
'ชาติชาย'ยกระดับการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียน
'ชาติชาย เจียมศรีพงษ์'ยกระดับการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียน : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น
ชาติชาย เจียมศรีพงษ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เปิดเผยว่า นโยบายเร่งด่วนที่ทางอบจ.พิจิตร จะต้องดำเนินการแบ่งเป็น 9 ข้อด้วยกัน ประกอบด้วย คือ 1.การแก้ไขปัญหาความยากจน ของประชาชนในพื้นที่ 2.การสนับสนุนและป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยให้ความร่วมมือและบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกฝ่าย 3.ส่งเสริมและสนับสนุนผลักดันให้เกษตรกรมีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด คือข้าว ส้มโอ มะยงชิด เป็นต้น 4.ส่งเสริมและสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง และอุทกภัย 5.สนับสนุนการแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และพื้นที่การเกษตร
6.พัฒนาสนามกีฬาของอบจ.ให้ได้มาตรฐานระดับสากลและยกระดับความสามารถด้านการกีฬาของนักกีฬาสู่ความเป็นเลิศในระดับชาติและระดับอาชีพ 7.สนับสนุนการเรียนและส่งเสริมการเรียนภาษาต่างประเทศเพื่อพัฒนาประชาชน บุคลากร นักเรียนในพื้นที่ เพื่อเตรียมพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 8.แก้ไขปัญหาโลกร้อนซึ่งเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่มีความรุนแรงระดับโลก 9.ช่วยเหลือ และฟื้นฟู ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัยอย่างต่อเนื่อง
นายชาติชาย กล่าวว่า สิ่งที่ทางอบจ.พิจิตร กำลังจะผลักดันอย่างเร่งด่วน คือเรื่องของการทำประตูระบายน้ำในการผันน้ำจากลำน้ำยมสู่ลำน้ำน่าน เนื่องจากที่ผ่านมาจังหวัดพิจิตร ต้องได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยมาโดยตลอด และเกิดจากลำน้ำยมเอ่อล้นตลิ่ง ทำให้บ้านเรือนประชาชนในพื้นที่สองฝั่งลุ่มน้ำ ได้แก่ อ.สามง่าม อ.โพทะเล เป็นต้น ซึ่งทางอบจ.มีแนวคิดในการจัดทำประตูระบายน้ำจากลุ่มน้ำยม ไปยังลุ่มน้ำน่าน ที่มีระยะทางห่างกัน 2.8 กิโลเมตร เพื่อเป็นการแบ่งเบาช่วงน้ำเอ่อ อีกทั้งในช่วงฤดูแล้ง สามารถผันน้ำจากลุ่มน้ำน่าน มายังลุ่มน้ำยม เพื่อช่วยเกษตรกรในการทำการเกษตรด้วย โดยโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการศึกษา ออกแบบ เพื่อจัดสรรงบประมาณ เพราะหากสามารถโครงการดำเนินการได้ ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และภัยแล้งได้อย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ
นอกจากเรื่องของการแก้ไขปัญหาอุทกภัย ภัยแล้งแล้ว สิ่งสำคัญที่ทางอบจ.ให้ความสำคัญคือเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการเปิดประชาคมอาเซียน เนื่องจกาจังหวัดพิจิตร เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีการปลูกข้าวเป็นจำนวนมาก ทางอบจ.จึงจะมุ่งเน้นให้เกษตรกรทำการเกษตรแบบอินทรีย์ เพื่อยกระดับมาตรฐานทางการเกษตร ให้มีคุณภาพมากขึ้น และเพื่อมุ่งเน้นการส่งออก ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย รวมไปถึงการทำการเกษตรด้านอื่นๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการทำสวนผัก หรือผลไม้ ที่จะเน้นการทำเกษตรอินทรีย์ เบื้องต้นได้มีการนำร่องในพื้นที่อำเภอโพทะเล อำเภอวชิรบารมี และอำเภอเมือง โดยเริ่มต้นการทำการเกษตรอินทรีย์ จำนวน 200 ไร่ ก่อนจะขยายเพิ่มเป็น 1,000 ไร่ และครอบคลุมทั้งจังหวัด
นายกอบจ.พิจิตร กล่าวต่อว่า การดำเนินการพัฒนาท้องถิ่น จะมีการดำเนินการควบคู่กันทั้งระบบ เพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และคำนึงถึงผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับเป็นหลัก รวมไปถึงเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่พบว่าประชาชนในพื้นที่ยังไม่มีความรู้ในเรื่องดังกล่าว ทางอบจ.จึงจะต้องมีการเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนด้วยการส่งเสริมการเรียนภาษาให้กับบุคลลากร นักเรียนในสังกัด และสิ่งที่ทางอบจ.มุ่งหวังอีกประการหนึ่ง คือต้องการให้จังหวัดพิจิตร เป็นศูนย์การด้านการกีฬา โดยมองศักยภาพของสนามกีฬาอบจ.ว่ามีมาตรฐานและสามารถจัดการแข่งขันระดับอาเซียนได้ เบื้องต้นได้มีการวางโครงการที่จะจัดการแข่งขันกีฬาในกลุ่มประเทศอาเซียน ด้วยการเชิญแต่ละจังหวัดในกลุ่มประเทศอาเซียน เข้าร่วมการแข่งขัน
"สิ่งที่ผมต้องการพัฒนาคือมุ่งเน้นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควบคู่กับการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ตามหลักนิติธรรม หลักคุณธรรม หลักความโปร่งใส หลัการมีส่วนร่วม หลักการคุ้มค่า หลักความสำนึกรับผิดชอบ และมุ่งส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ยึกหลักการใช้ชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และมีประสิทธิภาพ" นายชาติชาย กล่าว
..........................
('ชาติชาย เจียมศรีพงษ์'ยกระดับการเกษตรสู่ประชาคมอาเซียน : คอลัมน์เปิดใจผู้นำท้องถิ่น)



