ข่าว

'ธงทอง'คาดตั้งสภาปฏิรูปฯปลายม.ค.

'ธงทอง'คาดตั้งสภาปฏิรูปฯปลายม.ค.

25 ธ.ค. 2556

'ธงทอง' คาดสภาปฏิรูปประเทศเกิดปลาย ม.ค.หรือต้น ก.พ. 57 แจงสามารถยกระดับเป็นกม.บังคับใช้ได้ ด้าน 'บรรหาร' แนะ 'รบ.' อย่าสวมบทเจ้าภาพสภาปฏิรูปฯ ควรเป็นแค่คนกลาง

 

                             25 ธ.ค. 56  นายธงทอง จันทรางศุ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนและวิธีการทางกฎหมายของการจัดตั้งสภาปฏิรูปประเทศ ว่า สิ่งที่นายกรัฐมนตรีเสนอไปใช้คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นการปฏิบัติเพื่อให้กลไกที่ทุกคนอยากเห็นเกิดขึ้นสามารถเดินหน้าได้โดยเร็วที่สุด ส่วนข้อเสนอที่ให้ออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) อาจมีข้อถกเถียงทางกฎหมายในช่วงเวลานี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการยุบสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเสนอเป็น พ.ร.ก. ก็มีข้อแม้ว่า ต้องเสนอต่อรัฐสภาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด แต่ต้องรอจนกว่าการเลือกตั้งจะเสร็จสิ้น ซึ่งอาจมีปัญหาความแน่นอนว่ากลไกดังกล่าวจะเดินไปแค่ไหน เวลานี้จึงต้องออกเป็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ลงนามโดยนายกรัฐมนตรี อาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อหลังเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลชุดใหม่จะมีความคิดยกฐานะให้เป็น พ.ร.ก.หรือ พ.ร.ฎ.หรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ก็สามารถทำได้

                             นายธงทอง กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนลำดับเวลาการดำเนินการนั้น คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้ ภาคส่วนต่างๆ ที่เป็นสาธารณะ จะเสนอความคิดเห็นเข้ามา แล้วนายกรัฐมนตรีน่าจะลงนามได้ภายในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ จากนั้นหลังเทศกาลปีใหม่ไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ จะเกิดคณะกรรมการขึ้นมา 1 คณะ ที่ประกอบด้วยผู้แทนหลัก จำนวน 11 คนตามที่นายกรัฐมนตรีระบุ โดยทั้งหมดจะประชุมกันในเบื้องต้นเพื่อเสนอให้มีประธาน 1 คน กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คน โดยคณะกรรมการชุดนี้จะทำหน้าที่กำหนดสัดส่วนอาชีพว่าจะให้ภาคส่วนใดบ้างเข้ามาร่วม รวมถึงกำหนดกติกาการเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ ยกตัวอย่างในตัวแทนอาชีพต่างๆ 2,000 คน น่าจะมีภาคเกษตรกร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาคธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งรวมกันแล้วให้ได้จำนวนที่กำหนดไว้ แล้วจะไปประชุมเพื่อกำหนดสัดส่วนว่าแต่ละอาชีพจะมีตัวแทนเท่าไหร่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการคัดเลือก 2 สัปดาห์ จากนั้นจะให้เลือกกันเองเหลือสมาชิกสภานี้ จำนวน 499 คน ซึ่งตนมองว่าถ้าเป็นไปได้ อยากเห็นสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศเกิดได้ประมาณปลายเดือน ม.ค. 57 หรืออย่างช้าต้นเดือน ก.พ. 57 ให้เข้ามาทำหน้าที่จัดทำข้อเสนอต่างๆ โดยในช่วงต้น ทางสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีอาจช่วยทำหน้าที่ด้านธุรการให้ก่อน จากนั้นสมาชิกสภาปฏิรูปฯ จะต้องดำเนินการกันต่อไป

