
มติกกต.เชือด16ส.ว.พ้นสมาชิกภาพ
มติ กกต. ฟัน 16 ส.ว. พ้นสมาชิกภาพ เหตุถือหุ้นสื่อ สัมปทานรัฐ ชี้เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน เสนอศาล รธน. ตีความเป็นบรรทัดฐาน ด้าน ส.ส. หนาวอีก สัปดาห์หน้าถึงคิว นฤมล ยิ้มรับ พร้อมฟัง ศาลรธน. ชี้ขาดอยู่หรือไป ส.ว.สมชาย พร้อมแจงศาล รธน. ยันไม่ถือหุ้นสัมปทาน
(18มิ.ย.) นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุม กกต.ได้พิจารณาคำร้องของนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรคภูมิใจไทย และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ที่ยื่นคำร้องขอให้ กกต.ตรวจสอบการกระทำของ ส.ว.37 ราย โดยอ้างว่า เข้าเป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ และเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่รับสัมปทาน หรือเข้าเป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐ ในลักษณะผูกขาดตัดตอน ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา 48 ประกอบมาตรา 265 (2) (4) ของรัฐธรรมนูญ อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพการเป็น ส.ว.ของบุคคลดังกล่าว สิ้นสุดลงตามมาตรา 119 (5) ของรัฐธรรมนูญ โดยมีมติเสียงข้างมากให้สมาชิกภาพความเป็น ส.ว.จำนวน 16 คน สิ้นสุดลงตามมาตรา 119 (5) ตามความเห็นของอนุกรรมการสอบสวนเสียงข้างน้อย และตามมติเอกฉันท์ของที่ปรึกษากฎหมาย กกต. ประกอบด้วย
1.นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา 2.นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ 3.ศ.เกียรติคุณ ตรึงใจ บูรณสมภพ ส.ว.สรรหา 4.พล.ต.อ.โกวิท ภักดีภูมิ ส.ว.อ่างทอง 5.นายถาวร ลีนุตพงษ์ ส.ว.สรรหา 6.นายบุญชัย โชควัฒนา ส.ว.สรรหา 7.นายพิชัย อุตมาภินันท์ ส.ว.สรรหา 8.นางพรพันธุ์ บุญรัตนพันธุ์ ส.ว.สรรหา
9.นายวรวุฒิ โรจนพานิช ส.ว.สรรหา นายสิทธิศักดิ์ ยนต์ตระกูล ส.ว.กาฬสินธุ์ 11.นายสุพจน์ เลียดประถม ส.ว.ตราด 12.นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ส.ว.พิษณุโลก 13.นายจรัล จึงยิ่งเรืองรุ่ง ส.ว.สระบุรี 14.นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ 15.นายสมชาติ พรรณพัฒน์ ส.ว.นครปฐม 16.รศ.อัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์ ส.ว.สรรหา
ขณะที่ ผศ.ทิพวัลย์ สมุทรรักษ์ อดีตส.ว.สรรหา กกต. มีความเห็นยกคำร้อง เนื่องจากลาออกจากตำแหน่งไปก่อนหน้านี้ โดยหลังจากนี้ กกต.จะเร่งยกร่างคำวินิจฉัย เพื่อเสนอไปยังประธาน วุฒิสภาเพื่อเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง
