้อยละ 74 สนับสนุนให้พรรคเป็นรัฐบาล
การขึ้นสู่ตำแหน่งมุขมนตรีรัฐเดลีของนายเกชรีวัล เป็นความใหม่และเป็นก้าวกระโดดแบบพุ่งพรวดอย่างยากจะหาตัวอย่างเทียบเคียงในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศประชาธิปไตยใหญ่ที่สุดของโลกแห่งนี้ ในวัย 45 ปี เกชรีวัลได้ชื่อเป็นมุขมนตรีหนุ่มที่สุด มุขมนตรีคนก่อนเป็นสตรีที่อายุมากกว่า 30 ปี ส่วนรัฐมนตรี 6 คนของเขา อายุเฉลี่ยเพียง 35 ปี (อายุน้อยสุด 26 ปี) ถือเป็นคณะผู้บริหารรัฐเดลีเด็กที่สุดอีกเช่นกัน ขณะที่ ครม.ชุดก่อน อายุเฉลี่ย 63 ปี
สื่ออินเดียระบุว่า นี่คือแผ่นดินไหวทางการเมือง ส่วนฝ่ายสนับสนุนประกาศว่า นี่คือการปฏิวัติของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งกว่าร้อยละ 30 ในรัฐที่มีประชากร 15 ล้านคน ตัดสินใจขอทดลองทางการเมืองครั้งใหญ่ ด้วยการเลือกผู้สมัครหน้าใหม่ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์การเมืองมาก่อน แต่ประสบความสำเร็จในการนำเสนอตนเองเป็นทางเลือกที่น่าเชื่อถือแก่ประชาชนที่กำลังเอือมการโกงกิน ของแพงและนักการเมืองที่เฉยเมยต่อความทุกข์ร้อนของประชาชน
อย่างไรก็ดี สำหรับผู้นำพรรคอย่างนายเกชรีวัลนั้น อันที่จริงก็ไม่ถือว่าหน้าใหม่สำหรับอินเดีย เพราะก่อนลงเล่นการเมือง เขาเป็นนักเคลื่อนไหวต่อต้านการทุจริตที่รู้จักกันดี
ปูมหลัง
นายเกชรีวัล เกิดปี 2511 ที่หมู่บ้านฮิสาร์ รัฐหรยาณา ทางเหนือของประเทศ ในครอบครัวชนชั้นกลาง จบวิศวกรเครื่องกล จากสถาบันเทคโนโลยีอินเดีย(ไอทีที) สถาบันการศึกษาระดับหัวกะทิ เคยทำงานบริษัทชั้นนำ ทาทา กรุ๊ป ช่วงหนึ่ง ก็เข้ารับราชการในปี 2535 เป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสำนักงานสรรพากร แต่ตัดสินใจลาออกก่อนเกษียณในปี 2544 มาตั้งองค์กรเอกชน (เอ็นจีโอ) ชื่อ "มูลนิธิวิจัยเพื่อประโยชน์สาธารณะ" มุ่งส่งเสริมความโปร่งใสในภาครัฐอย่างเต็มตัว รณรงค์ให้ประชาชนรับรู้สิทธิในการรับบริการสาธารณะ จากนั้นหันมารณรงค์สนับสนุนร่างกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ที่ผ่านออกมาบังคับใช้ในปี 2548
ผลจากการทำงานจนรัฐสภาคลอดกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นเครื่องมือให้องค์กรประชาชนตรวจสอบรัฐบาล และเปิดโปงการคบคิดทุจริตได้ ส่งให้ เกชรีวัล ได้รับรางวัลรามอน แมกไซไซ เมื่อปี 2549
แม้ทุ่มเทต่อต้านคอร์รัปชั่น แต่ตัวเองเขานั้นไม่เคยมีประสบการณ์เจ็บช้ำน้ำใจจากการทุจริต การตัดสินใจลาออกจากงานสบายตำแหน่งสูงในภาครัฐที่ใครๆ อิจฉา กลับผันตัวมาเป็นนักเคลื่อนไหว ไม่ใช่เพราะโกรธหรือขมขื่น แต่เพราะสูญเสียศรัทธาในระบบที่เขาทำงานมานับสิบปี
