
'อภิสิทธิ์'อัดโผปาร์ตี้ลิสต์พท.
'อภิสิทธิ์' อัดโผปาร์ตี้ลิสต์พรรคเพื่อไทยไม่สนใจเสียงสังคม ชี้ข้อเสนอปฏิรูปไม่ควรอยู่ในมือ 'ครม.-สภา' เตือน 'ยิ่งลักษณ์' ลงพื้นที่พบปชช.ระวังผิดกม.เลือกตั้ง
25 ธ.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการจัดส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 ว่า ตนเห็นข่าวพาดหัวหนังสือพิมพ์วันนี้ว่า “ปูท้า 2 กุมภา ตัดสินตระกูล” กลายเป็นเรื่องนี้ไปเสียแล้วว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นขณะนี้ก็ลุกลามมาถึงตรงนี้เสียแล้ว แล้วก็แทนที่พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคการเมืองจะพิจารณาตรงนี้ ทบทวนตรงนี้ กลายเป็นว่า ส่งสัญญาณว่า สิ่งที่วิพากษ์วิจารณ์หรือที่มีการต่อว่าต่อขานกันมาทั้งหมดนั้นไม่สนใจ แต่จะเดินแบบนี้เหมือนเดิม ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำทำให้เกิดความไม่เชื่อถือว่า รัฐบาลหรือสภาที่มาจากการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 นี้จะสามารถตอบโจทย์ปฏิรูปได้
'อภิสิทธิ์' ชี้ข้อเสนอปฏิรูปไม่ควรอยู่ในมือ 'ครม.-สภา'
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) การพูดคุยเรื่องปฏิรูปประเทศไทย โดยนำข้อเสนอของ 7 องค์กรเอกชนมาพิจารณาว่า วาระการปฏิรูปนั้นอย่างน้อยการเคลื่อนไหวต่อสู้ของประชาชน ทำให้ไม่มีใครมองข้ามหรือพยายามทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ตอนนี้ข้อเสนอปฏิรูปจากบรรดาองค์กรต่างๆ จะ 7 องค์กร จากสถาบันวิจัย , สถาบันการศึกษา หรือว่าองค์กรในภาคส่วนต่างๆ เสนอเข้ามาเยอะมาก ก็เป็นนิมิตรหมายที่ดีว่า อย่างน้อยคงเป็นเรื่องยากแล้วที่ใครจะพยายามปัดไม่ให้การปฏิรูปเดิน
“ขณะนี้เป็นเรื่องของเจตนารมณ์ทางการเมือง ที่ดูเหมือนจะถูกบีบเข้าไปอยู่แล้วว่าจะต้องมีเจตนาในการทำบางสิ่งบางอย่าง ที่สุดแล้วคนที่จะสามารถเคลื่อนตรงนี้ได้คือคนที่มีอำนาจ ถามว่าคนที่มีอำนาจนี้ดูจากอำนาจว่าจะเป็นอำนาจอะไร ก็หนีไม่พ้นอำนาจนิติบัญญัติ กับอำนาจบริหาร เพราะฉะนั้นตัวสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา กับ ครม. ในที่สุดจะเป็นคนทำให้การปฏิรูปเกิด หรือไม่เกิด ที่ผ่านมาเรามีรูปแบบของความพยายามที่จะเอากรรมการ สภา คณะทำงาน คณะกรรมการอิสระ มาระดับหนึ่ง ทำกันมาหลายรูปแบบแล้ว คงเห็นแล้วหลายยุคหลายสมัย แต่สุดท้ายทำไมไม่เกิดหรือเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะการผลักที่เกิดขึ้นจากผู้มีอำนาจทางการเมืองที่แท้จริงมันทำไม่สำเร็จ หรือไม่ได้ทำ” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มีการพูดกันว่าจะมีการออกเป็น พระราชกฤษฎีกาให้มีการตั้งองค์กรปฏิรูปขึ้นมาว่า ต้องดูว่าองค์กรเหล่านี้จะสามารถออกแบบออกอย่างไร คัดเลือกกันอย่างไร ท้ายที่สุดตัวบุคคลจะเป็นใคร คือก็คงมามีส่วนร่วมได้ มาคิดประเด็นได้ มานำเสนอประเด็นต่อสังคมได้ แต่จะทำให้เกิดการปฏิรูปหรือไม่ ก็ไม่สามารถไปเอาอำนาจมาจากฝ่ายนิติบัญญัติ กับฝ่ายบริหารได้ ะฉะนั้นเข้าใจว่า ยังไงก็ต้องมีความพยายามขับเคลื่อน ให้มีกระบวนการปฏิรูปบางอย่าง แต่ถามว่า วันนี้เราคาดหวังได้แค่ไหน คำตอบสุดท้ายก็ยังกลับไปอยู่ที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ซึ่งปัจจุบันขาดความเชื่อถือไง
เมื่อถามว่า ดูข้อเสนอของ 7 องค์กร แม้จะบอกว่า ให้ปฏิรูปทันทีก่อนเลือกตั้ง แต่ไม่ได้บอกให้ชัดเจนว่า ต้องปฏิรูปให้เสร็จก่อนจึงค่อยมีการเลือกตั้ง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า "ติดขัดล็อคตรงที่ว่า แล้วใครจะเป็นคนใช้อำนาจบริหาร และนิติบัญญัติในการทำตรงนี้ ถ้าไม่มีความพยายามที่จะปรับรูปแบบ หรือแสวงหาทางออกร่วมกันเสียก่อน ถ้าเดินดุ่ยๆ ไปเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557อำนาจที่จะมาผลักดันการปฏิรูป ก็จะไปอยู่ในมือของครม. กับสภา ซึ่งผมก็ได้บอกไปแล้วว่า วันหนึ่งประชาธิปัตย์ก็อาสาว่าจะทำอย่างนั้น แต่ว่าวันนี้เราเห็นว่าความน่าเชื่อถือไม่มีในการที่จะไปทำในขณะนี้"
