ข่าว

ปะทะเดือดที่บันนังสตาโจรใต้ดับ4ราย

ปะทะเดือดที่บันนังสตาโจรใต้ดับ4ราย

18 มิ.ย. 2552

ทหารสั่งคุมแจเมืองนราฯ หลังมือดีฉกชุดอส. 30 ชุดจากบ้านนายอำเภอ คาดนำไปแต่งแฝงตัวเป็นเจ้าหน้าที่เตรียมก่อเหตุใหญ่ โจรแต่งโม่งเอ็ม16 จี้หัว จับคนงานมัด ก่อนเผาแบ็กโฮวอด 2 คัน ขณะที่ "เทือก" บินด่วนลงพื้นที่อีกรอบ หวังขันน็อตมาตรการดูแลความปลอดภัย-จี้คดีถล่ม

 เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 18 มิถุนายน 2552 พ.ต.ท.จำลอง ศุภลักษณ์ สว.หน.สภ.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.นราธิวาส และกำลังจำนวนหนึ่งรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งคนร้ายลอบวางเพลิงรถแบ็กโฮ จำนวน 2 คัน ที่รับจ้างขุดอ่างเก็บน้ำจากสำนักงานชลประทาน จ.นราธิวาส  ซึ่งจอดอยู่บนถนนเลียบอ่างเก็บน้ำ หลังหมู่บ้านปะลุกาแปเราะ หมู่ 7 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ เหตุเกิดขึ้นในช่วงคืนวันที่ 17 มิถุนายน

 ที่เกิดเหตุพบรถแบ็กโฮ  2 คัน ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบเศษผ้าชุบน้ำมันเชื้อเพลิงส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งวางอยู่ภายในห้องคนขับทั้ง 2 คัน และยังมีถังแกลลอนน้ำมันขนาดบรรจุ 20 ลิตรวางอยู่บนพื้น ซึ่งเป็นของคนร้ายที่ใช้ในการลอบวางเพลิง ห่างจากซากรถแบ็กโฮ ประมาณ 50 เมตร ซึ่งเป็นสวนลองกอง ยังตรวจสอบพบเส้นลวดตกอยู่ใต้โคนต้นลองกอง ความยาวประมาณ 2 ฟุต จำนวน 1 เส้น

 สอบสวนนายอาหามะ ยามิง อายุ 28 ปี คนงานทราบว่า หลังคนงานเสร็จภารกิจในแต่ละวัน จากการขุดอ่างกักเก็บน้ำ ก็ได้ขับรถแบ็กโฮมาจอดเทียบคู่กันที่บริเวณเต็นท์ แล้วเดินทางกลับบ้านพัก โดยนายอาหามะและพวกรวม 3 คน ก็ได้มาเข้าเวรเฝ้ารถแบ็กโฮทุกๆวัน แต่ระหว่างที่นั่งรวมกลุ่มคุยกันภายในเต็นท์ ก็มีคนร้าย 5 คน แต่งกายชุดดำ สวมหมวกไหมพรม มีปืนเอ็ม16 คนละกระบอก วิ่งกรูออกมาจากสวนลองกอง แล้วใช้ปืนจี้ที่ศีรษะของนายอาหามะและพวก บังคับให้เดินเข้าไปในสวนลองกอง พร้อมทั้งได้ใช้ลวดมัดมือนายอาหามะและพวกทั้ง 3 คน ผูกติดไว้กับต้นลองกอง

 จากนั้นคนร้ายได้เดินมาที่รถแบ็กโฮ ใช้ผ้าชุบน้ำมันเชื้อเพลิงที่เตรียมใส่แกลลอนมา นำไปวางไว้บริเวณใต้ห้องเครื่อง แล้วจุดไฟเผาก่อนหลบหนี ต่อมานายอาหามะและพวกหลุดออกมาจากการถูกมัด จึงวิ่งไปแจ้งนายฮามิ ยากา อายุ 58 ปี ผู้ใหญ่บ้านปะลุกาแปเราะ หมู่ 7 ต.ปะลุกาสาเมาะ อ.บาเจาะ และพากันไปแจ้งความ

 มีรายงานว่า เมื่อเวลา 16.20 น. ทหารได้สนธิกำลังปิดล้อมและเข้าตรวจค้นแหล่งต้องสงสัยว่า เป็นที่หลบซ่อนของกลุ่มก่อความไม่สงบ ในพื้นที่หมู่ 8 บ้านตือแระ ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา  ปรากฏว่าขณะตรวจค้นได้เกิดยิงปะทะกัน ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียชีวิตรวม 4 คน ส่วนฝ่ายเจ้าหน้าที่ปลอดภัย