ในปี 2553 เริ่มเป็นจุดสนใจในระดับประเทศ ในฐานะกำลังหลักขับเคลื่อนกฎหมายจัดตั้งองค์กรอิสระ เพื่อสอบสวนเรื่องร้องเรียนทุจริตต่อข้าราชการและนักการเมือง โดยมีบทลงโทษสถานหนักแก่ผู้กระทำผิด ขณะที่ด้านหน้า อันนา ฮาซาเร นักเคลื่อนไหววัยชรา ที่ดำเนินรอยตามมหาบุรุษมหาตมะ คานธี อดอาหารประท้วงกดดัน และดึงมวลชนเข้าร่วมได้แบบมืดฟ้ามัวดินในกรุงนิวเดลีเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก เมื่อปี 2554 เกชรีวัลคือผู้อยู่เบื้องหลัง เป็นผู้ร่างคำปราศรัย บรรยายสรุปให้แก่ผู้สื่อข่าวและวางกลยุทธ์
หลังอดอาหาร 12 วัน รัฐบาลนายกรัฐมนตรีมันโมฮัน ซิงห์ รับปากทำตามข้อเรียกร้อง เกชรีวัลปรากฏตัวในฐานะที่ปรึกษาคนสำคัญของนายฮาซาเร และร่วมเจรจากับรัฐบาล
ปีต่อมา ทั้งสองแตกคอกันเรื่องแนวทางเคลื่อนไหว หลังรัฐบาลเริ่มเตะถ่วงไม่ทำตามสัญญา นายฮาซาเรเห็นว่าควรเดินหน้าผลักดันกฎหมายนี้ต่อไป (ซึ่งเพิ่งผ่านออกมาบังคับใช้ในเดือนนี้) แต่ต้องทำโดยดึงทุกฝ่ายเข้าเป็นแนวร่วม แต่เกชรีวัลเชื่อว่า เมื่อแนวทางเดิมล้มเหลว ก็ควรต้องยกระดับการปราบโกง จากอดอาหารและประท้วงอย่างสันติ มาเป็นลงมือทำเสียที เพราะพรรคการเมืองส่วนใหญ่ต่างก็ทุจริต ไม่รู้จักพอและไม่มีความละอาย ถึงเวลาที่จะต้องนำอำนาจการเมืองกลับคืนมือประชาชน
เกชรีวัล จึงประกาศตั้งพรรคพรรคเอเอพี ขึ้นมาเมื่อ 2 ตุลาคม 2555 ตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 143 ปีของมหาตมะ คานธี วีรบุรุษผู้ต่อสู้เพื่อเอกราช เพื่อเป็นทางการเลือกให้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่เดิมมีทางเลือกหลักอยู่สองทาง คือ ไม่กาให้พรรคคองเกรส ก็พรรคบีเจพี โดยเอเอพีชูวิสัยทัศน์ อาทิ สนับสนุนการกระจายอำนาจให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจ ต่อสู้การคอร์รัปชั่น สกัดกั้นเงินเฟ้อ สิทธิในการถอดถอนนักการเมือง และประกันราคาสินค้าเกษตรอย่างเป็นธรรม
เอเอพีเลือกใช้ "ไม้กวาด" เป็นสัญลักษณ์ จากนั้นผู้สมัครรุ่นใหม่ไฟแรงของพรรค ที่ล้วนเป็นหน้าใหม่การเมืองทั้งสิ้น มีทั้งคนขับสามล้อ ทนายความ และผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ (ที่ต่อมาเป็นรัฐมนตรีรัฐเดลีอายุน้อยสุด) ก็ถือไม้กวาดไปหาเสียงตามบ้าน ชูนโยบายปัดกวาดระบบการเมืองสกปรก และการคอร์รัปชั่นที่เป็นเนื้อร้ายบั่นทอนบริการสาธารณะที่ประชาชนควรได้รับ กับคำสัญญาว่าจะสร้างการเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ทีมงานของเอเอพีมีความชำนาญในการใช้สื่อออนไลน์ ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากสื่อหลักอีกด้วย