                             "สมาชิกสภาปฏิรูปฯ อยากให้มีความหลากหลายทางความคิด มีผู้แทนจากทุกกลุ่ม ทุกอาชีพที่เสนอความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศอย่างแท้จริง ข้อเสนอตั้งสภาปฏิรูปประเทศนี้ แม้ไม่ใช่องค์กรตามรัฐธรรมนูญ แต่เชื่อว่าโดยสภาพสังคมแล้ว ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาลหรือรัฐสภา ก็คงจะรับฟังข้อเสนอนี้ไปพิจารณา" นายธงทอง กล่าวและว่า ส่วนสถานที่สำหรับการประชุมของสภาปฏิรูปประเทศนั้น ตนกำลังให้เจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่ภายในศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ถนนแจ้งวัฒนะ

                             เมื่อถามว่ากรรมการ 11 คนที่มีคำสั่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งมานั้น ไม่มีการยึดโยงภาคประชาชน นายธงทอง กล่าวว่า การยึดโยงกับประชาชนคือเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกได้ โดยเข้ามาให้ความเห็นแต่ไม่ได้มีผลทางนิติบัญญัติ เมื่อถามต่อว่ารัฐบาลมีเหตุผลที่ให้ทหารเข้ามาเป็นกรรมการกำหนดสัดส่วนวิชาชีพของสมาชิกสภาดังกล่าว นายธงทอง กล่าวว่า เหตุผลก็เป็นเหตุผลเดียวกับการที่ให้ข้าราชการพลเรือนและหอการค้าเข้ามาอยู่ได้

                             ต่อข้อถามว่าการทำหน้าที่ของกรรมการชุดนี้จะสร้างความเชื่อมั่นต่อสังคมได้หรือไม่ เพราะผู้ชุมนุมต้องการให้มีการปฏิรูปก่อนมีการเลือกตั้ง แต่กรรมการชุดนี้ทำงานควบคู่ไปกับการเลือกตั้ง นายธงทอง กล่าวว่า สังคมไทยต้องช่วยกันคิด ช่วยกันตอบ และต้องการฟังความเห็นจากสาธารณะเพื่อเข้ามาเติมเต็มแล้วนำไปสู่การแก้ปัญหา ตนคาดเดาไปก่อนไม่ได้ว่าข้อเสนอสภาปฏิรูปประเทศจะได้รับการยอมรับร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าความเห็นของคนจำนวนมากสะท้อนมาอย่างไรก็น่าจะเดินไปแนวทางนั้น

                             เมื่อถามว่าเมื่อผลของสภาปฏิรูปฯ ออกมาแล้ว จะต้องนำไปถามประชามติจากประชาชนเพื่อขอความเห็นชอบก่อนส่งเข้ารัฐสภาพิจารณาดำเนินการหรือไม่ นายธงทอง กล่าวว่า เมื่อสภาปฏิรูปฯ มีผลออกมาในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญซึ่งอาจจัดทำเป็นร่างรัฐธรรมนูญ ก็ต้องถูกส่งเข้าไปในกลไกรัฐสภา แต่รสภาปฏิรูปฯ อาจแนบข้อเสนอไปด้วยว่าถ้าเสนอไปอย่างนี้แล้ว ไม่ควรถูกบิดเบี้ยวไปจากหลักการนี้ และเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแล้ว จึงจะต้องเดินหน้าสู่การทำประชามติ อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของสภาปฏิรูปประเทศแม้จะไม่มีผลทางกฎหมาย แต่มีผลต่อบริบททางสังคม

