ข่าว

'ผบ.ตร.'เยี่ยมตำรวจบาดเจ็บเหตุปะทะ

'ผบ.ตร.'เยี่ยมตำรวจบาดเจ็บเหตุปะทะ

27 ธ.ค. 2556

'ผบ.ตร.' รุดเยี่ยมตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น พร้อมปูนบำเหน็จ 7 ชั้นยศ 'ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์'

 

                          27 ธ.ค.56 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้าเยี่ยมอาการตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ความรุนแรงจากการชุมนุมของกลุ่ม คปท. บริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ที่โรงพยาบาลตำรวจ โดย พล.ต.อ.อดุลย์ ยืนยันว่า ในส่วนของด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่งานจราจร สน.ตลาดพลู จะมีการปูนบำเหน็จ 7 ชั้นยศ พร้อมดูแลสวัสดิการครอบครัวอย่างเต็มที่ และจากนี้ จะดูแลในเรื่องของอุปกรณ์ความปลอดภัยให้กับตำรวจที่ดูแลการชุมนุม เช่น เสื้อเกราะ ขณะเดียวกันในส่วนของตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ มีทั้งสิ้น 32 นาย ในจำนวนนั้นถูกยิง 15 นาย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐานในการดำเนินคดี

                          พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวด้วยว่า การดำเนินการของตำรวจ เมื่อวานนี้ (26 ธ.ค.) ทั้งการใช้แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง เป็นไปตามหลักสากล เพื่อยับยั้งกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ต้องการขัดขวางการรับสมัครเลือกตั้ง ส่วนการประเมินสถานการณ์การชุมนุมจากนี้ไป ที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งตำรวจจำเป็นต้องมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังแกนนำ กปปส. ประกาศเคลื่อนไหวใหญ่อีกครั้ง หลังเทศกาลปีใหม่ผ่านพ้นไป พร้อมยอมรับว่า ได้มีการเห็นคลิปวีดีโอ ตำรวจทุบรถประชาชนแล้ว และได้สั่งให้หน่วยที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ

                          สำหรับ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผู้บังคับหมู่งานจราจร สน.ตลาดพลู ที่เสียชีวิตระหว่างเหตุการณ์ความรุนแรงจากการชุมนุมของกลุ่ม คปท. บริเวณสนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ช่วงบ่ายวันนี้ ทางครอบครัว จะเดินทางมารับศพ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนเคลื่อนศพไปบำเพ็ญกุศล และจะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ที่วัดตรีทศเทพ ในเวลา 17.00 น. วันนี้

 

บาดเจ็บชุมนุมดินแดง 153 คน เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 รวม 2 ราย

 

                          เมื่อเวลา 12.25 น. นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุขกรณีชุมนุมทางการเมือง กระทรวงสาธารณสุข (ส่วนหน้า) สธ.และศูนย์บริการการแพทย์ฉุกเฉินกรุงเทพมหานคร (ศูนย์เอราวัณ) ได้สรุปตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดจากเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มผู้ชุมนุม คปท.บริเวณสนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง เมื่อวานนี้ (26ธ.ค.) รวม 153 คน ยังยอนรักษาตัวอยู่ที่ รพ. 38 คน ในจำนวนนี้ 36 คน อาการค่อนข้างสาหัส ขณะนี้กระจายนำส่งรักษายัง รพ.ต่างๆ ได้แก่ รพ.ราชวิถี รพ.พระมงกุฎ รพ.รามาธิบดี รพ.พญาไท1 รพ.พญาไท2 รพ.เปาโล รพ.ทหารผ่านศึก  รพ.กลาง รพ.ลาดกระบัง รพ.เลิศสิน และ รพ.ตำรวจ

