
'คปท.ปิดถ.วิภาวดีแล้ว!ตร.โดนยิงตาย1
'คปท.ปิดถ.วิภาวดีแล้ว ขณะที่'ดาบตำรวจ'โดนยิงตาย 1 'การ์ดผู้ชุมนุม'ถูกกระสุนยิงหัวสาหัส
เมื่อเวลา 16.00 น.มวลชนคปท.นำรถยนต์เเละกำลังพลไปปิดถนนวิภาวดีรังสิต โดยก่อนหน้านั้นนายนิติธร ล้ำเหลือ เเกนนำคปท. ต่อรองตำรวจให้ส่งตัวผู้ชุมนุมคปท.ที่ตำรวจควบคุมตัวไว้หลังบุกเข้าอาคารกีฬาเวสน์ 2 โดยตำรวจรับปากขอเวลา 15 นาที จะส่งตัวผู้ชุมนุม 13 คนคืน เเต่ไม่มีวี่เเวว ทำให้นายนิติธรสั่งคปท.ปิดถนนวิภาวดีรังสิตทั้งขาเข้า-ขาออกทันที เเกนนำสั่งปิดถนนวิภาวดีรังสิตตั้งเเต่คืนนี้ไปถึงวันที่27ธ.ค. ส่วนหนึ่งก็ปิดด้านหน้าโรงพยาบาลทหารผ่านศึก โดยเเกนนำเคลื่อนตัวไปที่ด้านหน้าสโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิตเเละสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ทำให้การจราจรที่สี่เเยกสุทธิสารติดขัด ส่วนที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ไม่มีเเกนนำควบคุม ส่งผลให้การจราจรติดขัดทั้งระบบ ส่วนถนนมิตรไมตรีด้านหน้าอาคารกีฬาเวสน์ 2 นั้น ตำรวจยิงเเก๊สน้ำตาอีกครั้ง เเละบุกฝ่าการชุมนุมออกมาไปชั่วขณะ ทำให้ผู้ชุมนุมมีอารมณ์คุกรุ่นอีกครั้ง ทั้งนี้ มีการนำภาพตำรวจหลายนายใช้กระบองทุบตีรถกระบะสองคันของผู้ชุมนุมซึ่งคนขับเป็นผู้หญิงที่ด้านหน้าอาคารกีฬาเวสน์ 2 ด้วย
เมื่อเวลา17.30น.เเกนนำคปท.สั่งผู้ชุมนุมที่ปิดถนนวิภาวดีรังสิตทั้งสองฝั่งเริ่มถอนกำลังกลับไปชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลเเล้ว
"ดาบตำรวจ"ปะทะผู้ชุมนุมเสียชีวิตแล้ว 1 ราย
เมื่อเวลา 16.15 น.วันที่ 26 ธ.ค. พ.ต.ท.หญิง ศิริกุล ศรีสง่า รองโฆษกรพ.ตำรวจ เปิดเผยว่า ตลดทั้งวันมีตำรวจถูกยิงถูกตีที่เข้ามารักษาตัวที่รพ.28 ราย เสียชีวิต 1 ราย คือ ด.ต.ณรงค์ ปิติสิทธิ์ ผบ.หมู่ จร.สน.ตลาดพลู โดนยิงเข้าที่บริเวณหน้าอก ระหว่างที่เข้ามารักษาตัวแพทย์ช่วยชีวิตอย่างเต็มที่แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เพราะเสียเลือดมากเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนตำรวจที่บาดเจ็บแพทย์ได้รักษาตัว 10 ราย เพื่อรอดูอาการ ส่วนที่เหลือกลับบ้านได้
ด.ต.ชาติชาย ไชยภพ ผบ.ป้องกันปราบปรามสน.ตลาดพลู ผู้นำด.ต.ณรงค์ มารักษาตัว กล่าวว่า ตนกับผู้ตายพร้อมด้วยตำรวจจำนวน 155 คน มาดูแลความเรียบร้อยช่วงเกิดเหตุผู้ชุมนุมเข้ามาตำรวจไม่มีอาวุธอะไร ผู้ชุมเข้ามาทราบอีกทีตำรวจถูกยิง เหตุการณ์ครั้งนี้ผู้บังคับบัญชาบอกว่า ไม่ให้ทำร้ายประชาชนใช้แก๊สและกระบองเท่านั้น
"สธ."ยัน"การ์ดผู้ชุมนุม"ถูกยิงกระสุนจริงที่หัวอาการสาหัส ยอดเจ็บเพียบ
เมื่อเวลา 11.30 น.นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณะสุข นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณะสุข แถลงถึงการดูแลดูผู้บาดเจ็บของกลุ่มผู้ชุมนุมจากเหตุการณ์การปะทะที่สนามไทย-ญี่ปุ่น เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
