ข่าว

'เช็กชื่อผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์'ไร้คนเด่น-ดัง

'เช็กชื่อผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์'ไร้คนเด่น-ดัง

25 ธ.ค. 2556

'เช็กชื่อผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์' ทุกพรรคแทบไร้คนเด่น-ดัง : สมัชชา หุ่นสาระรายงาน

             จนถึงตอนนี้พรรคต่างๆ ที่เเสดงความจำนงยื่นใบสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อที่จะได้จับหมายเลขที่จะใช้หาเสียงคราวนี้ (ผู้สมัครส.ส.ระบบเขตก็จะได้ใช้พ่วงในการหาเสียงไปด้วย) ตอนนี้ยังมองไม่ออกว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ เพราะ กกต.ยังไม่สามารถดำเนินการในขั้นตอนดังกล่าวได้เลย

             การเมืองไทยสิบกว่าปีที่ผ่านมา สีสันการเลือกตั้งมีมากมาย แต่สิ่งที่เป็นจุดขายสำคัญตั้งแต่ปี 2544 คือ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะมันคือหน้าตาของพรรคนั้นๆ ว่า บุคคลสำคัญของสังคมไทยที่สนใจทำงานการเมืองกับพรรคต้นสังกัดในช่วงนั้นๆ จะมาทำอะไรได้บ้าง

             และใคร คือ ตัวเต็งที่จะเป็นผู้เสนอตัวเป็นนายกฯ แบบกลายๆ

             หากพรรคใดเปิดตัวผู้สมัครที่มีคุณสมบัติดีเป็นการดึงแต้มจากประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งในพื้นที่อื่นๆ ด้วย

             แต่บรรยากาศการเมืองวันนี้ยังไม่รู้เลยว่า 2 กุมภาพันธ์ 2557 จะเกิดการเลือกตั้งหรือไม่... และหากการเลือกตั้งสามารถเดินหน้าไปได้จนมีการตั้งรัฐบาลใหม่นั้น จะมีอะไรที่ทำให้เกิดภาวะชะงักงันหรือไม่... และวันที่สภาหินอ่อนไร้เงาของพรรคประชาธิปัตย์นั้นจะมีหน้าตาอย่างไร... กปปส.จะเดินไปสู่จุดหมายได้หรือไม่... รัฐบาลของนายกฯ หญิงจะประคองตัวและแก้เกมอย่างไร...

             ต่างๆ นานาเหล่านี้ยังอยู่ในม่านหมอกและควันไฟทางอารมณ์ ที่อาจทำให้สายตาของหลายต่อหลายคนพร่ามัวและยังมึนงงกับความอึมครึมกันไม่หาย

             บรรยากาศข้างต้นมันทำให้พรรคการเมืองต่างก็ประสบความยากลำบาก ในการทาบทามบุคคลประเภท "เด่น-ดัง" มาลงสนามเลือกตั้งคราวนี้

             เลือกตั้งคราวนี้พรรคเพื่อไทยโชว์ความพร้อมสุด เมื่อมีการเปิด 125 รายชื่อออกมา น่าพินิจว่า บัญชีรายชื่อของพรรคคราวนี้ แทบไม่มีชื่ออดีตนายทหาร-นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาเป็นจุดขายบ้างเลย แม้จะประกาศว่าจะเป็นรัฐบาลปฏิรูปที่มีอายุ 1 ปีครึ่ง

             แต่กลับพบรายชื่อของสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 -นักกฎหมาย-นักวิชาการ-แกนนำ นปช. เข้ามาแบบเรียงหน้ากันเต็มพื้นที่ และอยู่ในอันดับที่มีโอกาสสูงที่จะได้เป็น ส.ส. ประเมินกันว่า หากเป็นเช่นนี้พรรคเพื่อไทยน่าจะมี ส.ส.ในระบบนี้ตั้งแต่ 80-100 คนขึ้นไปเลยทีเดียว และโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะกวาดจำนวน ส.ส.ได้มากกว่าพรรคอื่นๆ นั้นมีสูงยิ่ง

             ประเด็นนี้จะมองว่าไม่สำคัญก็อาจมองได้ เพราะแกนนำพรรคมองภารกิจเฉพาะหน้าเป็นสำคัญ แต่แท้จริงแล้ว จุดอ่อนของพรรคเพื่อไทยนั้น คือขาดตัวเชื่อมกับเหล่าทัพ รวมทั้งอาจจะรวมถึงตัวประสานกับชนชั้นนำบางกลุ่มในสังคมไทยด้วย สองปัจจัยนี้ คือตัวแปรหลังฉากที่อาจยังทรงพลังในทางการเมืองไทย

             แว่วมาว่า ไม่นานมานี้ เตรียมทหารรุ่น 10 ซึ่งเคยเป็นขุมกำลังหลักด้านความมั่นคงของพรรค และเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของคนไกลบ้านมีการถอนสมอออกจากวงวอร์รูมของพรรคเพื่อไทยเกือบหมดแล้ว ทำให้เจอปัญหาจุดบอดนี้ และอาจจะเกิดเหตุขัดข้องในกาลภาคหน้าด้วย