นายสุทธิพล กล่าว ในส่วนของ 20 ส.ว.ที่ กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ เห็นว่าถือครองหุ้นที่ไม่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย 1.รศ.ดร.กอบกุล พันธุ์เจริญวรกุล ส.ว.สรรหา 2.ดร.ธนู กุลชล ส.ว.สรรหา 3.ศ.นพ.วิรัตน์ พาณิชพงษ์ ส.ว.สรรหา 4.นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา 5.นายฐิรวัตร กุลละวณิชย์ ส.ว.สรรหา 6.นายพิเชต สุนทรพิพิธ ส.ว.สรรหา 7.พล.อ. เลิศรัตน์ รัตนวาณิช ส.ว.สรรหา 8.นายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา 9.นางอุไร คุณันทกุล ส.ว.สรรหา 10.พล.ต.ต.เกริก กัลยาณมิตร ส.ว.สรรหา 11.น.ส.ทัศนา บุญทอง ส.ว.สรรหา 12.นายสุรพงษ์ ตันธนศรีกุล ส.ว.กาญจบุรี 13.นายมงคล ศรีคำแหง ส.ว.จันทบุรี 14.นายชูชัย เลิศพงษ์อดิศร ส.ว.เชียงใหม่ 15.พล.ท.พงศ์เอก อภิรักษ์โยธิน ส.ว.พะเยา 16.นายประวัติ ทองสมบูรณ์ ส.ว.มหาสารคาม 17.พล.ต.ท.มาโนช ไกรวงศ์ ส.ว.สุราษฎร์ธานี 18.นางพรทิพย์ จันทร์รัตนปรีดา ส.ว.ชัยภูมิ 19.นายประสิทธิ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี และ 20.นายนิคม ไวยรัชพาณิช ส.ว.ฉะเชิงเทรา
ชี้ขาดสมาชิกภาพ 60 ส.ส.สัปดาห์หน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการวินิจฉัยของ กกต.ในครั้งนี้ มติเสียงข้างที่เห็นว่า 16 ส.ว.กระทำการขัดรัฐธรรมนูญ เป็น 3 ต่อ 1 โดยเสียงข้างน้อย คือนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง โดย กกต.เสียงข้างมากเห็นว่าควรส่งเรื่องดังกล่าวให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อวางบรรทัดฐาน เช่นเดียวกับกรณีการเป็นลูกจ้างรายการ "ชิมไปบ่นไป" ของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตามในส่วนคุณสมบัติของ ส.ส.ที่ถูกร้องในประเด็นเดียวกันราว 60 คน มีรายงานว่าจะเสนอที่ประชุมกกต.พิจารณาได้ภายในสัปดาห์หน้า
"นฤมล-พิกุลแก้ว"รอศาลรธน.ชี้ขาด
นางนฤมล ศิริวัฒน์ ส.ว.อุตรดิตถ์ หนึ่งใน 16 ส.ว. กล่าวว่า เรื่องหุ้นนั้นอยากเรียนว่า ไม่ได้ถือหุ้นเอง แต่สามีเป็นคนถือหุ้นในทีพีไอ จำนวน 1 หมื่น ราคาหุ้นละ 1 บาทกว่าๆ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้สุดท้ายต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็พร้อมจะยอมรับ
ด้านนางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ ส.ว.พิษณุโลก กล่าวว่า หุ้นที่ถูก กกต.วินิจฉัย คือ หุ้นสถานีโทรทัศน์ไอทีวี ที่สามีถือ ซึ่งได้ขายไปนานแล้ว แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัย
"สมชาย"ชี้หากผิด ส.ส.นับร้อยผิดด้วย
ขณะที่นายสมชาย แสวงการ สว.สรรหา กล่าวว่า หลังจากนี้ต้องรอให้ประธานวุฒิสภา กลับมาจากต่างประเทศในเช้าวันที่ 19 มิถุนายนก่อน แต่ส่วนตัวแล้วพร้อมที่จะไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยมั่นใจว่าจะชี้แจงได้ เพราะตนถือหุ้นบริษัทไทยออยล์ ซึ่งเป็นเพียงบริษัทรับจ้างกลั่นน้ำมันทั่วไป ไม่ใช่บริษัทสัมปทานผูกขาดจากรัฐ และที่ผ่านมาขนาดเหมืองแร่ของนายชัย ชิดชอบ กกต.ยังตีความว่าไม่ใช่สัมปทานของรัฐ ดังนั้น บริษัทไทยออยล์ ย่อมไม่เข้าเงื่อนไขนี้ แต่หากตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญ ส.ส.ในสภาก็จะต้องโดนไปด้วยหลายร้อยคน และนักการเมืองท้องถิ่น จำนวนมากที่มีบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ที่รับงานจากภาครัฐ ก็มีสิทธิจะโดนด้วยทั้งประเทศ



