
'นายกฯ'น้ำตาคลอ!รับห่วงสถานการณ์
'นายกฯ'น้ำตาคลอ!ยืนยันจะประคับประคองสถานการณ์ให้ดีที่สุดภายใต้กม. พร้อมปฏิเสธดีเบทกับ'สุเทพ'ชวน'เลขาฯธิการกปปส.'นำข้อเสนอมาดีเบตบนเวทีปฏิรูป ยันเป็นกลาง
เมื่อเวลา 11.45 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากแขวงการทางเชียงใหม่ที่ 3 จ.เชียงใหม่ ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ท้าดีเบทเรื่องการปฏิรูปประเทศว่า ในความเป็นจริงตนคงไม่ใช่คู่ดีเบทกับนายสุเทพ เพราะเวทีที่เสนอนั้นเป็นเพียงข้อเสนอที่จะรับฟังข้อคิดเห็นและถือเป็นเวทีสาธารณะ อยากให้มีการดีเบทในเวทีสาธารณะมากกว่า
"และถ้าจะให้ดีก็อยากเชิญ กปปส.มาดีเบทในสภาปฏิรูป เพราะถือเป็นเวทีสาธารณะกลางมากกว่า"นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า นายสุเทพ ระบุ คณะกรรมการ 8 คน เป็นคนที่นายกฯ ควบคุมสั่งการได้ สุดท้ายเป็นระบอบทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ในข้อเสนอคณะกรรมการทั้ง 11 คนนั้น เป็นเพียงผู้ที่จะบอกว่า สัดส่วนใน 2,000 คนนั้น ประกอบด้วยใครบ้าง คณะกรรมการชุดนี้ไม่มีหน้าที่ที่จะกำหนดว่าจะเป็นใครบ้าง เพียงแต่ให้เกิดความแน่ใจว่า ในกลุ่มที่จะเข้ามาเพื่อคัดเลือกใน 2,000 คนแรกนั้น มีการกระจายในทุกกลุ่ม และในทุกสาขาอาชีพเท่านั้น อีกทั้ง ในทุกสาขาอาชีพต้องเสนอตนเองเข้ามา เพื่ออาสาที่จะเป็นผู้แทนในเวทีสภาปฏิรูปประเทศและการเลือกก็ไม่ใช่ทั้ง 11 คน แต่ 2,000 คนนั้น จะเป็นผู้เลือกคณะที่เข้ามาทำงานในสภาปฏิรูปฯ จำนวน 499 คน ทั้งหมดจะไม่เกี่ยวข้องกับ 11 คนแรกที่ได้พูดถึง
“ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะเวทีนี้เป็นเวทีสาธารณะจริงๆ ทางเจ้าหน้าที่มีหน้าที่อำนวยความสะดวกเท่านั้น เพื่อให้เกิดกลไกและดำเนินการ ส่วนการคัดเลือกจะขึ้นอยู่กับผู้เสนอตัวเข้ามาสมัคร ซึ่งจะเป็นตัวแทนของแต่ละกลุ่ม เช่น สาขาอาชีพของอุตสาหกรรม ทางกลุ่มอุตสาหกรรมต้องคัดเลือกกันเข้ามาว่า ใครจะเป็นตัวแทนที่จะเข้ามา ฉะนั้น ทั้ง 11 คนไม่สามารถไปเลือกคนที่มาเป็นสภาปฏิรูปฯได้เลย" นายกฯ กล่าว
เมื่อถามว่า มั่นใจว่า เป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดแล้วใช่หรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยพูดเช่นนั้น เป็นเพียงข้อเสนอที่พร้อมจะรับฟัง เพราะถ้าเราไม่มีข้อเสนอตั้งต้น เป็นกรอบโครงสร้างก็จะไม่สามารถผลักดันให้ไปสู่แนวทางปฏิบัติได้ เพราะเราได้รับฟังข้อคิดเห็นจากหลายคนและหลายเวที ยังไม่มีแผนลงลึกที่จะปฏิบัติจึงเสนอแนวทางดังกล่าวขึ้นมาและยินดีที่จะรับฟัง และถ้าแผนดังกล่าวเห็นชอบได้เร็ว เราก็สามารถประกาศได้เร็ว แต่ถ้ายังมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกัน เราต้องฟังไปเรื่อยๆ วันนี้เราอยากให้ประเทศมีทางออก และเกิดความสบายใจแก่ทุกฝ่าย เพราะในส่วนนี้แม้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งก็สามารถต่อได้ หรือจะปรับเปลี่ยนก็ทำได้อยู่ วันนี้เราทำได้เต็มที่ในช่วงที่อยู่ จนกว่าจะมีรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า สถานการณ์วันนี้ในกรุงเทพฯ เริ่มมีการใช้กระสุนจริง โดยเจ้าหน้าที่ถูกยิงและกลุ่มกปปส.ไปปิดล้อมบ้านของนายกฯ ที่ซอยโยธินพัฒนา 3 จะเพิ่มหรือขยายพื้นที่ในส่วนของ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า จากมติครม.เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีเพียงการขยายเวลา ส่วนพื้นที่ยังเป็นไปตามเดิม ส่วนขั้นตอนต่างๆ นั้น ต้องให้เจ้าหน้าที่พิจารณา แต่ยืนยันว่า ทุกอย่างได้เน้นย้ำและสั่งการเจ้าหน้าที่ไปแล้วว่า ให้ดำเนินการตามหลักสากลและตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