             อีกทั้งบางฝ่ายยังมองว่า บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทยคราวนี้ทำไว้ เพื่อเอาใจใครบางคนเป็นการเฉพาะและเป็นแรงบีบที่ยากจะปฏิเสธ

             ขณะเดียวกัน คนที่เหมาะสมบางคนกลับไม่มีชื่อในบัญชีนี้นั้น อาจเป็นเพราะกลัวเปลืองตัวกับความวุ่นวายช่วงนี้ จึงขอซุ่มไปอยู่ในบัญชีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแทนน่าจะดีกว่า

             แม้จะเป็นทีมที่ดีที่สุดของพรรคเพื่อไทยยามนี้ แต่เอาเข้าจริงแล้ว ทีมนี้จะแก้สถานการณ์ในอนาคตได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าติดตาม

             ส่วนพรรคอื่นๆ นั้น เช่น พรรคชาติพัฒนาสร้างความฮือฮาสุดที่มีรายชื่อใหม่ปรากฏออกมาคือ พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ลงสมัครลำดับที่ 1 น่าจะเป็นการกวาดแต้มในเมืองโคราชเป็นหลัก เพราะ พล.อ.ธวัชชัยมีความกว้างขวางในภาคอีสาน และ จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของพรรคนี้ ขณะเดียวกัน นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ แกนนำพรรคที่ยังไม่ปรากฏรายชื่อว่าจะลงสมัคร ส.ส. คราวนี้หรือไม่นั้น อาจเป็นเพราะความเชี่ยวในเกมการเมือง จึงเป็นเหตุที่นายสุวัจน์อ่านนัยบางอย่าง และจับรหัสบางชิ้นไว้ได้ และต้องสงวนท่าทีในการลงสนามคราวนี้ไว้ก่อน และหากมองย้อนประวัติของพรรคชาติพัฒนานั้น ก็จะพบว่าพรรคนี้สามารถร่วมกับทุกขั้วการเมืองได้

             ฉะนั้นแกนนำพรรคตัวจริงจึงไม่จำเป็นต้องลงไปคลุกวงในในยามที่ภาวะไม่ปกติ

             พรรคชาติไทยพัฒนา นำทีมโดย นายบรรหาร ศิลปอาชา ที่มีกระแสแว่วว่า พร้อมลงสนามและทุ่มสุดตัวหลังโดนดอง 5 ปี โดยมังกรเมืองสุพรรณจะลงสมัครระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 เป็นครั้งแรก หลังจากที่เป็น ส.ส.เขตตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา และการอาสาเป็นแกนนำในการปฏิรูปประเทศของอดีตนายกฯ คนที่ 21 จะสำเร็จหรือไม่ เป็นสิ่งที่น่าจับกระแสความเก๋าเกมของเสือเฒ่าผู้นี้ยิ่งนัก

             พรรคภูมิใจไทย ที่นำทัพโดย นายอนุทิน ชาญวีรกุล แต่การกำกับบทอยู่ในมือนายเนวิน ชิดชอบ โดยแย้มรายชื่อมาแล้ว 5-6 ชื่อ โดยเป็นคนใกล้ชิดกันทั้งนั้นและมีนายทุนมาร่วมงานด้วย 1 คน

             พรรคพลังชล ของ นายสนธยา คุณปลื้ม น่าจะโกยแต้มได้ใน จ.ชลบุรี และภาคตะวันออกบางส่วน

             ส่วนพรรคเล็กๆ ที่พอจะมีบทบาทบ้าง เช่น พรรครักษ์สันติของ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์, พรรคมาตุภูมิของ พล.อ.สนธิ บุญยะรัตกลิน, พรรครักประเทศไทยของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ นั้น จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่ออาจจะเพิ่มขึ้นจากเมื่อปี 2554

             และยังไม่รวมถึงมือเก๋าการเมืองหลายชีวิตที่ขอเว้นวรรคการเมืองไทยชั่วคราว เช่น นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ และ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, นายพินิจ จารุสมบัติ และนายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ เป็นต้น ตรงนี้ก็น่าคิดว่า..บางคนมีเหตุจำเป็นต้องเว้นวรรค แต่บางคนอาจมีอะไรบางอย่างที่รู้ล่วงหน้า และยังไม่ควรร่วมสังฆกรรมในสมรภูมิการเมืองยามนี้

             สถานการณ์แบบนี้ น่าพินิจว่า การเมืองไทยจะก้าวไปเช่นใด ก็ต้องติดตามจังหวะเคลื่อนของทุกฝ่ายอย่างกระชั้นชิด เพราะเดิมพันคราวนี้คือประชาชนและประเทศชาติที่กลายเป็นตัวประกันของการชิงอำนาจของคนการเมืองไปแล้ว

...................

(หมายเหตุ : 'เช็กชื่อผู้สมัครส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์' ทุกพรรคแทบไร้คนเด่น-ดัง : สมัชชา หุ่นสาระรายงาน)