                          ส่วนยอดผู้เสียชีวิตยืนยันแล้วมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 คน เมื่อเช้ามืดวันนี้เวลา 03.00 น. เป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ถูกยิงเข้าที่หน้าอก แล้วถูกนำส่ง รพ.พระมงกุฎเกล้า ดังนั้นจึงสรุปได้ว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะเมื่อวานนี้รวมทั้งสิ้น 2 คน ล่าสุดวันนี้ทางศูนย์ฯ ได้ปรับแผนการดูแลผู้บาดเจ็บโดยเน้น 3 จุดเสี่ยงที่อาจเกิดปัญหา ได้แก่ ทำเนียบรัฐบาล สนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดง และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บชน.) โดยทั้ง 3 จุดให้นำรถกู้ชีพขั้นสูงไปประจำแต่ปรับพื้นที่ตั้งจุดให้อยู่ในระยะปลอดภัย หลังมีอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้าไปช่วยลำเลียงผู้บาดเจ็บจากจุดปะทะหน้าสนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดงถูกยิงได้รับบาดเจ็บเมื่อวานนี้

                          พ.อ.พีระพล ปกป้อง ผอ.กองอุบัติเหตุและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน รพ.พระมงกุฎ เปิดเผยว่า นายวสุ สุฉันทบุตร อายุ 30 ปีเป็นผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บจากการถูกยิงบริเวณหน้าท้องได้เสียชีวิตแล้วเมื่อเช้านี้ โดยกระสุนขนาดเล็กได้เข้าไปในอวัยวะภายใน อาทิ ตับ ตับอ่อน ไตข้างขาวและถูกเส้นเลือดใหญ่ ทั้งนี้ทางทีมแพทย์ได้ช่วยชีวิตตลอดทั้งคืนและเสียชีวิตเมื่อเวลา 03.45 น. โดยถูกนำส่งมาถึงโรงพยาบาลเวลาประมาณ 14.10 ทางทีมแพทย์ไม่พบลูกกระสุนตกข้างภายในร่างกายเนื่องจากทะลุออกข้างหลัง ส่วน นายเพชร ชูศรีขวัญ คนขับรถแท็กซี่ที่โดนตีที่ศีรษะ ขณะนี้ทีมแพทย์ได้ทำการเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์สมองแล้วพบว่าไม่มีปัญหาอะไร มีแต่แผลฟกซ้ำ มีเศษวัสดุค้างคา ตอนนี้อาการดีขึ้นและยังรับการรักษาที่โรงพยาบาล

                          ด้าน นายสุทธิรักส์ คุ้มสม เจ้าหน้าที่กู้ชีพหน่วยกู้ชีพร่วมกตัญญู กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ชีพหญิงอายุประมาณ 30 ปี ถูกยิง ว่า ช่วงเวลาประมาณ 17.00 น. ขณะกำลังลำเลียงคนเจ็บออกจากพื้นที่บริเวณประตู 3 มุ่งหน้า สน.ดินแดง เกิดมีกระสุนปืนยิงทะลุกระจกเข้ามาในรถถูกอาสาสมัครเข้าที่หลังทะลุหน้าอก ต้องส่งตัวเข้ารักษายังโรงพยาบาลพญาไท 2 ขณะนี้อาการเริ่มดีขึ้นรู้สึกตัวดีแต่ยังมีอาการลมออกที่ปอดแพทย์ต้องดูแลการใกล้ชิดและเตรียมส่งต่อไปรักษาที่. รพ.ราชวิถี ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่กู้ภัยได้รับบาดเจ็บรุนแรง ทำให้เจ้าหน้าที่อาสารู้สึกเสียขวัญและเสียกำลังใจ แต่ยังยืนยันเจตนารมณ์ที่จะช่วยเหลือชีวิตประชาชนทุกคนโดยไม่เลือกข้างต่อไป แต่การทำงานต่อไปต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น ต้องปรับแผนการตั้งจุดรถปฐมพยาบาลเบื้องต้นของมูลนิธิที่ต้องทำหน้าที่ลำเลียงผู้บาดเจ็บออกจากจุดปะทะ ต้องเว้นระยะห่างออกมาไม่ต่ำกว่า 500-800 เมตร และต้องมีที่กำบังเพื่อความปลอดภัย