ข่าว

 สภาป่วนสาปแช่งกันว่อนเรียงหน้าประท้วง“จตุพร”

สภาป่วนสาปแช่งกันว่อนเรียงหน้าประท้วง“จตุพร”

18 มิ.ย. 2552

สภาป่วน ด่าพ่อ-ล้อแม่ สาปแช่งกันว่อนสภา เรียงหน้ารุมประท้วง “จตุพร” อัดรัฐบาลทุ่มงบ สตช. ปฏิบัติสองมาตรฐาน ส่อโกงเลือกตั้ง สกลนคร ไม่ไว้ใจ “สุเทพ” เกี่ยวคดีทุจริตเลือกตั้งอบจ.สุราษฎร์ธานี คุมงบ หน่วยงานความมั่นคง ท้า สาบาน หน้า ร.7 ภท.สาบานยันไม่ทุจริตเ

เมื่อเวลา 17.10 น.วันที่ 18 มิ.ย.นายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย อภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ว่า รับไม่ได้กับงบประมาณของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)ที่ตั้งงบประมาณกว่า 6.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่สมควรได้รับงบประมาณก้อนนี้ เพราะการปฏิบัติหน้าที่ของ สตช.มีการปฏิบัติเหมือนกับคนไม่เท่าเทียมกัน โดยเฉพาะการดำเนินคดีกับกลุ่มของตนที่มีการออกหมายจับเพิ่มเติมจาก 8 คน และบางคนยังถูกออกหมายจับซ้ำกันถึงสองครั้ง ผิดกับคดีของคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลโดยเฉพาะของกลุ่มพันธมิตรฯที่ รมว.ต่างประเทศ ตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องหาด้วยหลายคดีแต่จนถึงขณะนี้ คดียังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

 ขณะเดียวกันยังพบว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบด้านความมั่นคงเข้าไปเกี่ยวข้องกับงบประมาณของหน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นตำรวจ หรือกระทรวงมหาดไทย ทั้งยังพบว่าในการไปให้ข้อมูลของนายสุเทพ ต่อคณะกรรมการตรวจสอบเหตุการณ์ความรุนแรงระหว่างวันที่ 8-13 เม.ย.ยังพบว่าเป็นการให้ข้อมูลเท็จ โดยยืนยันว่านายกรัฐมนตรีอยู่ในรถ ซึ่งความจริงไม่เป็นเช่นนี้ ตนจะปล่อยให้คนที่พูดเท็จ มาดูแลงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานด้านความมั่นคงได้อย่างไร และที่สำคัญนายสุเทพ ยังถูก กกต.ชี้มูลความผิดเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงไม่อาจไว้ให้นายสุเทพ บริหารงบประมาณได้ต่อไป

 นายจตุพร กล่าวว่า การประชุมครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ครม.ได้อนุมัติงบประมาณจำนวนมากในการจัดซื้อรถหุ้มเกราะสำหรับผู้นำของประเทศ หากเป็นผู้นำแล้วยังขี้ขลาดหวาดกลัวจะมาเป็นผู้นำทำไม ลาออกไปเลย นอกจากนี้ยังมีการอนุมัติงบประมาณสำหรับตั้งกองร้อยพิเศษในการปราบปรามม็อบ โดยมีการอนุมัติงบในการจัดซื้ออุปกรณ์และอาวุธในการควบคุมม็อบ หรือเป็นเพราะว่าในการใช้กำลังทหารปราบการชุมนุมเมื่อช่วงเดือนสงกรานต์ที่ผ่านมามีการใช้กระสุนจริง จริงต้องมีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อจัดซื้ออาวุธ