แม้นโยบายโดนใจแค่ไหน แต่เกจิอาจารย์ของพรรคกระแสหลักเชื่อว่า ยากที่จะฝ่าด่านระบบซื้อเสียง และแย่งคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หวังรับเงินได้ ไม่มีทางที่พรรคน้องใหม่แค่ลงสนามครั้งแรก จะสามารถเปลี่ยนความโกรธแค้นการโกงกินและปัญหาข้าวยากหมากแพง มาเป็นคะแนนเสียงได้ แต่การเลือกตั้งรัฐเดลีพิสูจน์แล้วคนเหล่านั้นคิดผิด เสียหน้าที่สุดก็หนีไม่พ้นมุขมนตรีจากคองเกรส นักการเมืองหญิงรุ่นเก๋าที่แพ้ในเขตของตนเอง และเคยปรามาสว่าเอเอพีไม่เคยอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย
ความพิเศษของพรรคไม้กวาด
นักวิเคราะห์การเมืองอินเดียมองว่า เอเอพีวางตัวเองเป็นนักการเมืองสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง และต่อต้านระบอบเดิม นอกจากนี้การผงาดของเอเอพี ยังสะท้อนจุดเปลี่ยนในการเมืองแบบคร่ำครึ ที่ยึดติดตัวบุคคล ระบบวรรณะ ระบบอุปถัมภ์ วงศ์ตระกูลและการเงินที่คลุมเครือ เอเอพียังเป็นพรรคการเมืองแรก ที่มีต้นกำเนิดจากในเมืองล้วนๆ บรรดาแกนนำส่วนมากมาจากชนชั้นกลาง จึงกล่าวได้ว่า พรรคนี้คือผลงานการสร้างสรรค์จากจินตนาการของคนชั้นกลางในเมือง ทั้งยังเป็นพรรคการเมืองแรกที่สร้างความประทับใจจากการใช้เทคนิคการเมืองแบบใหม่เพื่อแสดงความโปร่งใสเรื่องการใช้เงินหาเสียง เอเอพีเปิดรับบริจาคจากประชาชน และมีอาสาสมัครที่ใช้เวลาว่างจากงานหรือธุรกิจ มาช่วยทำงานให้แก่พรรค
ดังนั้น แม้ว่าถือกำเนิดจากการเคลื่อนไหวต่อต้านการทุจริตอย่างแข็งขันจนได้ใจ แต่อัตลักษณ์ของพรรคยังเป็นเรื่องของธรรมาภิบาลและเปิดกว้างรับการตรวจสอบ ซึ่งนอกจากเป็นลักษณะไม่เคยปรากฏในพรรคการเมืองอินเดียแล้ว ยังกำลังบังคับให้พรรคอื่นๆ ต้องทบทวนยุทธศาสตร์ของตนเองด้วย
เอ็ม เอส พิตตา อดีตประธานปีกยุวชนของพรรคคองเกรส ยอมรับว่า พรรคเข้าไม่ถึงคนรุ่นใหม่ในยุคอินเทอร์เน็ตและเฟซบุ๊ก พวกเขาตื่นตัวมากกว่าที่เคยเป็นเพียงแค่ย้อนเวลากลับไปไม่กี่ปี คนเหล่านี้คือคนที่ไม่เลือกพรรคมากที่สุด คนหนุ่มสาวมองเห็นแต่อนาคตมืดมน พวกเขาต้องการการเปลี่ยนแปลง ผลเลือกตั้งนิวเดลีคือ สัญญาณความต้องการการเปลี่ยนแปลง
ขอเป็นมุขมนตรีแบบไร้อภิสิทธิ์
เมื่อตัดสินใจที่จะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยและรับตำแหน่งมุขมนตรีคนใหม่ เกชรีวัลได้แสดงเจตจำนงทันทีว่า ทั้งตัวเขาและรัฐมนตรีของเขาจะไม่เข้าไปอยู่ในบ้านพักประจำตำแหน่งหลังใหญ่ แต่ขอแฟลตเล็กๆ ก็พอ พร้อมสัญญาว่า จะยุติวัฒนธรรมวีไอพีทั้งหมด รวมถึงการเปิดไฟฉุกเฉิน ขอทางให้ขบวนรถพร้อมตำรวจคุ้มกันซอกแซกผ่านไปก่อนท่ามกลางจราจรติดขัด อย่างที่ข้าราชการระดับสูงหรือรัฐมนตรีกระทำ อีกทั้งเมื่อผู้บัญชาการตำรวจนิวเดลีส่งหนังสือถึงเลขาฯ ส่วนตัวของเขา เพื่อแจ้งเรื่องการจัดทีมอารักขาความปลอดภัยส่วนตัวตามธรรมเนียม นายเกชรีวัลได้เขียนด้วยลายมือตอบกลับไปว่า เขาไม่จำเป็นต้องใช้ รปภ. พระเจ้าคือความปลอดภัยของเขา แต่จะขอความช่วยเหลือด้านการ รปภ.