นพ.ณรงค์ กล่าวว่า เราได้ทำงานร่วมกับกทม.มีทีมที่เข้าไป ซึ่งเป็นชุดกู้ชีพชั้นสูง โดยของกระทรวงสาธารณะสุข 4 ทีม ทำงานอยู่ในสนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และของกทม. ส่วนของกระทรวงสาธารณะสุข ได้วางชุดกู้ชีพไว้ 2 จุด คือ จุดทางด้านเหนือ มีทีมของรพ.รามาธิบดี ทำงานร่วมกับกทม. อีกจุดด้านใต้เป็นทีมของรพ.ราชวิถี ส่วนของกทม.จะอยู่ในจุดที่เรียกว่า กองชั่ง นอกจากนั้น มีทีมกู้ชีพของร่วมกตัญญู ซึ่งเป็นทีมกู้ชีพพื้นฐาน 16 ทีมประกบกับทีมกู้ชีพชั้นสูงและเตรียมกำลังได้อีก 30 ทีม อยู่รอบนอกของกทม.
นพ.ณรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ได้สั่งให้ทีมจากปริมณฑลเข้ามาอีก 8 ทีม เป็นของรพ.พระนั่งเกล้า 2 ทีม ไปอยู่ที่รพ.นพรัตน์ เพื่อดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไปบ้านน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี จากปทุมธานี 2 ทีม สมุทรสาคร 2 ทีม นครปฐม 2 ทีมมาเตรียมพร้อมที่รพ.สงค์ รวมแล้วเรามีทีมที่เข้ามาดูแลผู้ชุมนุมกว่า 20 ทีมทำงานร่วมกับมูลนิธิร่วมกตัญญู ที่มี 16 ทีม และรอบนอกกทม.อีก 30 ทีม เป็นการเตรียมการทั้งหมด
นพ.ณรงค์ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับผู้บาดเจ็บเริ่มทยอยเข้ามาตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาเราใช้ศูนย์ 1669 ของรพ.ราชวิถีเป็นจุกสั่งการที่จะส่งผู้ป่วย เบื้องต้นส่งรพ.ราชวิถี
ด้านนพ.สุพรรณ กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาเรารับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมทางการเมืองจนถึงเวลา 11.30 น.แล้ว 32 ราย แยกรักษาที่รพ.ราชวิถี 25 ราย รพ.รามาธิบดี 5 ราย รพ.พระมงกุฎ 1 ราย รพ.พญาไท 1 ราย ส่วน ใหญ่ได้รับบาดเจ็บจากแก๊สน้ำตา และถูกยิงด้วยกระสุนยาง 2 ราย บางส่วนกลับบ้านไปแล้ว บางส่วนอยู่ระหว่างดูอาการ และ มี 1 ราย เป็นชายทราบว่า เป็นการ์ดของกลุ่มผู้ชุมนุมอาการสาหัสถูกยิงที่กระสุนจริงเข้าที่ศีรษะ ตอนนี้รักษาตัวที่รพ.ราชวิถี แพทย์ได้ทำทีซีสแกนและทำการผ่าตัด เพื่อเอากระสุนออก ขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่าเป็นกระสุนประเภทไหนอย่างไร ต้องรอการผ่าตัดเสร็จสิ้นก่อนจะทราบรายละเอียดที่แน่นอน ซึ่งทางกระทรวงจะชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง
"คปท."ขอเจรจาให้ตำรวจปล่อยตัวผู้ชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก กกต.และผู้สมัครออกมาจากพื้นที่หมดแล้ว แกนนำก็ได้ประกาศให้ผู้ชุมนุมกลับไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพราะมีข่าวว่า ตำรวจจะเข้าไปสลายในบริเวณดังกล่าว แต่ทั้งนี้ยังมีส่วนหนึ่งที่อยู่าบริเวณหน้าศูนย์เยาวชน กทม. ไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) ซึ่งมีการปะทะเป็นระยะๆ โดยมีรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าสนามกีฬาเสียหายหลายคัน ทั้งนี้เวลา 13.45 น. นายนิติธร ล้ำเหลือ พร้อมแกนนำ คปท.ได้เดินทางกลับมา เพื่อขอเจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้ชุมนุมที่ถูกจับไป 10 กว่าคน โดยได้เจรจา นายนัสเซอร์ ยีหมะ หัวหน้าการ์ด คปท. ได้เจรจา กับ พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล โดยผู้ชุมนุมได้ตั้งแนว และตำรวจได้ถอยร่นมาตั้งแถว ทำให้เหตุการณ์สงบลงชั่วคราว
