
มติ'ป.ป.ช.'แจ้งข้อหา'สมศักดิ์-นิคม'
'ป.ป.ช.'มีมติแจ้งข้อกล่าวหา'สมศักดิ์-นิคม'หลังถูกร้องถอดถอน กรณีแก้รธน.ที่มาส.ว.เรียกให้มาชี้แจง 10 ม.ค.57 ส่วนอีก 381 คน รอลุ้น 7 ม.ค.57 จะโดนด้วยหรือไม่
26 ธ.ค.56 เมื่อเวลา 15.00 น. นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษกป.ป.ช. แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่ ถึงความคืบหน้ากรณีกล่าวหาส.ส.และส.ว. จำนวน 383 คน ว่า กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ และร้องขอให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง กรณีเสนอร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มา ส.ว.ว่า ตามที่คณะกรรมการป.ป.ช.มีคำสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยคณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งชุดร่วมเป็นองค์คณะในการไต่สวนข้อเท็จจริง ตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.2556 นั้น คณะกรรมการป.ป.ช.ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงรวม 6 ปาก มีการขอเอกสารหลักฐานจากศาลรัฐธรรมนูญ รัฐสภา และจากผู้ร้องเป็นจำนวนมากแล้ว พิจารณาเห็นว่า พยานหลักฐานตามที่ได้ในขณะนี้เพียงพอต่อการแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีผู้กระทำการส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ ส่อว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 รวม 2 ราย คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา จึงมีมติให้แจ้งข้อกล่าวหา โดยวันนี้ ป.ป.ช.จะทำหนังสือแจ้งไปยังทั้งสองคนให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 10 ม.ค.2557 ทั้งนี้ สำหรับประธานวุฒิสภายังสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อยู่ เนื่องจากยังไม่มีการชี้มูล แต่จะเปิดโอกาสให้มาชี้แจง หากไม่มาจะต้องพิจารณาว่าจะชี้มูลต่อไปหรือไม่
นายวิชา กล่าวต่อว่า ในส่วนของส.ส.และส.ว.จำนวน 381 คน ที่เหลือ ซึ่งถูกร้องในข้อหาเดียวกันนั้น เนื่องจากมีจำนวนมากและมีรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติการณ์ที่ถูกกล่าวหาแตกต่างกัน คณะกรรมการป.ป.ช.จึงเห็นสมควรให้สรุปสำนวนและลงมติว่า จะแจ้งข้อกล่าวหาทั้ง 381 คน ในวันที่ 7 ม.ค.2557 ได้หรือไม่