ในการจัดการดูแลฝูงชนในบางสถานที่ที่อาจจะมีประชาชนรุมล้อม
บริหารจริงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
รัฐเดลี มีประชากร 15 ล้านคน หนึ่งในสามอยู่ในชุมชนแออัด ขาดแคลนน้ำสะอาดและสุขาภิบาล โครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนหนทาง ไฟฟ้าต้องปรับปรุง อัตราเงินเฟ้อพุ่ง และเศรษฐกิจซบเซา นอกจากชูเรื่องปราบโกงเป็นนโยบายหลักแล้ว เอเอพียังสัญญาลดค่าไฟลงครึ่งหนึ่ง และจัดหาน้ำแก่ทุกครัวเรือนแบบไม่คิดค่าใช้จ่าย
นักสังเกตการณ์ กล่าวว่า การนำขบวนการเคลื่อนไหวจนประสบความสำเร็จเป็นเรื่องหนึ่ง แต่การทำให้ได้ตามสัญญา โดยเฉพาะค่าไฟราคาถูก น้ำฟรีและรัฐบาลที่ปลอดคอร์รัปชั่น ไม่ใช่ทำกันได้ง่ายๆ ขณะที่พรรคคองเกรสก็พูดแล้วว่า การสนับสนุนรัฐบาลพรรคน้องใหม่ ไม่ใช่ว่าจะปราศจากเงื่อนไข แต่ขึ้นกับทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ได้หรือไม่
พรรคของคนธรรมดาสามัญ จะทำตามสัญญายากๆ ตามที่ได้หาเสียงไว้หรือไม่ยังไม่มีใครตอบได้ แต่เกชรีวัลเคยให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพีไว้ว่า เขาไม่คิดว่าปัญหาของประเทศนี้ หนักหนาสาหัสจนไม่มีทางออก ประเด็นอยู่ที่ว่า คุณมีเจตนารมณ์ที่จะแก้ปัญหาหรือไม่ ความตั้งใจเหล่านั้นต่างหากที่หายไปจากรัฐบาลในทุกวันนี้ ทางออกนั้นรู้กันอยู่แล้ว หากคนซื่อมือสะอาดเข้าไปเป็นรัฐบาล พวกเขามีเจตนาดีที่จะทำสิ่งดี
พร้อมย้ำว่า พรรคของเขาไม่ได้มุ่งล้างบางคอร์รัปชั่นอย่างเดียว หรือต่อให้เป็นอย่างนั้น เขาก็คิดว่า หากแก้คอร์รัปชั่นได้แล้ว ก็จะส่งต่อไปยังชีวิตที่ดีขึ้นของชาวอินเดีย เราจะเริ่มมีถนนดีๆ ไฟฟ้า การศึกษา สาธารณสุข บริการเหล่านี้ไม่เคยดีขึ้น ก็เพราะการทุจริต
เอเอพีมีเวลาราวสองเดือนครึ่งถึงสามเดือน ในการสร้างผลงานให้พอประจักษ์ได้ หากต้องการยกระดับพรรคจากท้องถิ่น เป็นพรรคระดับชาติ ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่จะจัดขึ้นในอีก 5 เดือนข้างหน้า..หากสร้างปาฏิหาริย์ได้อีกครั้ง ก็จะเป็นงานหนักสำหรับพรรคคองเกรสและบีเจพีอย่างแน่นอน
..............................
('พรรคคนสามัญ' ที่ไม่ธรรมดา กับบุรุษนาม'อาร์วินด์ เกชรีวัล' : คอลัมน์เปิดโลกวันอาทิตย์)