ตร.คุมตัว14ผู้ชุมนุมหน้าสนามไทยญี่ปุ่น มากองปราบก่อนส่งตัวภาค1
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดช่วงบ่ายที่ผ่านมากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนภายในศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ซึ่งใช้เป็นสถานที่รับสมัครและจับสลากหมายเลขพรรคการเมืองที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์อย่างน้อย 3 ลำสลับกันขนย้ายผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวได้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่หลังเกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับตำรวจ ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา มาแวะพักที่ บก.ป.โดยเฮลิคอปเตอร์ได้บินขึ้นลงที่สนามฟุตบอลด้านหลังอาคาร 4 ชั้นของ บก.ป. หลายรอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า ในการแวะลงจอดนั้น ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ชุมนุมที่จับกุมตัวได้ทั้งหมด 14 คน เป็นชาย 13 คน หญิง 1 คน เบื้องต้นทราบชื่อ 2 คน คือ นายชานนท์ จันทอง อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 632 หมู่ 5 ต.ไร่เก่า อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ และนายวรัท สุทธิโอภาส อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/102 ซอยเพชรเกษม 114 แขวงหนองค้างพลู เขตหนองแขม กทม. โดยแต่ละคนอ้างว่า มาร่วมสังเกตการณ์ นำข้าวกล่องมาส่ง หรือนำกระสอบมาส่งให้กลุ่มผู้ชุมนุม โดยในกลุ่มผู้ชุมนุมชายที่ถูกควบคุมตัวมานั้น จากการประเมินด้วยสายตา เบื้องต้นพบว่า มีแผลได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ใบหน้า และขา เมื่อมาถึงตำรวจนำตัวไปควบคุมไว้ที่ห้องขัง ก่อนจะนำตัวขึ้นรถตู้ และเฮลิคอปเตอร์ไปส่งที่ ตชด.ภาค 1 จ.ปทุมธานี เพื่อควบคุมตัวและสอบสวนดำเนินคดี
ส่วนตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งถูกส่งตัวมาพักที่ บก.ป.นั้นมี 5 นาย ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ ทราบชื่อ 1.ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์ ดวงใจ อายุ 29 ปี ชุดควบคุมฝูงชน ตำรวจภูธร จ.จันทบุรี ได้รับบาดเจ็บจากการถูกระเบิดปิงปองที่ขาซ้าย 2. ส.ต.ต.ธีรยุทธ ทองพูด อายุ 25 ปี สังกัดกองร้อย 3 กก.1 บก.อคฝ.ถูกกระสุนหัวน็อตที่ขาขวา และ3. ส.ต.ต.ศิริวัฒน์ สีวิเส็ง อายุ 27 ปี สังกัดกองร้อย 2 กก.1 บก.อคฝ.ถูกประทัดยักษ์ ได้รับบาดเจ็บที่โหนกแก้มซ้าย ส่วนตำรวจอีก 2 นาย เป็นนายตำรวจระดับ พ.ต.ท.หนึ่งนาย โดยตำรวจทั้งสองนายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากแก๊สน้ำตา