 จากนั้น นายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประท้วงว่า นายจตุพร พูดความเท็จทั้งหมดและการอภิปรายไม่เป็นไปตามกรอบการอภิปรายงบประมาณ จึงอยากให้นายจตุพร ถอนการอภิปรายทั้งหมด เพราะการดำเนินการของรัฐบาลที่ผ่านมายังไม่พบการทุจริต แต่นายจตุพร กลับพยายามให้เห็นว่ามีการทุจริตเกิดขึ้น เหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 นายจตุพร กล่าวว่า สาเหตุที่ยอมรับไม่ได้กับงบประมาณของสตช.ที่ต้องไปรับใช้นักการเมืองและปฏิบัติสองมาตรฐานกับประชาชน นอกจากนี้ยังมีงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยอีกเป็นจำนวนมาก แต่ที่พูดวันนี้ไม่ได้ต้องการต่อรองขอแบ่งปันงบประมาณ แต่เวลานี้กำลังจะมีการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดสกลนคร แต่ปรากฏว่ามีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตเป็นจำนวนมาก และที่โรงพักไม่อนุญาตให้เก็บหีบเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่าได้นำหับบีบบัตรไปเก็บไว้ที่รถคุมขังผู้ต้องหาเคลื่อนที่ ทำให้การเลือกตั้งจังหวัดสกลนครแปลกประหลาดที่สุดมีการขนคนไปเลือกตั้ง เอาหีบบัตรใส่ในรถผู้คุมขัง ตนอยากบอกว่าให้เอาหีบบัตรออก แต่ให้เอาผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่ไปขังแทน เพื่อให้การเลือกตั้งเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม

 นายจตุพร กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แปลกประหลาดมากที่สุดที่เอาหับบัตรไปไว้ในรถคุมขังผู้ต้องหา จึงเกรงว่าจะมีการเปลี่ยนหีบบัตรเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะมีคนไปใช้สิทธิ์มากผิดปกติ ขณะนี้เดียวกันเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่มีสิทธิ์ไปบอกให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้า เพราะเหตุผลคือต้องการให้ผู้ติดภารกิจไม่สามารถมาเลือกตั้งได้ ไม่ใช่ขนคนมาเลือกตั้ง โดยมีการตั้งเป้าไว้ถึง 5 หมื่นคน และขนมาได้เพียง 2 หมื่นคนเท่านั้น จึงอยากร้องขอไปยัง กกต.ให้จัดการเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม หากไม่ยุติธรรมความสงบก็ไม่เกิดขึ้น

 ส.ส.สัดส่วนเพื่อไทย กล่าวว่า พฤติกรรมของรัฐบาลชุดนี้น่าเป็นห่วง เพราะนอกจากจะถูกทหารอุ้มเข้ามาแล้ว ยังมีกรณีกระทรวงกลาโหมจัดซื้อฝูงบินกริฟเพ่น ของกองทัพอากาศ ซึ่งมีความไม่โปร่งใส ที่มีการซื้อแพงเกินจริงกว่าประเทศอื่นๆ มูลค่าร่วมกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ซื้อจริงต้องใช้งบประมาณกว่า 3.4 หมื่นล้านเป็นงบผูกพัน ทำให้ประเทศไทยเสียค่าโง่ ไปกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ตนจะไม่ยอมให้กองทัพทุจริตเอาความปลอดภัยของประเทศไปหากิน ผิดกับสมัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรับมนตรี ที่เอาผัก เอาผลไม่ไปแลก เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ นอกจากนี้ขอพูดถึงงบของ กอ.รมน.เพื่อสร้างความจงรักภักดี แต่ปรากฏว่ารัฐบาลได้ใช้ความจงรักภักดี ไปหากินทางการเมือง มีการตั้งงบประมาณ ที่สร้างความไม่สบายใจให้คนในชาติ ประชาชน 60 ล้านคนจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาลโดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไม่มีสิทธิ์มาร้องขอให้ประชาชนจงรักภักดี เพราะประชาชนทุกคนจงรักภักดีอยู่แล้ว จึงขอร้องว่าอย่าให้สถาบันมาเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