เมื่อถามว่า สถานการณ์ทวีความรุนแรงมากขึ้นถึงขนาดใช้อาวุธจริง จะเกิดความวุ่นวายมากขึ้นหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการและพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งหมดขอเรียนว่า ตำรวจได้ทำหน้าที่ตามขั้นตอน รัฐบาลไม่อยากเห็นความรุนแรงเกิดขึ้น อยากขอร้องทุกฝ่าย การทำงานทั้งหมดเจ้าหน้าที่ทำงานด้วยความอดทน วันนี้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการกันก่อน และจะมีการชี้แจงจาก ศอ.รส.อย่างเป็นทางการ เมื่อถามว่า เป็นห่วงท่าทีของกกต.บางคนหรือไม่ ที่อาจทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อออกไป น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนคงไม่สามารถวิพากษ์วิจารณ์อะไรได้ แต่ด้วยหน้าที่ของแต่ละคนแล้วจะต้องทราบบทบาทของตนเองว่าควรมีบทบาทอย่างไร วางตัวเป็นกลางอย่างไรและต้องปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเองอย่างไร
เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ว่าในช่วงหาเสียงจะเกิดเหตุรุนแรงและวุ่นวายต่อเนื่อง นายกฯ กล่าวว่า ไม่อยากเห็นภาพและสถานการณ์เช่นนั้น ก็ต้องขอความร่วมมือและขอร้องว่าสถานการณ์เราอยู่อย่างนี้มา 2 เดือนกว่าแล้ว เราเจ็บปวดกันมามาก ไม่อยากให้มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้น ขอให้ทุกคนทำตามหน้าที่ของตนเองและปฏิบัติตามข้อกฎหมาย เมื่อถามว่า สถานการณ์เช่นนี้ยังมั่นใจในกระบวนการเลือกตั้งหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ขอให้ผ่านขั้นตอนไปทีละขั้นก่อนดีหรือไม่ ทั้งหมดเราต้องยึดหลักข้อกติกาและกฎหมายกำหนด ที่ผ่านมาเราเข้าใจและเห็นใจข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ขอร้องกลุ่มผู้ชุมนุมด้วยว่าในส่วนของรัฐบาลได้พยายามทำอย่างเต็มที่ แต่ข้อเรียกร้องบางอย่างไม่รู้จะปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร วันนี้จึงเสนอเวทีสภาปฏิรูปประเทศออกมาแล้ว ถ้ามีความเห็นไม่ตรงกันก็น่ามาพูดคุยกัน แต่เราไม่สามารถรับข้อเสนอของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่ฟังส่วนรวม จึงต้องเป็นหน้าที่ของเวทีสาธารณะที่ต้องมานั่งพูดคุยกัน อยากขอเชิญชวนผู้ชุมนุมมาใช้เวทีดังกล่าวเพื่อหาทางออก
เมื่อถามว่า มีบางฝ่ายคิดว่าข้อเสนอต่างๆ ของรัฐบาลมักจะสายเกินไป นายกฯ กล่าวว่า อยู่ที่คนมองและคิด ที่ผ่านมารัฐบาลทำอย่างเต็มที่ จะถามว่า สายหรือไม่สาย คงตอบไม่ได้แต่สิ่งที่ตนพูดคือ เราพยายามอย่างเต็มที่และต้องการเห็นทางออกจริงๆ ถ้ามัวแต่คิดว่าสายหรือไม่สาย ก็จะกลายเป็นว่ามันไม่จบ วันนี้เราดูตามเหตุการณ์และรับฟังจากทุกฝ่าย รัฐบาลไม่ได้อยากจะออกไป แต่หากมีเวทีที่สามารถสรุปกันได้ เราก็ยินดีอยู่แล้ว เมื่อถามว่า ดูเหมือนขณะนี้นายกฯจะอัดอั้นกับสถานการณ์การเมือง คิดว่าจะประคับประคองตนเองได้นานแค่ไหน น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนมีหน้าที่ที่จะต้องทำ เราต้องประคับประคองอย่างดีที่สุด และหน้าที่ที่ต้องประคับประคองภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เราต้องพยายามทำอย่างดีที่สุดและทำอย่างละมุนละม่อม
เมื่อถามย้ำว่า คิดว่าวันนี้ช้ำไปทั้งตัวแล้วหรือยัง กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและตาแดงๆ มีน้ำตาคลอเบ้าเล็กน้อยว่า “คงไม่ต้องถามความรู้สึกตัวเองอีกแล้ว วันนี้ได้เลยความรู้สึกของตัวเองไปแล้ว วันนี้เรามีหน้าที่ปกป้องระบอบประชาธิปไตย เรามีหน้าที่ประคับประคองให้ประเทศหาทางออกและเดินไปข้างหน้าได้ ถึงแม้ว่าถ้าเราเทียบเหมือนถนน เราเห็นถนนที่ขรุขระมีขวากหนาม แต่ยังดีกว่าที่เราจะเลี่ยงถนนที่เรามีอยู่เส้นเดียวที่ต้องเดินแล้วไปเดินในป่า ซึ่งไม่รู้ว่าตรงนั้นจะเป็นทางลัดหรือเป็นอะไร”
จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นกรณีที่พรรคเพื่อไทยจับเบอร์ผู้สมัคร ส.ส.ได้เบอร์ 15 โดยเดินเลี่ยงออกจากวงสัมภาษณ์ทันที