ส.ต.อ.เกียรติศักดิ์ กล่าวว่า ช่วงที่เริ่มมีการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ช่วงเช้า มารู้สึกตัวว่าได้รับบาดเจ็บในช่วงสายก่อนจะมีเพื่อนเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติภารกิจร่วมกันบริเวณประตู 1 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พยุงออกมาจากจุดปะทะ หลังจากนั้นก็ไม่ทราบว่า เหตุการณ์เป็นเช่นไร แต่ยังมีสติดี โดยเจ้าหน้าที่ได้พาขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาพร้อมกับ ส.ต.ต.ธีรยุทธ และ ส.ต.ต.ศิริวัฒน์
ต่อมาเวลา 14.50 น. พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. เดินทางมายัง บก.ป.เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติ โดย พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ผู้ชุมนุมที่ถูกควบคุมตัวได้นั้น จะถูกดำเนินคดีในข้อหาขัดขวางเลือกตั้ง บุกรุกสถานที่ราชการ และก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยจะนำตัวไปควบคุมไว้ที่ ตชด.ภาค1 และจะทำการสอบสวนดำเนินคดี
"ชมรมช่างภาพ"ออกเเถลงการณ์ประณามการทำงานของตร.
นายฉลาด จันทร์เดช ประธานชมรมช่างภาพการเมือง ได้เผยแพร่แถลงการณ์ชมรมช่างภาพการเมือง ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "Chalard Jandech" เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลได้พินิจวิเคราะห์การทำงานของสื่อมวลชน เพื่อรายงานภาพข่าวในพื้นที่ด้วยความสัตย์จริง กรณีที่มีการยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนยางเข้าใส่สื่อมวลชนที่ไปทำข่าวผู้ชุมนุมกลุ่มคปท.ปิดล้อมอาคารไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เพื่อไม่ให้มีการจับสลากหมายเลขพรรคการเมือง ทั้งนี้ ยังขอประณามการใช้ความรุนแรงต่อสื่อมวลชนและประชาชนในครั้งนี้ด้วย
เนื้อหาแถลงการณ์ดังกล่าว มีดังนี้
ชมรมช่างภาพการเมือง ขอประณามการกระทำความรุนแรงต่อสื่อมวลชนและประชาชน
ด้วยเมื่อเวลาประมาณ 07.00 น. วันที่ 26 ธันวาคม 2556 กลุ่มมวลชนคปท.และประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการจับฉลากของพรรคการเมืองในบริเวณอาคารสนามกีฬาเวศน์ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง กทม.โดยมีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ดูแลในการจับฉลากพรรคการเมืองในครั้งนี้ และมีกองกำลังตำรวจทหารเป็นผู้รักษาความปลอดภัย โดยส่วนหนึ่งของกลุ่มผู้ชุมนุมคปท.และประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำในครั้งนี้ และพยายามที่จะบุกเข้าไปขัดขวางการจับฉลาก แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบจลาจล ยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มคปท.และประชาชนจนทำให้แตกกระเจิง พร้อมกับใช้ปืนกระสุนยางยิงใส่อย่างไม่ยั้งมือ แม้กระทั่งผู้สื่อข่าวที่ติดปลอกแขนการทำหน้าที่ของสื่อให้เห็นเด่นชัดอยู่แล้ว จนได้รับบาดเจ็บด้วยกระสุนยางพร้อมกับประชาชนไปหลายราย
ทางชมรมช่างภาพการเมือง ขอเรียกร้องการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบจลาจลได้พินิจวิเคราะห์การทำงานของสื่อมวลชน เพื่อรายงานภาพข่าวในพื้นที่ด้วยความสัตย์จริงต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และขอประณามการใช้มาตรการความรุนแรงต่อสื่อมวลชนและประชาชนในครั้งนี้