'อภิสิทธิ์' เตือน 'ยิ่งลักษณ์' ลงพื้นที่พบปชช.ระวังผิดกม.เลือกตั้ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ใช้เวลาลงพื้นที่ในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งว่า หมิ่นเหม่มากต่อการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สะทกสะท้าน เกรงกลัว แต่กลับใช้เวลาในช่วงนี้เดินหน้าอย่างเดียว ซึ่งเป็นเรื่องแปลกเพราะในอดีตเมื่อมีการยุบสภา หรือมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งแล้ว คนที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกจากที่จะมีกฎหมาย หรือรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ค่อนข้างชัดว่า ทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ เพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้งแล้ว ก็จะมีกฎ กติกา มารยาทอีกหลายอย่างที่ปฏิบัติกันมา
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เช่น มีเจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมากมาต้อนรับ การขึ้นเวที การแจกของ การพบปะผู้คน โดยมีการใช้ทรัพยากรของรัฐอยู่ แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่สะทกสะท้านเกรงกลัว กลับเดินหน้าอย่างเดียว ความจริงถ้าอยากทำกิจกรรมมวลชนหาเสียง ก็ควรจะใช้วิธีลาไปพบปะมวลชน เพราะไม่แน่ใจว่าที่ตรวจราชการขณะนี้ จะแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองมากน้อยแค่ไหน เช่น ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนทางเหนือ คือ เรื่องข้าว ข้าวโพด เราก็ไม่เห็นมีการไปแก้ไขตรงนี้ ตนก็สงสัยว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะดำเนินการอย่างไรหรือไม่
เมื่อถามว่า ทำไม น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ไปดูเหตุการณ์ระเบิดที่ อ.สะเดา จ.สงขลาบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนก็รู้สึกกำลังสงสัยว่า การลงพื้นที่นี้ไม่เชื่อมโยงกับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะที่ อ.สะเดา เข้าใจว่าปิดข่าว เพียงแต่บอกว่าเกิดเหตุการณ์ 4 จุด มีผู้บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง แต่ไม่มีการรายงานผู้เสียชีวิต หรือสถานการณ์ที่เกิดเหตุระเบิด ขณะที่การรายงานข้อมูลแบบนี้ปกติแล้วฝ่ายความมั่นคงก็ต้องรายงานข้อเท็จจริงให้นายกฯทราบ เพราะกรณีนี้ต้องติดตามเป็นพิเศษ เพราะลักษณะของระเบิดที่เกิดขึ้นหลายจุด แล้วก็ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบ บาดเจ็บจำนวนมาก
'อภิสิทธิ์' อัด 'รมต.ตปท.' ชอบอ้างชาติอื่นกับการเมืองไทย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงกรณีที่รัฐบาลพยายามดึงโลกมาล้อมประเทศ โดยหยิบยกประเทศต่างๆ สนับสนุนให้มีการเลือกตั้งในประเทศไทยว่า "ตนและสมาชิกพรรคมีโอกาสพบปะกับนักการทูตหลายคน ก็เริ่มกังวลว่าขณะนี้จำนวนประชาชน ไม่ใช่เฉพาะผู้ชุมนุมนะครับ แต่ว่าบุคคลที่เขาพบปะอยู่ด้วย คล้ายๆ เริ่มมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีกับต่างชาติ ตนจึงชี้แจงไปว่ารัฐมนตรีของไทย ที่ไปหาเรื่องเพราะรู้อยู่ว่ามีความขัดแย้ง แต่พยายามไปอ้างแถลงการณ์ ไปอ้างประเทศนั้นประเทศนี้ พยายามให้เป็นประเด็นทางการเมือง ขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งไม่เป็นผลดี ทั้งที่รัฐมนตรีต่างประเทศควรพยายามส่งเสริมให้เกิดความรู้สึก และความสัมพันธ์อันดีระหว่างคนไทยกับชาวโลกเขา"
“ความจริงแล้วระดับประชาชนกับประชาชน ไม่ได้มีปัญหาหรอกดูได้จากที่ชุมนุมต่างๆ นักท่องเที่ยว ชาวต่างประเทศ ก็มากันเยอะมาสังเกตการณ์ ก็ต้อนรับขับสู้กันดี ไม่มีใครไปต่อว่าต่อขาน เขาอาจจะไม่พอใจ บางคนอาจจะไม่พอใจ CNN แต่ไม่ได้หมายความว่า เขาไม่พอใจคนอเมริกัน” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว



