ข่าว

ตร.สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นเดือด!โห่ไล่40ส.ว.

ตร.สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นเดือด!โห่ไล่40ส.ว.

27 ธ.ค. 2556

ตร.เดือด! โห่ไล่ '40 ส.ว.'หลังรุดตรวจพื้นที่ไทย-ญี่ปุ่น ด้าน 'ไพบูลย์' เผย 6 ม.ค.57 เรียก'ศอ.รส.'แจง เหตุตำรวจปะทะผู้ชุมนุม

                27 ธ.ค.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.15 น.กลุ่ม 40 ส.ว. นำโดย นายไพบูลย์ นิติตะวัน พร้อมด้วยน.ส.รสนา โตสิตระกูล นายคำนูณ สิทธิสมาน ได้เดินทางมายังศูนย์เยาวชน (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง เพื่อตรวจพื้นที่ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมกลุ่มคปท.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระหว่างที่กกต.ดำเนินการจับสลากหมายเลขประจำพรรคการเมือง ในการรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ วันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมี พ.ต.อ.วัลลพ จำนงค์อาษา รองผู้บังคับการตำรวจอารักขาและควบคุมฝูงชน ได้นำตรวจความเสียหายของทั้งสถานที่ ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ รวมถึงรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่อยู่บริเวณโดยรอบ

               ทั้งนี้ ซึ่งระหว่างการเดินตรวจสอบความเสียหายพื้นที่โดยรอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาประจำกันภายในศูนเยาวชนฯ ได้รุมตะโกนขับไล่และด่ากลุ่ม 40 ส.ว. ว่า "ออกไปเลย ไอ้พวกเลือกข้าง ไอ้พวกที่เป็นต้นเหตุให้ประชาชนฆ่ากัน" พร้อมทั้งมีการปาสิ่งของใส่กลุ่ม 40 ส.ว. และตะโกนไล่ตลอดเวลา จนทำให้พ.ต.อ.วัลลพ ต้องเข้ามาห้ามปราม และสั่งการว่า หากมีการทำร้ายกลุ่ม 40 ส.ว.ที่มาตรวจพื้นที่นั้น ตนจะมีการลงโทษทางวินัย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังมีการตะโกนขับไล่อยู่ แต่ไม่ได้ปาสิ่งของ

               อย่างไรก็ตาม ภายหลังการตรวจพื้นที่เสร็จเรียบร้อย นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนลงพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในฐานะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา และในวันนี้ ก็ได้มาตรวจความเสียหายหลังจากเกิดเหตุรุนแรงขึ้น พร้อมตรวจสอบรถเก็บอาวุธ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงว่า เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ไม่ได้นำมาใช้ในเหตุการณ์ปะกันระหว่างผู้ชุมนุม ทั้งนี้ โดยรายละเอียดแล้ว กมธ.มีมติจะพิจารณาเหตุปะทะโดยรวม ตั้งแต่ฝ่ายนโยบายรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้บังคับบัญชาที่ควบคุมรถขนอาวุธที่ถูกยึด อย่างไรก็ตาม เข้าใจการทำหน้าที่ของตำรวจโดยจะนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลเป็นข้อมูลในการทำงาน ของ กมธ.ต่อไป แต่สิ่งที่เห็นแล้วไม่สบายใจคือ ฝ่ายนโยบายหรือ ผอ.ศอ.รส .ไม่ควรทำให้ตำรวจต้องพบกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ คิดว่าขณะนี้เราตกอยู่ภายใต้การกำหนดคำสั่งที่ทำให้สถานการณ์รุนแรง โดย กมธ.จะมุ่งตรวจสอบไปที่ผู้สั่งการ โดยจะมีการประชุมในวันที่ 6 ม.ค. 2557 เวลา 10.00 น.

               นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบเห็นเห็นกระสุนปืนลูกซอง 124 นัดที่เป็นกระสุนจริงอยู่ในรถเก็บอาวุธ ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่า ไม่ได้ใช้ในเหตุการณ์วานนี้ ซึ่งตนเองเห็นด้วยกับทางตำรวจเนื่องจากวานนี้ไม่พบการใช้ปืนลูกซอง ส่วนกระสุนชนิดอื่นที่ปรากฏนั้น ตนเองไม่เห็นอาวุธแต่ก็จะมีการตรวจสอบต่อไป ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย