ข่าว

'ปชป.'เมินรัฐตั้ง'สภาปฏิรูป'

'ปชป.'เมินรัฐตั้ง'สภาปฏิรูป'

26 ธ.ค. 2556

'ปชป.' เมินรัฐตั้งสภาปฏิรูป จวก 'ปู' ชิงความได้เปรียบการเมือง 'มาร์ค' จ่อร้อง 'ยิ่งลักษณ์' ผิดกม.เลือกตั้ง จี้กกต.ฟันก่อน 2 ก.พ.

               26 ธ.ค.56 ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งชุดเก่าและชุดใหม่ เพื่อวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งใช้เวลาเกือบ 3 ชั่วโมง จากนั้น นายอภิสิทธิ์ แถลงว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ประกาศตั้งสภาปฏิรูปประเทศ โดยเห็นว่า เป็นการประกาศไม่ตรงกับเจตนารมณ์และข้อเสนอของหลายองค์กรที่เสนอมา โดยรัฐบาลยังไม่มีคำตอบในการแก้ปัญหาสถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับการเลือกตั้ง แต่กลับยืนยันจะจัดในวันที่ 2 ก.พ.57 ซึ่งยังไม่มีคำตอบว่า การปฏิรูปคู่ขนานจะตอบโจทย์ประเทศได้จริง เพราะมีคำถามในเรื่องกฎหมายที่ผูกมัดให้รัฐบาลหลังเลือกตั้งต้องมาดำเนินการตามนี้ และคณะกรรมการสรรหาจะได้บุคคลที่รัฐบาลต้องการหรือไม่ เพราะองค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหามีความผูกพันกับรัฐบาลอยู่โดยพรรคเห็นว่า นายกฯและรัฐบาลขาดความชอบธรรมที่จะเป็นเจ้าภาพในเรื่องนี้ เพราะที่ผ่านมานายกฯไม่มีท่าทีในการผลักดันการปฏิรูป มุ่งแต่จะทำเรื่องที่เป็นประโยชน์กับครอบครัวคือนิรโทษกรรมให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พี่ชายและพวกพ้องมากกว่าการปฏิรูปประเทศ

               “เห็นได้ชัดว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ กระทำเพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง เบี่ยงเบนประเด็นแต่ยังคงเดินไปสู่เป้าหมายที่ตัวเองกำหนดอย่างไม่หยุดยั้ง โดยยังสอดไส้เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าไปด้วย ไม่มีแนวโน้มที่จะจัดการปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในโครงการต่างๆ ตามข้อเรียกร้องของสังคม อีกทั้ง ยังใช้สถานะความเป็นนายกฯ ทำกิจกรรมที่อ้างว่า บริหาร แต่มุ่งความได้เปรียบหรือคะแนนนิยมในการเลือกตั้ง มุ่งลงพื้นที่อย่างเดียว มีภาพเจ้าหน้าที่ ประชาชน มาแสดงการสนับสนุนพรรคการเมือง ซึ่งขัดต่อกฎหมายเลือกตั้งและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พรรคได้ให้ฝ่ายกฎหมายรวบรวมหลักฐานร้องต่อ กกต.เพราะมีบางคนเห็นว่า การกระทำของน.ส.ยิ่งลักษณ์ มีความผิดสมบูรณ์แล้ว และอยากให้ กกต.ชี้มูลโดยเร็วก่อนการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาว่า เมื่อไปชี้มูลหลังเลือกตั้งแล้วก็จะมีการอ้างว่าได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเข้ามาแล้ว” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือการทำกิจกรรมของพรรค เกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศ ในช่วงหลังปีใหม่ โดยจะทำใน 2 ระดับ คือ 1.เชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลและองค์กรที่สนใจการปฏิรูป และ 2.เคลื่อนไหวจัดกิจกรรมกับมวลชนทั่วประเทศทุกภาค หัวข้อแรกคือ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นกับการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม การที่พรรคไม่ลงสมัครเลือกตั้งไม่ช่วงชิงอำนาจ เพราะต้องการร่วมกับประชาชนในการปฏิรูปประเทศ โดยจะทำให้เร็วที่สุด และคิดว่า ใช้เวลาไม่ถึงปีแน่นอน เพื่อจะได้รูปธรรมของการปฏิรูปอย่างชัดเจนเพื่อนำเสนอต่อไป โดยแนวทางเบื้องต้นจะยึดตามพิมพ์เขียวประเทศไทยและ 10 ฐานรากของประเทศ ที่พรรคเคยศึกษาเอาไว้แล้ว รวมถึงการเสนอกฎหมายที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศ เช่น กฎหมายทุจริตไม่มีอายุความ กฎหมายภาษีที่ดิน เป็นเรื่องพรรคทำมาแล้วไม่ต้องเริ่มใหม่ โดยคาดว่า จะใช้เวลาไม่ถึง 1 ปีน่าจะเห็นเป็นรูปธรรม