 มาถึงช่วงนี้ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงว่า นายจตุพรไม่ควรพูดถึงสถาบันโดยไม่จำเป็นและไม่มีหลักฐานว่าเอาความจงรักภักดีมาหากิน จึงอยากให้ถอนคำพูด และในระหว่างที่นายจตุพร อภิปรายอยู่นั้น มีประชาชนชาวพิษณุโลกโทรศัพท์เข้ามาบอกว่านายจตุพรอย่าทำหน้าตาขมึงทึงระหว่างการอภิปราย

 จากนั้น นายจตุพร กล่าวว่า ตนเป็นนักการเมืองไม่ใช่หมอทำแท้ง ที่จะทำหน้าระรื่น ขณะนี้ นพ.วงรค์ ประท้วงและขอให้สิทธิ์พาดพิงให้นายจตุพร ถอนคำว่าหมอทำแท้งออกเพราะตนมีอาชีพเป็นหมอสูตินารีเวชมาก่อน ส่วนนายจตุพร กล่าวยืนยันว่า ตนไม่ได้บอกว่าเป็นหมอวรงค์เป็นหมอทำแท้ง ซึ่ง นพ.วรงค์ ยืนยันว่าจะต้องถอน เพราะตนเป็นหมอสูตินารีเวชจริง มีหน้าที่ทำคลอด หากภรรยาของนายจตุพร ต้องการจะทำแท้ง ตนก็สามารถช่วยได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนั้น มีส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายคนลุกขึ้นประท้วงและให้ถอนคำพูด อาทิ นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม.นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ส.ส.ตรัง จนทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างตรึงเครียด และทำให้นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม สั่งให้นายจตุพร ถอนคำพูด จนนายจตุพร ต้องถอนคำพูดในที่สุด

 นายจตุพร ได้อภิปรายต่อในส่วนของงบกระทรวงการต่างประเทศต่อว่า วันนี้รัฐบาลได้ทวงคืนเขาพระวิหารหรือยัง เพราะเห็นนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงเดินทางไปกัมพูชาหลายครั้ง แล้วได้มีการทวงคืนหรือยัง เพราะประเด็นนี้เป็นเรื่องที่พรรคประชาธิปัตย์ตราหน้า และโจมตีรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี และนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้กัมพูชามีการรุกล้ำอาณาเขตไม่ว่าจะเป็นการสร้างถนนเข้ามาในประเทศไทย รัฐบาลชุดนี้ได้ทำอะไรไปบ้าง วันนี้การบริหารประเทศรัฐบาลกำลังจะนำไปสู่ความหายนะ
 ต่อจากนั้นนายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นประท้วงว่า พรรคภูมิใจไทยเสียหายที่ถูกกล่าวหาว่ามีการกระทำส่อทุจริตเลือกตั้ง จนทำให้คนที่อยู่ในต่างประเทศ ต้องโทรมาหากำนันผู้ใหญ่บ้าน ว่าให้ต้องช่วยกัน ทั้งหมดนี้เป็นการกล่าวคำเท็จของนายจตุพร จึงอยากให้มีการถอนคำพูด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นนายจุมพฎ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย ซึ่งนั่งอยู่ในกลุ่มของส.ส.ภูมิใจไทย ได้ลุกขึ้นประท้วงว่านายจตุพรกล่าวพาดพิงว่าขายตัว ทั้งๆ ที่ตนได้แสดงเจตนาชัดเจนว่าเตรียมตัวจะย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ทำให้ครอบครัวและวงศ์ตระกูลของตนเสียหาย ดังนั้นจึงอยากสาปแช่ง สาบานให้คนที่ออกมากล่าวหาตนให้มีอันเป็นไป ถ้าตนรับเงินจากพรรคภูมิใจไทย แม้แต่บาทเดียวขอให้ตระกูลฉิบหายวายวอด

 ขณะที่นายจตุพร ยืนยันว่า ไม่ได้มีการพูดพาดพิงถึงนายจุมพฎ แต่อย่างใด ขณะที่นายจุมพฎ กล่าวว่า ตนยินดีที่จะลาออกจากพรรคเพื่อไทย แต่พรรคเพื่อไทยมีเงิน 11 ล้านบาทไว้วางให้ กกต.ในการจัดการเลือกตั้งใหม่ ตนไม่ได้อยากอยู่พรรคเพื่อไทย และไม่อยากอยู่ใต้อำนาจของใคร

 จากนั้น นายจตุพร ยืนยันว่า พรรคขับออกแน่นอน ไม่เอาคนทรยศไว้ในพรรคอย่างแน่นอน จึงอยากขอถาม กกต.ว่าถ้าจ่ายเงินแทนทำได้หรือไม่ แต่คนที่ออกมาพูดเช่นนี้เป็นการสะท้อนถึงความโง่

 ขณะที่ นายเชน เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นประท้วงกรณีกล่าวพาดพิง ที่ถูกนายจตุพรกล่าวพาดพิงถึงการเลือกตั้ง จ.สุราษฎร์ธานีว่า เสียใจที่มีส.ส.แบบนี้ โดยเป็นผู้ที่อาศัยเกิดที่ จ.สุราษฎร์ธานี แต่ไม่เคยกตัญญูกับพ่อแม่ แต่ไปกตัญญูกับคนที่จ่ายเงินให้ ไม่เคยคิดว่าจะเจออันธพาลในสภาแบบนี้

 มาถึงช่วงนี้ทำให้ นายจตุพร ลุกขึ้นมาประท้วงอย่างดุเดือดว่า ที่ตนนำข้อมูลการเลือกตั้งที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีมาพูด เพราะเป็นคำวินิจฉัยของกกต.แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเอาแม่ของตนมาพูด “ผมไปยุ่งอะไรกับแม่ของคุณ แม่ของผม ผมก็ดูแลของผมเอง คุณมาเกี่ยวอะไรด้วย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแม่ของคุณ”

 จนทำให้บรรยากาศช่วงนี้เกิดความวุ่นวาย และในที่สุดนายชัย ได้ตัดบทให้สมาชิกทุกคนพอแล้ว และไม่ควรโต้ตอบกันไปมา

 ต่อจากนั้นเชิดชัย พิเชียรวรรณ ส.ส.อุดรธานี พรรคภูมิไทย ได้ลุกขึ้นตอบโต้ที่นายจตุพร กล่าวหาว่ามีการขนคนไปเลือกตั้งล่วงหน้าที่จังหวัดสกลนครแบ่งเป็นวันคู่และวันคี่ ทำให้พรรคภูมิใจไทยเสียหาย จึงขอท้าให้ไปสาบานที่หน้าพระบรมรานุสาวรีย์รัชการที่ 7 ที่บริเวรหน้าอาคารรัฐสภา

 ขณะที่คุณหญิงกัลยา โสภณพณิช รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ได้ลุกขึ้นอภิปรายโดยขอใช้สิทธิ์พาดพิงว่า ตระกูลโสภณพณิช ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เคยโกงบ้านโกงเมือง ระหว่างนั้น นายชัย กล่าวว่า ถ้าไม่อย่างนั้นคงไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี

ภท.สาบานยันไม่ทุจริตเลือกตั่งซ่อมสกลฯ

หลังจากที่มีการท้าทายให้มีการสาบานในห้องประชุมสภาฯแล้ว ปรากฏว่าในเวลา 18.30 น. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ได้นำส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยรวม 6 คนลงมาสาบานต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า ร.7 ด้านหน้าอาคารรัฐสภา ว่า การอภิปรายของนายจตุพร พรหมพันธ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ใช้ถ้อยคำที่เป็นเท็จกรณีกล่าวหาเรื่องหาเสียงเลือกตั้งซ่อมสกลนคร หากเป็นเรื่องจริงขอให้พรรคภูมิใจไทยมีอันเป็นไปในทางการเมือง แต่ถ้าไม่จริงขอให้พรรคเพื่อไทยและนายจตุพรและครอบครัวพบกับความวิบัติ อย่ารุ่งเรืองทั้งอนาคตทางการเมืองและชีวิตในทางการเมือง ขอให้มีอันเป็นไปทันตาเห็นภายใน 7 วัน 10 วัน