ข่าว

'มาร์ค'แปลกใจ!'ปู'ไม่ทุกข์ร้อน

'มาร์ค'แปลกใจ!'ปู'ไม่ทุกข์ร้อน

27 ธ.ค. 2556

'อภิสิทธิ์' จี้'รบ.'ทบทวนกรณีเดินหน้าเลือกตั้ง แปลกใจ'นายกฯ'ไม่ทุกข์ร้อนกับปัญหาที่เกิดขึ้น

                    27 ธ.ค. 56 เมื่อเวลา 13.45 น.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายนคร มาฉิม อดีตส.ส.พิษณุโลก ได้มายื่นใบลาออกกับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว และไม่ได้ให้เหตุผลถึงการลาออก โดยขณะนี้มีนายนคร คนเดียวที่ลาออก ส่วนจะมีคนอื่นลาออกอีกหรือไม่ ตนไม่ทราบ ซึ่งก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละคน โดยในช่วงที่มีการเลือกตั้งก็มีสมาชิกที่ย้ายพรรคทุกครั้ง

                    นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอความเห็นต่อน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้เลื่อนการเลือกตั้งเฉพาะเขตที่มีปัญหา ว่า ขณะนี้ถ้าพูดถึงข้อกฎหมายก็เป็นปัญหาเฉพาะพื้นที่ แต่ตนคิดว่าสิ่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงการณ์ออกมา เพราะดูปัญหาภาพรวม และสิ่งสำคัญคือ กกต.คิดว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่ต้องหาทางออกให้กับบ้านเมือง อะไรที่เดินไปแล้วเห็นว่ามีปัญหาควรจะหลีกเลี่ยง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา เชื่อว่า ทุกคนก็เสียใจ และไม่ควรเกิด ซึ่งกกต.ได้ชี้ให้เห็นว่า ได้เคยเตือนว่าจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ไว้ก่อนแล้ว ซึ่งหากจะเดินหน้าไปเรื่อยๆ ก็อาจจะเกิดมากกว่านี้อีก เพราะยังเหลืออีกหลายขั้นตอน ซึ่งสิ่งสำคัญคือ ก็กกต.ก็อยากทำหน้าที่ของตัวเอง แต่หน้าที่ที่จะจัดการเลือกตั้งต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ คือ การเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม ซึ่งกกต.ได้ระบุไว้ในแถลงการณ์ว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันนั้นจะเป็นไปได้อย่างยากลำบากที่จะทำอย่างนั้น ซึ่งรัฐบาล รวมทั้งศอ.รส.ควรจะพิจารณาตรงนี้มากกว่าการที่จะยืนยันทุกอย่างแบบเดิมซึ่งไม่ได้แก้ไขอะไร

                    ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าให้เกิดการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.มองว่าจะเกิดอะไรขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อย่างที่ทุกฝ่ายได้เตือนว่า จะวุ่นวาย แต่ดูเหมือนว่าพรรคเพื่อไทยที่คิดถึงแต่สถานะตัวเอง ก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า จะต้องทำให้ได้ ซึ่งตนแปลกใจว่า เหตุใดนายกฯ จึงไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่เกิดขึ้น และมองว่ายังต้องเดินหน้าต่อทั้งที่เห็นชัดว่าเป็นปัญหา ซึ่งนายกฯที่รับผิดชอบตรงนี้กับไม่มีความพยายามจะแก้ไขอะไร โดยนอกจากแถลงการณ์ของกกต.วานนี้ แล้วทางหอการค้าเองก็ชี้ว่า สิ่งที่นายกฯ จะดำเนินการในเรื่องการปฏิรูปประเทศก็ไม่ตอบโจทย์ของสังคม ทำไมนายกฯจึงไม่สนใจที่จะรับฟัง และหวังว่าสถานการณ์นี้จะไม่นำไปสู่สงครามการเมือง และถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะทบทวนและหาคำตอบ มากกว่าที่จะเดินหน้าไปแบบนี้ และมองว่ารัฐบาลไม่มีใจที่จะปฏิรูปประเทศเหมือนเวทีอื่นที่จัดมาในอดีต

                    “ขนาดหนึ่งใน 7 องค์กรณ์ที่ช่วยคิดเรื่องการปฏิรูปประเทศ เขาบอกแล้วว่า มันไม่ใช่ แปลกใจว่าทำไมนายกฯ ไม่มีความคิดเลย ที่จะรับฟัง เพื่อที่หาทางออกให้ประเทศ จะไปจับในส่วนที่คิดว่าตัวเองรับได้เป็นประโยชน์แล้วทำไปแล้วปัญหาจะแก้ได้ มันเป็นไปไม่ได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                      นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนเป็นห่วงกับสถานการณ์ในช่วงนี้ เพราะฝ่ายบริหารไม่คิดว่าจะต้องทำอะไร และไม่สนใจใยดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยหลังจากที่กกต.จะมีการประชุมวันที่ 2 ม.ค. เชื่อว่า จะปฏิบัติตามแถลงการณ์ที่ได้ออกมา ถ้าไม่มีใครจะมาหาทางให้เกิดความร่วมมือได้ ก็จะต้องทำตามอำนาจหน้าที่ของกกต.ไป ส่วนกรณีหากกกต. ลาออก 3 คนก็จะทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้นั้น ตนไม่ทราบว่า สิ่งที่กกต.ระบุในแถลงการณ์หมายถึงอะไร ซึ่งก็ขอให้เวลากกต.ในการพิจารณา แก้ไขปัญหาอย่างไรดีกว่า

                      เมื่อถามว่า ระหว่างการจัดเลือกตั้งได้กับไม่ได้ อะไรเป็นประโยชน์ กับประเทศมากกว่า นายอภิสิทธิ์ กล่าว่า สิ่งคัญคือ การทำอย่างไรในการหาจุดร่วม เพื่อให้ประเทศเดินหน้า ไปสู่การเปลี่ยนแปลงปฏิรูปจริงๆ ซึ่งควรจะเป็นเป้าหมายสำคัญที่ยึดเอาไว้ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันแล้วว่า เราอยากเห็นการปฏิรูปเกิดขึ้นในกรอบรัฐธรรมนูญ ส่วนข้อเรียกร้องของกลุ่มกปปส.นั้น รัฐบาลเองก็ไม่ได้สนใจ ซึ่งผู้ชุนุมเองก็เรียกร้องเหมือนเดิม ภายใต้เงื่อนไขนี้ตนมองไม่เห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจะยุติลงได้อย่างไร ซึ่งต้องมีความพยายามที่จะแสวงหาแนวทางไม่ใช่ย่ำอยู่กับที่ และแลกเปลี่ยนกันในแต่ละฝ่าย ทั้งนี้ การที่กกต.ระบุว่าพร้อมเข้ามาเป็นคนกลาง ตนคิดว่า กกต.ก็อยู่ในฐานะที่จะทำได้ระดับหนึ่ง อย่างน้อยคือ ขอความร่วมมือพรรคการเมือง ในฐานะที่เป็นผู้จัดการเลือกตั้ง และนายทะเบียนพรรคการเมือง ส่วนการที่พรรคเพื่อไทยระบุว่ากกต.ทำหน้าที่ และจะฟ้องร้องข้อหาขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 157 นั้น ขอเตือนพรรคเพื่อไทย กับรัฐบาลว่าที่ผิดมาตรา 157 นั้นยังไม่แน่ว่าจะเป็นใคร