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่ออีกว่า ยืนยันว่าการรณรงค์ในเรื่องปฏิรูปประเทศเป็นคนละส่วนกับกระบวนการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น และย้ำว่า พรรคไม่มีการขัดขวางการเลือกตั้ง แต่คิดว่าจะมีคนมาขัดขวางการจัดกิจกรรมของพรรคมากกว่า โดยตนตั้งใจจะไปในทุกภาคของประเทศ ทั้งนี้ ได้ย้ำกับสมาชิกพรรคว่า อย่าทำผิดกฎหมาย ให้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญหากมีการไปขึ้นเวทีปราศรัย เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนก็เป็นบทบาทที่พึงกระทำได้ แต่ก็รู้ว่ามีคนจ้องจะยื่นยุบพรรคอยู่ แต่เราก็พิสูจน์ได้ทุกครั้งว่าพรรคไม่ทำผิดกฎหมาย และอยากถามว่า พรรคเพื่อไทยที่เอาผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ สมควรถูกยุบหรือไม่ เพราะศาลอุทธรณ์เพิ่งชี้ว่า การเผาห้างเซ็นเตอร์วัน เป็นการกระทำโดย นปช.และถือเป็นการก่อการร้าย

               นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า มีความเป็นห่วงต่อการเลือกตั้งวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ว่า จะเดินหน้าต่อได้หรือไม่ เพราะกกต.ทั้ง 5 คน ก็พูดหลายครั้งว่าห่วงใย ซึ่งตนเห็นใจว่า กกต.มีหน้าที่ต้องทำ เพราะนายกฯเดินทางไปถึงสำนักงาน กกต.พร้อมกับยืนยันว่า การเลือกตั้งต้องเกิดวันที่ 2 ก.พ.57 ดังนั้น ความรับผิดชอบจึงอยู่ที่รัฐบาล ขณะเดียวกันขอฝากเจ้าหน้าที่ทุกระดับว่า ต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ไม่เช่นนั้นจะสร้างปมขัดแย้งต่อไปในอนาคต เพราะหลังเปิดรับสมัครเป็นต้นมาก็มีความไม่ปกติหลายอย่าง เช่น การเปิดให้เข้าไปยื่นความจำนงรับสมัครนอกเวลาราชการ ส่วนเหตุการณ์การยิงแก๊สน้ำตา ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง นั้น มีกระแสข่าวถึงขั้นว่ามีการยิงกระสุนจริงใส่ผู้ชุมนุม ซึ่งต้องติดตามข้อเท็จจริงต่อไป ในขณะที่ภายในอาคารมีการจับสลากเบอร์ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อนั้น สะท้อนว่า คนในสังคมเหมือนอยู่คนละโลก นายกฯมีหน้าที่บริหารประเทศว่าจะปล่อยให้คนในสังคมอยู่คนละโลกอีกนานเท่าไหร่ ทำไมไม่ให้คนกลับมาเป็นหนึ่งเดียวอยู่ในโลกเดียวกัน ด้วยการสละประโยชน์ตัวเองเสียบ้าง แต่ตนก็ค่อนข้างจะเหนื่อยกับการแนะนำนายกฯแล้ว