                             ต่อข้อถามว่าจะเชื่อมั่นได้อย่างไรว่ารัฐบาลจะนำผลการปฏิรูปฯ ไปดำเนินการให้เป็นรูปธรรม และสร้างความเป็นประชาธิปไตย นายธงทอง กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องช่วยกันติดตาม เพราะช่วงเวลาหลายปีและหลายเดือนที่ผ่านมา สังคมไทยมีความเติบโตทางความคิดเป็นอย่างมาก ดังนั้นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งต้องนำบทเรียนจากที่ผ่านมาในการรับฟังความเห็นของสาธารณะที่มีความหลากหลายและนำไปสู่จุดที่ทุกคนยอมรับได้ อีกทั้งได้รับการตรวจสอบจากภาคประชาชน ส่วนที่มีคำถามว่าทำไมไม่มีคู่ขัดแย้งอย่างกลุ่มพันธมิตรฯ หรือ นปช.มาร่วมด้วยนั้น เพราะโจทย์ของเมืองไทยตอนนี้ไม่ใช่เสื้อเหลือหรือเสื้อแดง แต่เป็นโจทย์ของคนไทยทุกคนที่ต้องช่วยกัน และความเป็นเจ้าของประเทศไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่คนที่สวมเสื้อสีเท่านั้น

                             เมื่อถามว่าการตั้งสภาปฏิรูปประเทศเอารูปแบบจากสมัชชาแห่งชาติ หรือสภาสนามม้า ใช่หรือไม่ นายธงทอง กล่าวว่า เหตุการณ์เมื่อปี 2516 เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประเทศไทย ซึ่งขณะนั้นมีสมัชชาแห่งชาติ (สภาสนามม้า) ตามที่มีพระบรมราชโองการ แล้วมีการเลือกกันเองมาทำหน้าที่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็เป็นการทำให้มีความหลากหลายในกลุ่มคน 2,000-3,000 คน จึงไม่ปฏิเสธว่าความคิดของสมัชชาแห่งชาติ (สภาสนามม้า) เป็นต้นทางของการจัดตั้งสภาปฏิรูปประเทศในขณะนี้ อีกทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนั้นได้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2517 ที่ถือเป็นรัฐธรรมนูญที่มีความก้าวหน้ามาก มีคุณภาพดีมาก และเป็นที่พอใจจของทุกคนในเวลานั้น ทั้งนี้ตนคิดว่าสภาปฏิรูปประเทศจะต้องทำงานร่วมกับประชาชนจำนวนมากในการนำความคิดเห็นของประชาชนไปทำให้เป็นรูปธรรม

 

 

'บรรหาร' แนะ 'รบ.' อย่าสวมบทเจ้าภาพสภาปฏิรูปฯ ควรเป็นแค่คนกลาง

 

                             นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวตอนหนึ่งในการประชุม 16 พรรคการเมืองที่ส่ง ส.ส.รับเลือกตั้ง ถึงข้อเสนอตั้งสภาปฏิรูปประเทศ ว่า ตนนั่งคิดมา 2 วันแล้วว่ารูปแบบการปฏิรูปประเทศไทยควรคู่ไปกับการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่เรารับได้ ทั้งนี้อาจจะใช้รูปแบบของสภาสนามม้าเมื่อปี 2517 ซึ่งการดำเนินการที่ผ่านมาถือว่าเรียบร้อยดี ซึ่งตอนนั้นตนร่วมยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยใช้เวลาเพียง 1 ปี ส่วนตัวไม่ทราบว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไร แต่ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลต้องไม่เป็นเจ้าภาพ ทำแค่เป็นคนกลางเท่านั้น

                             ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังเลิกประชุม 16 พรรคการเมืองแล้ว ระหว่างเดินทางกลับนายบรรหาร ได้ยืนล้อมวงคุยกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย , นายชูศักดิ์ ศิรินิล ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย , นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดประมาณ 5 นาที และก่อนที่จะแยกย้ายนายบรรหาร กล่าวขึ้นว่า "นะ ทำตามที่ผมว่า ปฏิรูปจะสำเร็จ"

                             จากนั้นผู้สื่อข่าวสอบถามนายบรรหารอีกครั้งต่อโมเดลสภาปฏิรูปประเทศ 499 คนของรัฐบาล นายบรรหาร กล่าวว่า "ไม่มีความเห็น" ก่อนเดินเลี่ยงผู้สื่อข่าวออกไป