 วันเดียวกัน พล.ต.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ฉก.นราธิวาส ได้สั่งการด่วนไปยัง ผู้บังคับการชุดเฉพาะกิจทั้ง 9 ชุด ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ทั้ง 13 อำเภอของ จ.นราธิวาส ให้เพิ่มมาตรการเข้มงวดในการสนธิกำลังกับตำรวจและฝ่ายปกครอง เพื่อตรวจสอบบุคคลต้องสงสัยที่สัญจรไปมาบนถนนสายหลักและสายรอง หลังได้รับแจ้งว่าชุดเครื่องแบบของอาสาสมัครรักษาดินแดนประจำที่ว่าการ อ.เมืองนราธิวาส จำนวน 30 ชุด ได้หายไปอย่างลึกลับจากบ้านพักของนายสุรชัย ชวาลารัตน์ นายอำเภอเมืองนราธิวาส เมื่อช่วงคืนของวันที่ 17 มิถุนายน 2552 หลังเตรียมนำมาแจกจ่ายให้cdjอาสาสมัครรักษาดินแดน เพราะเกรงว่าอาจจะตกถึงมือกลุ่มคนร้ายและนำไปสวมใส่เพื่ออำพรางเป็นเจ้าหน้าที่ตระเวนก่อเหตุร้ายในพื้นที่ได้

 ขณะเดียวกัน ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.พิเชษฐ์ วิสัยจร แม่ทัพภาค 4 พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสมพลเรือนตำรวจทหาร พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายสมโภชน์ สุวรรณรัตน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกันแถลงข่าวถึงการปฏิบัติงานแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

 พล.ท.กสิกร กล่าวว่า ทหารได้รับกำลังเพิ่มเติมจากกองทัพบกให้ลงมาปฏิบัติหน้าที่เพิ่มเติม เพื่อมาดูแลความปลอดภัยประชาชน ครู และพระสงฆ์ได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งกำลังทหารชุดนี้ถือเป็นกำลังที่มีความสามารถพิเศษในการปฏิบัติหน้าที่ โดยในช่วงแรกจะลงพื้นที่เพื่อเริ่มปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 18-30 มิถุนายน คาดหวังว่ากำลังดังกล่าวจะสามารถควบคุมสถานการณ์ให้ดีขึ้นได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งกองกำลังชุดนี้ จะเป็นกองกำลังเสริมที่ลงมาช่วยปฏิบัติงานกับกองกำลังทหารเดิมในพื้นที่ ที่อาจจะมีความอ่อนล้าจากการปฏิบัติงานในพื้นที่มาอย่างยาวนานด้วย

 ทั้งนี้ พื้นที่ที่เสริมกำลังจะเป็นพื้นที่หลักๆ ที่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ โดยเฉพาะการติดตามกลุ่มคนร้ายตามพื้นที่ป่าเขาต่างๆ และตามหมู่บ้านเป้าหมาย เช่น อ.บันนังสตา อ.รามัน จ.ยะลา อ.เจาะไอร้อง อ.บาเจาะ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ส่วน จ.ปัตตานี ก็จะเป็นพื้นที่ อ.หนองจิก อ.สายบุรี อ.กะพ้อ และ อ.ทุ่งยางแดง 

  พล.ต.ท.พีระกล่าวถึงความคืบหน้าด้านคดียิงถล่มมัสยิดบ้านไอปาแย ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาสว่า ขณะนี้สอบพยานได้ 34 ปาก รวมทั้งวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะปลอกกระสุน พบว่าคนร้ายใช้ปืนจำนวน 3 ชนิดคือ อาก้า เอ็ม 16 และลูกซอง จากการตรวจสอบปลอกกระสุนอาก้า พบว่าเคยใช้ก่อเหตุในพื้นที่ ต.ตันหยงลิมอ อ.ระแงะ จ.นราธิวาส กรณีนี้ได้ตั้งชุดสอบสวนพิเศษเฉพาะกิจลงไปในพื้นที่คลี่คลายคดีให้รวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด ส่วนความคืบหน้าคดีอื่นๆ ทั้งคดียิงพระ  ยิงครูในพื้นที่ อ.รามัน ก็อยู่ในการดำเนินการสืบสวนสอบสวนอยู่ 

  ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เปิดเผยว่า ได้เดินทางลงไปจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้งในวันเดียวกัน เพื่อประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ในการกวดขันดูแลความปลอดภัยต่างๆ ทั้งวัด มัสยิด และจะถือโอกาสติดตามความคืบหน้าของคดีความต่างๆ ด้วย รวมทั้งไปร่วมในพิธีศพของตำรวจ สภ.สายบุรี ทั้งนี้ในการหารือร่วมกับเจ้าหน้าที่ จะได้นำประเด็นที่เป็นความห่วงใยของประชาชนและสื่อมวลชนไปแจ้งให้เขาทราบด้วย และจะได้ขอให้เจ้าหน้าที่กวดขันให้มากยิ่งขึ้น ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาไต่สวนคดีลอบยิงถล่มมัสยิดที่ จ.นราธิวาสนั้น ขณะนี้ได้ดำเนินการไปตามกระบวนการปกติก่อน

 ถามว่า มีหลายฝ่ายวิจารณ์ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาภาคใต้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะพล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ผู้ใกล้ชิดกับกลุ่มพันธมิตร รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า ก็แล้วแต่คนมอง แต่ตนมีโอกาสเข้าไปใกล้ชิดผู้ปฏิบัติงาน ได้ลงไปในพื้นที่บ่อยๆ  ก็เข้าใจถึงความยากลำบากในการปฏิบัติงานในพื้นที่ เข้าใจผู้ปฏิบัติงาน ยืนยันว่าขณะนี้ผู้ปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ ไม่ได้มีปัญหา ทั้งฝ่ายกองกำลัง ฝ่ายพลเรือนก็ประสานงานกันดี